เรียงคนมาเป็นข่าว:ชโลทร/ภาพข่าวสังคม วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤษภาคม 2568
●…ให้ความรู้กันไม่หยุดว่า “อำนาจปรับ ครม.” อยู่ที่ “นายกรัฐมนตรี” เพียงคนเดียว แต่กลับกลายว่า “กระแสเปลี่ยนตัวคณะรัฐมนตรี” ที่กระทุ้งกันจนคลุ้งทุกวันนี้ คนที่ “งงสุด” เป็น “แพทองธาร ชินวัตร” ว่าแต่ละข่าวหลุดมาจากไหน แต่ก็นั่นแหละอีกไม่นาน “อุ๊งอิ๊ง” จะชินขึ้นว่า “เกมเลื่อยขาเก้าอี้” ของบ้านนี้เมืองนี้ เป็นเรื่องปกติ
●…ที่เปิดหน้าเล่นกันแบบไม่เหลือความเกรงใจ หากย้อนดูการแสดงออก ที่ชัดน่าจะเป็น “วิสุทธิ์ ไชยณรุณ” ที่ออกมาชี้ไปที่ผลงานของ “พิชัย นริพทะพันธุ์” ท่ามกลางกระแสข่าวเลื่อนชั้นจาก “ประธานวิปรัฐบาล” มาเป็น “รัฐมนตรี” โดยมี “พรรคกล้าธรรม” ทั้ง “ธรรมนัส พรหมเผ่า” และ “นฤมล ภิญโญสินวัฒน์” เสนอ “วิชั่น” ให้ “สินค้าเกษตร” ต้องประสาน “การผลิต” และ “การค้า” ให้เป็นหนึ่งเดียว
●…ชัยชนะเลือกตั้งซ่อมที่ “นครศรีธรรมราช” เปิดพื้นที่ “ส.ส.ปักษ์ใต้” ด้วย “กล้าธรรม” ส่งให้ “ราคา” ของ “ธรรมนัส พรหมเผ่า” ทะยานติดเพดาน ยิ่งชัดเจนว่า “ประชาธิปัตย์” หมดมนต์ขลัง กระทั่ง “ชวน หลีกภัย” ยังถูกเมินไม่เหลือบารมีที่เคยมีมา เพื่อผลเลือกตั้งครั้งหน้า “ปักษ์ใต้” จะเป็นภารกิจหลักของ “กล้าธรรม”
●…ด้วยยุทธศาสตร์ฟื้นฟู “บ้านใหญ่” ที่ “ทักษิณ ชินวัตร” เดินเครื่องเองเต็มที่ “อีสาน-เหนือ-ภาคกลาง” ใช้ “เพื่อไทย” เป็นหลัก ส่วนภาคใต้ที่ “เกลียดชัง” ยังเป็นเครื่องมือทำลายที่ได้ผล “ปักษ์ใต้ตอนบน ตอนกลาง” ทุ่มพลังให้ “ธรรมนัส” เต็มที่ “ตอนล่างชายแดน” มี “ประชาชาติ” เป็นตัวขาย ประเทศที่ “เศรษฐกิจมีแต่เสื่อมทรุด” ผู้คนหวั่นวิตกกับปัญหาปากท้องเชื่อว่า “ระบบอุปถัมภ์แบบบ้านใหญ่” จะมีประสิทธิภาพควบคุมคะแนนเสียง หากทำให้ชัดยิ่งว่า “อุดมการณ์” ไม่ได้รับอนุญาต “ครองอำนาจ” ในประเทศนี้ ก็เล่นง่ายขึ้น
●…การเมืองสูตรนี้ นับวันจะยิ่งชัดว่าที่จะต้องสู้กันเป็น “ภูมิใจไทย” กับ “เพื่อไทยและเครือข่าย” ดังนั้นจึงอย่าแปลกใจว่า เกมระหว่าง “พรรคร่วมรัฐบาล” นับวันจะเข้มข้นขึ้น เป็นธรรมดาของการชิงอำนาจ “ไม่สู้ก็อยู่ไม่ได้” ถึงวันนี้ชัดแล้วว่า “มือเซียน” อย่าง “เนวิน ชิดชอบ” เจอ “การวางเกมที่ถึงทุกอย่าง” แบบ “ธรรมนัส” จะได้เห็น “ผลที่ไม่เคยเห็น” ได้ตลอด
●…ในอุ้งมือ “มหาอำนาจ” ชะตากรรมของประเทศภายใต้ “เกมภาคบังคับ” หากมองจากเงื่อนไขที่ “อาจารย์สุรชาติ บำรุงสุข” ไปค้นคว้ามาเตือน เหมือนว่า “ไทยแลนด์แดนสยาม” ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากถูกผลักเลือกยืนข้าง “จีน” ที่ชัดเจนเช่นกันว่า “ไม่ให้ราคาความสัมพันธ์ในทางที่ดีสักเท่าไร” ซ้ำยังเป็น “จีนเทา” ที่เอาแต่เข้ามาแสวงประโยชน์
●…ที่น่าเศร้าคือท่าทีของ “คนเสียงดังประเทศนี้” ต่อ “อาจารย์สุรชาติ” ที่แสดงออกทั้งด้วยการขอร้องให้ “รั้งอารมณ์ใช้สติ” พิจารณาความเป็นจริงด้วย “ปัญญา” แทน “พลังอคติ” แต่กลับแทบไม่รู้สึกถึง “ความพร้อมที่จะรับฟัง” ที่น่าเสียดายเป็น “นักการเมืองที่ดูแลความมั่นคง” ที่ “สัญชาตญาณเอาตัวรอด” มีพลังแรงจนไม่เหลืออะไรให้พึ่งพาได้
ชโลทร







