หน้าแรก การเมือง นายกฯ ขึ้นเวท...

นายกฯ ขึ้นเวทีชี้รายงานมูดี้ส์ แค่มุมมอง มั่นใจผ่านวิกฤตทรัมป์ แจงยิบเจอบิด กม.คอมเพล็กซ์

30.04.25 | 20:20 น.

“อิ๊งค์” ปาฐกถา พลิกฟื้นเศรษฐกิจฯ ชี้ทั่วโลกเป็นห่วงกำแพงภาษีทรัมป์ โต้มูดี้ส์ลดระดับความน่าเชื่อถือไทย แค่มุมมอง ไม่ใช่ให้คะแนน ยันรบ.เร่งเครื่อง “ฟื้นไว้ใจ-ชูอุตสาหกรรมใหม่-ทุ่มลงทุนภาครัฐ ดึงนักลงทุน-พัฒนาบุคคล“ กระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างความมั่นใจเอกชน ย้ำ กม.คอมเพล็กซ์ ถูกบิดโยงการเมือง เชื่อสร้างฝันโกยรายได้เข้าไทย

มูดี้ส์- เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 30 เมษายน 2568 ที่ห้องแมกโนเลีย บอลรูม ชั้น 10 โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพฯ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “ภารกิจพลิกฟื้นเศรษฐกิจ : Mission Thailand” ในงาน TNN DINNER TALK ว่า ยินดีอย่างยิ่งที่ได้สื่อสารผ่านช่องทางนี้ โลกเราเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ตอนที่ได้รับเชิญให้มากล่าวปาฐกถา เตรียมหัวข้อจะพูดเรื่องเศรษฐกิจอย่างไร แต่พอเที่ยงวันเดียวกันนี้ยังปรับหัวข้อที่จะพูดเพราะการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตลอดเวลา จึงอยากสื่อสารให้ประชาชนมั่นใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้น เศรษฐกิจรอบโลกและในประเทศของเรา รัฐบาลรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงและปัญหาอุปสรรค และไม่พลาดที่จะมองโอกาสและแนวทางการแก้ไขปัญหาอุปสรรค พร้อมกับการรับมือ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ต้องมอนิเตอร์ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในรอบโลกของเรา และประเทศต่างๆตอบสนองอย่างไรกับปัญหาที่เกิดขึ้น

นายกฯ กล่าวว่า อุปสรรคของการทำให้เศรษฐกิจเติบโตขึ้นมีปัญหามายาวนานในประเทศและยังมีเรื่องของภาษีสหรัฐอเมริกา ไม่ใช่แค่ประเทศเราที่เป็นห่วงเรื่องนี้ แต่ทุกประเทศทั่วโลกเป็นห่วงเช่นกัน ซึ่งเราจะมุ่งเน้นว่าจะอย่างไรถึงจะรับมือ โดยใช้ความสัมพันธ์ที่มีอยู่แล้วสร้างเครือข่ายหรือการเจรจาอย่างไรได้บ้าง

ส่วนกรณีมุมมองมูดี้ส์ ที่ปรับลดอันดับเครดิตของไทยจากที่มีเสถียรภาพ ไปสู่มุมมองเชิงลบ ต้องบอกว่า ตรงนี้ไม่ใช่การให้คะแนนแต่เป็นมุมมอง ถ้าเกิดปัญหาแบบนี้ เศรษฐกิจแบบนี้ประเทศไทย จากมีเสถียรภาพไปสู่เชิงลบ คือการเติบโตหรือศักยภาพในการพัฒนาเศรษฐกิจลดน้อยลง แต่ไม่ได้แปลว่า ประเทศไทยขาดความเชื่อมั่น ซึ่งปัจจัยในการวัดของเขาจะมีเรื่องกำแพงภาษีของสหรัฐฯที่เกิดขึ้นกับทั่วโลกหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นกัมพูชา จอร์เจีย โรมาเนีย ปัจจัยตรงนี้ ถ้าใครถูกมองในช่วงเวลานี้และยังไม่มีคำตอบ ก็ทำให้มุมมองนั้นปรับเปลี่ยนเป็นเชิงลบได้ โดยรัฐบาลได้เฝ้าดูอย่างใกล้ชิดในมุมที่เป็นห่วงคืออะไร ซึ่งจริงๆแล้วเขาบอกว่าจากมีเสถียรภาพไปสู่ เชิงลบ มีสิทธิ์ที่จะทำให้เรตติ้งเป็นลบได้เช่นกัน ฉะนั้นต้องดูว่าข้อกังวลมีอะไรบ้าง

เมื่อปี 2008 ประเทศไทยเคยถูกปรับมาแล้ว และเราก็ปรับมาเป็นมีเสถียรภาพใหม่ได้ ตรงนี้มูดี้ จะมองว่าเศรษฐกิจเราอ่อนแอหรือไม่ ศักยภาพในการเติบโตมีมากน้อยแค่ไหน เป็นสิ่งที่เขามอง และเมื่อมีเรื่องกำแพงภาษีของสหรัฐฯปั่นป่วนนโยบายของเรามากน้อยแค่ไหน นอกจากนั้นเรื่องภาระหนี้ต่อเนื่อง ความขัดแย้ง และเสถียรภาพทางการเมือง ที่เกิดขึ้นทำให้เป็นอุปสรรคต่อการทำให้นโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และส่งผลให้นโยบายสำเร็จได้ยากขึ้นหรือไม่ นี่คือสิ่งที่เขามอง

Advertisement

นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลควรทำอย่างแรกคือ ต้องไม่ทำให้เขากังวลในสิ่งที่เขากังวล จะต้องเตรียมการทางเศรษฐกิจให้ผ่านจากมรสุมของทรัมป์ ลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากกำแพงภาษี และทำเรื่องอนาคต มุ่งหาเงินเข้าประเทศจากอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่เราลงทุนไปแล้ว รวมถึงรับการลงทุนเข้ามา ทั้งดาต้าเซ็นเตอร์ หรือการลงทุนของ Google เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนและเติบโตขึ้นได้ ส่งเสริมการลงทุน เมื่อเราสนับสนุนการลงทุนว่าจะมีการลงทุนใหม่ บริษัทต่างชาติก็ต้องมาจดทะเบียนในการตั้งบริษัท จะมีการลงทุนที่เข้ามาโดยเป็นการชักชวนให้นักลงทุนรายอื่นเข้ามาด้วยเช่นกัน และรัฐบาลกำลังทำอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่ปีที่แล้วมีการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“เราต้องทำให้มั่นใจว่าจีดีพี ของเราจะเติบโตขึ้น 3-4% อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ปีนี้หายไป ปีหน้าขึ้นมา การเติบโตต้องต่อเนื่องและเต็มที่“

ขณะที่ภาครัฐเร่งเรื่องการลงทุนมากที่สุด 72% มากกว่าเดิมที่ผ่านมาในช่วงระยะเวลา 10 ปี เป็นการลงทุนจากภาครัฐ ที่อนุมัติงบไปแล้วในกระทรวงต่างๆให้นำเงินเหล่านั้นเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ให้เกิดการจ้างงาน นอกจากนี้สิ่งที่รัฐบาลวิจัยการศึกษา การเกษตร ทุกอย่างจะต้องลงทุนให้เพิ่มมากขึ้น และสุดท้ายคือการพัฒนาคน ที่จะเป็นทรัพยากรสำคัญของประเทศ

น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ทุกคนอาจจะกังวลในปี 2567 ที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยเติบโตช้า จีดีพีทั้งปีอยู่ที่ 2.5% โดยไตรมาสสุดท้ายขยับเป็น 3.2% แสดงว่าการเร่งเครื่องเศรษฐกิจของเราเป็นไปอย่างต่อเนื่องและเกิดผล แม้ว่าปีนี้จะมีอุปสรรคผ่านเข้ามา ทั้งแผ่นดินไหว กำแพงภาษี แต่รัฐบาลได้หาทางออกและพยายามที่จะคุยกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐเอกชน ประชาชน เพื่อหาคำตอบที่เป็นประโยชน์ และเชื่อว่าภาครัฐหลายส่วนหลายมุมเราไม่รู้วิธีทำ แต่เราสามารถสนับสนุนให้เอกชนที่รู้ปัญหา รู้แนวทางการลงทุน ทำงานร่วมกับภาครัฐ เพื่อส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชนให้มากขึ้นได้ เช่น เรื่องกำแพงภาษี เอกชนที่ลงทุนในสหรัฐฯ มีอะไรบ้างและรัฐสามารถช่วยอย่างไรได้บ้าง เราจะต้องสนับสนุนผู้ประกอบการที่ไปลงทุนในต่างประเทศที่ผ่านมายังไม่ได้มีนโยบายโดยตรงที่จะสามารถช่วยนักลงทุนคนไทย ที่ไปลงทุนในต่างประเทศ จึงต้องมุ่งเน้นให้มากขึ้น ให้ภาคเอกชนเกิดความมั่นใจ และมีความเป็นเสถียรภาพมากขึ้น

นายกฯกล่าวว่า ทั้งนี้การกระตุ้นเศรษฐกิจ เราทำระยะสั้นระยะกลาง ระยะยาว มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจปลดล็อกหนี้ เพราะมาตรการระยะสั้นจะเป็นตัวแปรดันจีดีพีให้สูงขึ้น ทั้งการกระตุ้นจับจ่ายใช้สอย สร้างโอกาสในการทำมาหากิน ต่อลมหายใจให้ธุรกิจรายเล็กรายย่อย มีพลังที่จะส่งเสริมธุรกิจของตัวเองต่อไป รัฐบาลยังเตรียมการและมีโครงการต่างๆเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจในระยะกลาง และระยะยาว เช่น การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศแบบพุ่งเป้า เชื่อมไทยกับโลกเข้าหากันเพื่อให้ไทยและต่างประเทศมีโอกาสเชื่อมถึงกัน ซึ่งจะเป็นการต่อยอดให้กับภาคเกษตร อุตสาหกรรมทุกด้าน รวมถึงการท่องเที่ยวให้กับประเทศไทย โดยเฉพาะเรื่องรถไฟความเร็วสูง รถไฟรางคู่ การก่อสร้างสนามบินและท่าเรือมีการบริหารจัดการน้ำ รวมถึงโครงการแลนด์บริดจ์ ที่จะสามารถเชื่อมต่อประเทศไทยกับต่างประเทศได้ ให้เราเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ รอเงินจากนักลงทุนได้อีกเยอะ เนื่องจากเป็นการอำนวยความสะดวกแล้วยังเป็นการเพิ่มโอกาสต่างๆให้ต่างประเทศ มาลงทุนในประเทศไทย

นอกจากนั้นได้เน้นย้ำเรื่องการลงทุนเรื่องพัฒนาดิจิทัล เทคโนโลยีพัฒนาระบบการบิน เป็นฮับการบิน เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวและนักลงทุน ควบคู่กับพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ในเรื่องโอดอส ทำเรื่องการศึกษาให้เข้มแข็ง โดยให้ทุนการศึกษาซึ่งเป็นการลงทุนระยะยาว ให้คนไทยได้ศึกษาเรียนรู้จากบริษัทใหญ่ เรียนทางลัดพัฒนาสกิลของตัวเองให้สามารถทำงานในธุรกิจใหม่ได้ และพร้อมสู่อนาคตได้ การลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์ เป็นจำนวนเงินที่เราลงทุนถึง 243,308 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงความจริงจัง เพื่อให้ธุรกิจเหล่านี้เข้ามาเกิดการจ้างงานใหม่ เกิดสเกลใหม่ให้คนไทยของเรา

และยังมีการสนับสนุนการค้าการลงทุนภาคการผลิตการเกษตร อาหารหรือการบริการ ที่เราเป็นจุดแข็งของเรา และแข่งขันกับประเทศจีน ที่ทำการเกษตรเช่นกัน แต่ยังเพียงพอต่อประชากรของเขา เราจึงมีตลาดที่จะส่งออก ควบคู่กับทำวิจัยเพื่อพัฒนาสินค้า เช่น ทุเรียน หากเราไม่พัฒนาสินค้าเกษตรของเราจะอยู่ที่เดิม เพื่อนบ้านจะวิ่งแซง เช่น อินเดียก็เริ่มผลิตข้าวออกมาแข่งกับเรา ส่วนการท่องเที่ยว ต้องสนับสนุนเมืองหลักเมืองรอง เพราะประเทศไทยสวยงาม มีจุดแข็ง ที่การบริการจากใจ เรื่องฟรีวีซ่า ให้คนมาอยู่ได้นานมากขึ้นและรัฐบาลยังจับมือกับประเทศในอาเซียน เมื่อไปประเทศต่างๆได้วีซ่าสามารถไปประเทศอื่นได้จับกลุ่มจับก้อนได้อถ้าเทียบเป็นแพ็คเกจหลายประเทศเราจะมีความสะดวกสบายให้ อันนี้เป็นสิ่งที่ทุกประเทศเราจับกลุ่มด้วย ร่วมมือกันอย่างดี จากการไปกัมพูชา เขาอยากทำ 2 ประเทศ หากอยากไปไหว้พระสามารถมาไหว้พระที่ประเทศไทยต่อด้วยกัมพูชาได้เช่นกัน อันนี้เป็นสิ่งที่ได้ตกลงกันและน่าจะทำให้เกิดผลได้เร็วๆนี้

นอกจากนั้น รัฐบาลสนับสนุนเรื่อง Entertainment Complex ที่ต้องย้ำว่า Entertainment Complex ไม่เท่ากับกาสิโน เพราะมีส่วนไม่ถึง 10% หรือไม่เกิน 10% ของพื้นที่ทั้งหมด แต่คนไม่ฟัง พอได้ยินแต่กาสิโน จึงไม่แปลกใจที่จะบิดเป็นการเมือง เป็นเกมการเมือง ถามว่า เรามาทำการเมืองเชิงสร้างสรรค์ว่าถ้าสร้าง Entertainment Complex จริง ประเทศไทยได้อะไร อย่างแรกคือประเทศไทยไม่ได้เสียอะไร เพราะรัฐไม่ได้ลงทุน เป็นเอกชนและเอกชนต่างชาติเข้ามาลงทุน รัฐบาลเก็บภาษีได้ นี่คือสิ่งแรก และได้กำชับทุกกระทรวงการใช้จ่ายต้องคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์อันนี้ เอกชนลงทุนหมด ถ้าถามว่า ทำไมสร้างเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ โดยไม่ต้องมีกาสิโนได้ไหม ถามว่า ถ้าเราสร้างสเตเดี้ยม ขายตั๋วกี่ใบถึงจะคุ้มทุนพอค่าก่อสร้างทั้งหมด แต่เรื่องกาสิโนเราสามารถใช้เงินตรงนี้มาหมุนมาใช้ในเรื่องการก่อสร้างเหล่านี้ได้ และในเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ มีทั้งพื้นที่จัดคอนเสิร์ต และสถานที่สำหรับครอบครัว สวนน้ำ สามารถสนุกสนานได้ทั้งครอบครัว เช่น สิงคโปร์ จะเห็นว่าโรงแรมมากมายที่อยู่ในนั้น ตรงนี้คือประโยชน์ที่จะได้รับ

เราสามารถฝันให้ทุกคนไปเมืองนอกและคิดหรือไม่ว่าประเทศเขาตรงนี้สวย มีมิวเซียมที่สามารถโชว์วัฒนธรรมได้ ซึ่งเราไปต่างประเทศทำไมของเขาสวย ทำไมบ้านเราไม่มี มีคอนเสิร์ตมีนักร้องดังไปที่ประเทศนั้น เพราะเขามีสเตเดียม จัดคอนเสิร์ตที่ใหญ่พอขายตั๋วได้ราคาแพงและปริมาณมาก อันนี้เป็นสิ่งที่เราฝันได้เลยถ้าเกิดขึ้นจะสร้างการเกิดรายได้อย่างมากให้คนในประเทศ เช่น ตอนนี้ญี่ปุ่นทำแล้วที่คนไทยชอบไปดู Expo ที่โอซาก้า เราดูรูปแบบจากหลายประเทศ ศึกษาว่าอะไรที่สามารถเป็นครอบครังได้ บางคนบอกเล่นการพนันจะเป็นการมอมเมาหรือไม่ ตรงนี้เรามีกฎหมายที่จะรองรับ ที่บางคนมองว่ากฎหมายประเทศไทยไม่จริงจัง เบาไป ถ้าของเราถ้าใครทำผิดกฎหมายฟอกเงินต่างๆเรามีการดำเนินคดีของเรา และเขาเองถูกดำเนินคดีในประเทศเขาเช่นกัน เราล็อกไว้ 2 ทางทั้งกฎหมายประเทศเราและประเทศเขา และคนจะเข้าไปเล่นกาสิโน ต้องมีหลักทรัพย์ที่สามารถเข้าไปเล่นได้ ไม่ใช่ใครก็ได้เดินเข้าไปเล่นหวังแจ็คพอคได้เงิน 30 ล้านบาท อย่างนั้นไม่ได้ เราจะมีประวัติมีการเช็คต่างชาติและคนไทยว่ามีหลักทรัพย์มีสิ่งที่สามารถเข้าไปเล่นแล้วไม่ทำเรื่องผิดกฎหมายอันนี้เป็นสิ่งที่ต้องวางไว้อย่างรอบคอบ

นอกจากนี้เรื่องอุตสาหกรรมยานยนต์จากสนับสนุนให้เราเป็นฮับของอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยสนับสนุนรถ Hybrid หรือรถไฟฟ้า EV ย้ำว่ากำแพงภาษีของสหรัฐฯเป็นสิ่งที่ทุกคนรู้สึกเป็นห่วงเราได้คุยแบบไม่ ทางการ ไม่มีการขาดตอนยืนยันได้ จะดีลลับหรืออะไรก็ตามสหรัฐฯมีคนเข้ามาดีลด้วยในเรื่องกำแพงภาษี จากหลายประเทศ ซึ่งเขาคงไม่เปิดเผยเช่นกัน ประเทศต่างๆก็ไม่สามารถพูดผ่านไมค์ได้ว่าจะทำ 1 2 3 4 เพราะไม่ใช่การดีลการคุยกันหรือการตกลงกันเรื่องสำคัญเรามีการเจรจาต่อรองในประเทศเรา และจากกลุ่มประเทศอาเซียน เพื่อให้การต่อรองของเราเข้มแข็งมีอำนาจในการต่อรองมากยิ่งขึ้น คือสิ่งรัฐบาลทำทั้ง 2 ทางอย่างเข้มข้น ไม่ได้ปล่อยมือไปขอให้ประชาชนที่ฟังอยู่มั่นใจว่าเรามีคนเก่ง มีทีมเก่งทั้งภาครัฐและเอกชน ไม่ใช่รับทำอยู่คนเดียว เราร่วมมือคำปรึกษากับภาคเอกชนด้วย เพื่อให้การเจรจาต่อรองเกิดผลมากที่สุด และกระทบน้อยที่สุดกับประเทศของเรา ฉะนั้นเศรษฐกิจที่มั่นคงชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชน คือเป้าหมายหลักที่สำคัญของรัฐบาล ตนให้ความมั่นใจว่ารัฐบาลทำเรื่องนี้อย่างจริงจังเพราะหาแนวทางเพื่อเพิ่มโอกาสให้กับประเทศไทยของเราต่อไป