หน้าแรก การเมือง ศิริกัญญา เชี...

ศิริกัญญา เชียร์รบ.ปฏิรูปโครงสร้างประเทศ ชงแนวทาง 3R แก้วิกฤต เบรกแจกดิจิทัลวอลเล็ต

30.04.25 | 12:46 น.

‘ศิริกัญญา’ พาย้อนแผนแก้เศรษฐกิจไปปี 1930 เสนอแนวทาง 3R แบบที่สหรัฐทำ พร้อมยกเครื่องโครงสร้างประเทศใหม่ จี้ รบ.เยียวยา-กระตุ้น-ปฏิรูปไปพร้อมกัน ลั่นไม่มีทางอื่นแล้ว เบรก ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ อย่าเพิ่งทำ ย้ำควรสงวนไว้ใช้ช่วงจำเป็น กระตุกอย่าลืมสิทธิมนุษยชน-การต่างประเทศด้วย วันนี้กลับมากระแทกการเศรษฐกิจอย่างแรง

เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2568 ที่โรงแรมโนโวเทล แพลตตินัม ประตูน้ำ มีกิจกรรมผู้นำฝ่ายค้านพบประชาชน ในเวทีเสวนาหัวข้อ แนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยปี 2568 รับมือกำแพงภาษีและสงครามการค้า น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า กำแพงภาษีเป็นวิกฤตที่ส่งผลกระทบภายในประเทศแน่นอน และเพื่อไม่ให้เสียโอกาสในการใช้วิกฤตครั้งนี้ปรับปรุงประเทศ ขอเสนอ แนวทาง 3R ซึ่งเป็นแนวทางที่สหรัฐใช้รับมือตอนภาวะตลาดหุ้นดิ่งลงเหว หรือ Great Depression เมื่อปี 1930 คิดว่ากรอบนี้ยังใช้เมื่อเกิดวิกฤต

R ตัวแรกคือ Relief การเยียวยาผลกระทบเฉพาะหน้า ต้องเยียวยาให้กับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ เท่าที่เห็นมีการออกมาตรการนโยบายเงินกู้ 5 แสนล้าน พร้อมยกตัวอย่างประเทศอื่น เช่น ฮ่องกง มีการขยายเวลาชำระเงินคืน นอกจากนี้ ยังมีหลายประเทศที่ทำเรื่องสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือ Soft Loan เช่น เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ไต้หวัน ซึ่งจุดที่น่าสนใจคือหลายคนออกมาบอกว่า Soft Loan ไม่ช่วยอะไรในช่วงที่มีความเสี่ยง หรือแม้จะมีซอฟต์โลนแล้ว ธนาคารอาจจะไม่ปล่อยกู้

น.ส.ศิริกัญญาระบุว่า สิ่งที่อยากเห็นตอนนี้คือ R ตัวที่สอง ได้แก่ Recovery เป็นการกระตุ้นการบริโภค โดยสภาพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติเตรียมแผนกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น เพื่อเตรียมอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ เน้นในเรื่องระบบแหล่งน้ำในชุมชน เพื่อส่งเสริมภาคการเกษตร ซึ่งเราเห็นด้วย แต่ที่ไม่เห็นด้วยคือการที่รัฐบาลจะกระตุ้นการบริโภคในไตรมาส 2 ด้วยดิจิทัลวอลเล็ต เราคิดว่าในเวลานี้ ที่ยังไม่รู้ว่าผลกระทบจะหนักขนาดไหน การเจรจาจะสำเร็จผลแค่ไหนก็ยังไม่ทราบ ควรจะสงวนเอาไว้ในเรื่องที่จำเป็นจริงๆ การกระตุ้นการบริโภคในตอนนี้คงยังไม่เหมาะ

ส่วน R ตัวที่สาม ได้แก่ Reform การปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาว ที่เราไม่สามารถอยู่แบบเดิมได้ภายใต้ระเบียบการค้าโลกใหม่ เรื่อง Reform จะไม่ได้ผล ถ้าคนยังไม่เชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทยจะไปต่อได้ เพราะเราก็โตต่ำเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ถ้าเราทำแค่เฉพาะหน้าหรือระยะสั้น เราก็จะสูญเสียโอกาสในวิกฤตครั้งนี้ไปเปล่าๆ นั่นคือการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของประเทศ

Advertisement

น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า ที่ผ่านมาเรามักจะพูดว่าไม่มีเงิน แต่ครั้งนี้เป็นโอกาสที่เราจะใช้เม็ดเงินครั้งใหญ่ ทุ่มทำโครงการที่เรายับยั้งไว้ ซึ่งเราอยากให้มุ่งเน้นไปที่โครงสร้างพื้นฐานระดับย่อย การปรับปรุงคุณภาพชีวิตประชาชนไปในคราวเดียวกันด้วย โดยไม่ต้องรอให้เศรษฐกิจดีก่อน เช่น ภาคการเกษตร สิ่งที่ตนอยากเน้นย้ำคือการปฏิรูปภาครัฐ โครงการเศรษฐกิจจะไม่สำเร็จ ถ้ายังไม่มีการปฏิรูปภาครัฐ

น.ส.ศิริกัญญากล่าวต่อว่า เรื่องแรกคือตั้งศูนย์กลางการตัดสินใจ รวมถึงการสื่อสารที่ภาครัฐยังไม่ค่อยเป็นเอกภาพ ซึ่งตอนนี้การสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา สม่ำเสมอ เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้เกิดความเชื่อมั่นและลดความสับสน เพราะตอนนี้แนวทางการสื่อสารของรัฐมนตรีแต่ละคนไม่ตรงกัน ไม่รู้จะเชื่อใคร ทั้งหมดต้องใช้กลไกภาครัฐในการขับเคลื่อนร่วมกัน ซึ่งนโยบายการเงินการคลังถึงเวลาแล้วที่จะต้องทำให้สอดคล้องกัน ถึงเวลาแล้วที่จะเอากระสุนทั้งหมดที่เคยตุนออกมาใช้

น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า ต่อมาคือการปรับเปลี่ยนกลไกของการให้แรงจูงใจ เช่น คนที่กำลังตกงาน อาจจะเพิ่มเงินให้คนว่างงาน แต่ต้องเพิ่มเงื่อนไขให้เข้าฝึกอบรมทักษะ และสุดท้ายจะต้องปรับปรุงกฎระเบียบภาครัฐที่เป็นอุปสรรคทางด้านการค้า การธุรกิจ เพื่อให้ทำได้อย่างคล่องตัว

นอกจากนี้ อย่าลืมเรื่องประเด็นการเมือง สิทธิมนุษยชน และการต่างประเทศ วันนี้กลับมากระแทกเศรษฐกิจได้อย่างที่เราไม่คาดคิด นอกเหนือจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน คือแรงกดดันจากสหภาพยุโรป ทั้งหมดนี้สามารถทำควบคู่กันไปได้โดยไม่ต้องรอ สุดท้ายแล้วเราจะมีความพร้อมหรือไม่ ท้ายที่สุดแพคเกจใหญ่ ถ้าครอบคลุมทั้งเยียวยา กระตุ้น และปฏิรูป อาจจะต้องใช้เงินมากกว่า 5 แสนล้าน และใช้เวลามากกว่า 1-2 ปี พร้อมมองการกู้ 5 แสนล้านเป็นภาพลวงตาทั้งสิ้น หากจบปีงบประมาณ หนี้สาธารณะจะอยู่ที่ 66% ซึ่งเราจะกู้ได้เพียงแค่ 7.8 แสนล้าน ถ้าเรากู้ 5 แสนล้าน ก็จะเจอกับดักงบปี 2569 ที่จะต้องมีการกู้เพิ่มเพื่อชดเชยขาดดุลอยู่ดี ดังนั้น ก็จะชนเพดาน 69%

น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า ไม่ได้เชียร์รัฐบาล แต่นี่คือสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้น เรามีความจำเป็นที่จะต้องขยายเพดานหนี้สาธารณะให้มากพอที่จะใช้ในสถานการณ์ความเป็นจริง ไม่เช่นนั้นจะไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะใช้เยียวยา กระตุ้นและปฏิรูปประเทศ ดังนั้น เรามาเชียร์รัฐบาลให้เสนอแผนแก้ไข ทางอื่นไม่มีแล้ว นอกจากปฏิรูปโครงสร้างประเทศ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง