หน้าแรก การเมือง จิรายุ ชี้ &#...

จิรายุ ชี้ ‘มูดี้ส์’ ใจเร็ว รีบลดเครดิตไทย ติง ‘ธีระชัย’ โทษนโยบายรบ. ทั้งที่เป็นผลจากภาษีทรัมป์

30.04.25 | 14:17 น.

‘จิรายุ’ ชี้ ‘มูดี้ส์’ ใจเร็วไป หลังลดระดับความน่าเชื่อไทยลงหนึ่งระดับ ชี้ผลการเจรจาสหรัฐยังไม่จบ ยัน รัฐบาลกดคันเร่งเครื่องยนต์ 4 ตัว เดินหน้ากระตุ้น ศก. เตือน ‘ธีระชัย’ เบาได้เบา

เมื่อวันที่ 30 เมษายน นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงบริษัทเอกชนที่รับจัดอันดับต่างๆ อย่าง บริษัท มูดี้ส์ เรทติ้งส์ ออกมาปรับอันดับความน่าเชื่อถือของไทยลงไปหนึ่งระดับ แต่ยังคงอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้สกุลเงินบาท แบบไม่มีหลักประกันของไทย อยู่ที่ระดับ Baa1 และคงอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ระยะสั้น สกุลเงินต่างประเทศของไทยอยู่ที่ระดับ P-2 โดยมูดี้ส์ระบุว่าการปรับลดมาจากมาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากรของสหรัฐ และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเก็บภาษีเพิ่มเติม ซึ่งเป็นการวิเคราะห์คาดการณ์ของบริษัทเอกชนอย่างมูดีส์ เป็นเรื่องที่ไม่เกินความคาดหมายในทุกประเทศทั่วโลก

“ผมคิดว่าการปรับลดครั้งนี้เร็วเกินไป เพราะทั้งประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ทั่วโลกอยู่ระหว่างการเจรจาพูดคุย ยังไม่มีผลใดๆ ออกมาชัดเจน หากผลออกมาเป็นบวก มูดี้ส์จะปรับอย่างไร” นายจิรายุกล่าว

นายจิรายุกล่าวด้วยว่า ปัจุบันมีบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือแบบมูดี้ส์ในระดับโลกจำนวนมาก อาทิ Kroll Bond Rating Agency, CRISIL (Credit Rating Information Services of India Limited), Japan Credit Rating Agency (JCR), S&P Global Ratings และภูมิภาคมากกว่าร้อยบริษัท และชุดข้อมูลที่ปรับลดเป็นเรื่องเดียวกันทั่วโลกที่เกือบทุกประเทศได้รับผลระทบนี้ ทั้งนี้ ในส่วนของรัฐบาลได้เตรียมความพร้อมรับมือในทุกมิติเรื่องกำแพงภาษี ขณะที่นโยบายการกระตุ้นเศษฐกิจครึ่งปีหลังจะเน้นเครื่องยนต์ใหญ่สำคัญ 4 เครื่อง ที่รัฐบาลจะออกมากระตุ้น อาทิ การบริโภคภาคเอกชนภายในประเทศ การค้าต่างประเทศ การใช้จ่ายภาครัฐและการลงทุน ซึ่งรวมถึงการลงทุนภาคเอกชน(Private Investment) และการลงทุนภาครัฐ

นายจิรายุกล่าวต่อว่า รายงานของมูดี้ส์ยังให้ความเชื่อมั่นด้วยการคงอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ Baa1 ซึ่งสะท้อนถึงสถาบันการเงินและระบบธรรมาภิบาลของไทยที่ยังมีความแข็งแกร่ง มีความสามารถในการชำระหนี้ได้ดี รวมถึงการมีทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศในระดับสูง ทำให้เห็นว่าแม้ทั่วโลกจะโดนปัญหารุมเร้าจากนโนบายภาษีสหรัฐ แต่เชื่อมั่นว่าช่วงครึ่งปีหลังเมื่อสถานการณ์คลี่คลายประเทศไทยจะมี GDP ที่ดีขึ้น แม้ว่าจากเดิมในปีที่ผ่านมา มูดี้ส์คาดการณ์ไว้ว่าไทยจะเติบโตอยู่ที่ร้อยละ 2.9 แต่เมื่อมีเหตุการณ์สหรัฐฯ ก็ปรับลดการคาดการณ์ไว้ที่ 2.0 ซึ่งประเทศไทยยังถือเป็นตัวเลขที่อยู่ในกราฟ GDP เติบโต ไม่ได้ติดลบเหมือนบางประเทศ ทำให้มั่นใจว่านโยบายต่างๆ ของรัฐบาลในครึ่งปีหลังนี้จะ ทำให้ GDP ของประเทศมีโอกาสเติบโตสูงขึ้นอย่างแน่นอน

Advertisement

นายจิรายุยังกล่าวถึงกรณีที่ นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ออกมากล่าวโทษที่ไทยถูกปรับลด เป็นเพราะนโยบายรัฐบาลว่า อยากเรียกร้องให้พรรคฝ่ายค้านเบาได้เบา วันนี้เป็นเรื่องของโลกที่ได้รับผลกระทบซึ่งต้องช่วยกัน และข้อมูลก็ชัดเจนว่าเป็นเรื่องจากปัญหาภาษีสหรัฐ ถ้าลดการเมืองลงได้บ้างก็จะเป็นพระคุณยิ่ง เพราะอย่างน้อยท่านก็เคยเป็น รมว.คลัง ในสมัยนายกฯยิ่งลักษณ์พรรคเพื่อไทยมาก่อน