ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ (2 เมษายน) น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความทางเฟสบุ๊ก ระบุว่า ต้องร่วมกันชื่นชมและให้กำลังใจ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ที่ลงนาม เพื่อให้ส่วนราชการดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องการทุจริตคดีรับจำนำข้าว 302 รายชื่อ ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและเอกชน และยังมีส่วนที่เหลือ โดยอยู่ระหว่างการไต่สวนเพิ่มเติม เพราะเพิ่งเดินได้ครึ่งทางจากยอด 986 สำนวนคดี
เพื่อให้เกิดความเข้าใจ การดำเนินเรื่องดังกล่าวของป.ป.ท. เกิดจากการขยายผล ต่อจากคณะกรรมการความรับผิดทางแพ่ง สรุปค่าเสียหาย (ไม่ใช่ขาดทุน) โครงการรับจำนำข้าว 2.87 แสนล้าน และตัดสองฤดูกาลแรกออก จากห้าฤดูกาล คงเหลือ 1.78 แสนล้าน โดยคิดความเสียหายจากนางสาวยิ่งลักษณ์ 20% เป็น 35,717 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีกแสนกว่าล้านบาท จึงเป็นหน้าที่ที่ป.ป.ท.ขยายผล การขยายผลของป.ป.ท. ยิ่งเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงปัญหาที่แท้จริงของโครงการรับจำนำข้าวนั่นคือการทุจริต ไม่เพียงแต่คดีที่ยังค้างของป.ป.ท.อีกร่วมครึ่ง ยังมีคดีที่รอการชี้มูลของป.ป.ช. ในส่วนของรับจำนำข้าวคือ การทุจริตการระบายข้าวจีทูจีรอบสอง การทุจริตการระบายข้าวถุง ที่ข้าวถุงไม่ถึงมือคนยากจน ยังรวมไปถึงการรับจำนำมันสำปะหลัง ที่มีคดีการระบายมันสำปะหลังแบบจีทูจีเก้ รอการชี้มูลอยู่
ล่าสุดมีการเปิดเผยตัวเลขผ่านสื่อ ความเสียหายโครงการรับจำนำข้าว ยอดรับซื้อข้าวเปลือก 54.4ล้านตัน รัฐบาลจ่ายเงินซื้อข้าวเปลือก 8.84 แสนล้านบาท แต่ใช้เงินรวมค่าบริหารและดอกเบี้ยไปทั้งหมด 9.68 แสนล้านบาท หักลบยอดที่ขายข้าวได้ รวมทั้งข้าวที่เหลือและคาดว่าจะขายได้ 3.47 แสนล้านบาท รวมยอดขาดทุน 6.21 แสนล้านบาท เท่ากับว่าคนไทยทุกคนจะแบกรับหนี้คนละ 9,562 บาท
แปลกไหม ทำไมพรรคเพื่อไทยจึงรักโครงการรับจำนำ แม้ข้อมูลต่างๆจะออกมา แต่พรรคเพื่อไทยก็ยังตะแบง ที่จะชื่นชมโครงการรับจำนำ ชนิดคิดว่าคนไทยตามไม่ทัน นี่ยังไม่นับรวมการรับจำนำลำไยในอดีต ที่ทำให้พี่น้องภาคเหนือต้องระทมติดคุกกันหลายคน แต่นักการเมืองรอด การรับจำนำหอมแดง ที่ศรีสะเกษ สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่สร้างความเสียหาย สำหรับวันนี้คงต้องติดตามกันต่อไปว่าจุดจบนักการเมือง ที่ชื่นชมโครงรับจำนำจะเป็นเช่นไร

