หน้าแรก การเมือง อธิบดีโยธาฯ ช...

อธิบดีโยธาฯ ชี้ ต้องทำงานร่วมกันหลายหน่วย แจงขอ 90 วันทำแบบจำลอง หาสาเหตุตึกสตง.ถล่ม

2.05.25 | 15:28 น.

อธิบดีโยธาฯ มั่นใจ​แบบจำลองทางคณิ​ตศาสตร์​สามารถพิสูจน์เหตุอาคาร สตง.ถล่มได้​ แจงต้องใช้หลายหน่วยทำร่วมกันป้องกัน Human error

เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม ที่กระทรวงมหาดไทย นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ในฐานะประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงการก่อสร้างอาคาร สตง.เข้ารายงานความคืบหน้าผลการตรวจสอบกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย โดยระบุว่า​ วันนี้เข้ารายงานใน​ 3 ประเด็น​ คือเรื่องการตรวจสอบความเสียหายของอาคาร​ โดยแบ่งเป็นการคารทั้งของภาครัฐและเอกชน​ ในพื้นที่กรุงเทพฯ​และต่างจังหวัด​ เบื้องต้นมีการตรวจสอบอาคารภาครัฐใน กทม.​ 300 กว่าหน่วยงาน​ ประมาณ​ 900 กว่าอาคาร​ พบว่ามีความเสียหายรุนแรงกระทบต่อการใช้งานเพียง​ 1 อาคาร​ คือ ​อาคารของสตง.​ ส่วนต่างจังหวัดจะเน้นไปที่อาคารโรงเรียน​ /โรงพยาบาล​ อาคารราชการ​ ซึ่งได้มีการตรวจสอบไปแล้ว​ 3,000 กว่าหน่วยงาน​ ประมาณ​ 9,000 กว่าอาคาร​ ส่วนใหญ่เป็นอาคารที่สามารถใช้งานได้ตามปกติ ซึ่งมีอาคารที่เสียหายและปิดการใช้ 16​ อาคาร​ จากทั้งหมด​ 76 จังหวัด​ ซึ่งอาคารที่เสียหายจะเห็นได้ว่ามีน้อยมาก และความรุนแรงระดับที่สามารถซ่อมแซมได้ตามหลักวิชาการก่อนที่จะเปิดบริการให้ใช้

นายพงษ์นรา กล่าวว่า ในส่วนที่เป็นอาคารของเอกชน มีการแบ่งเป็น 2 ลักษณะคือเป็นอาคาร 9 ประเภทตามกฎหมายที่ต้องมีการตรวจสอบทุกปี ได้แก่ อาคารสูง อาคารขนาดใหญ่พิเศษ อาคารที่มีการชุมนุมที่มีพื้นที่เกิน​ 1,000 ตารางเมตร​ โรงมหรสพ สถานบริการที่มีพื้นที่มากกว่า 200 ตารางเมตร โรงแรมที่เกิน​ 80 ห้อง​ อาคารชุด​ หอพักที่มีเนื้อที่เกิน​ 2000 ตารางเมตร​ และโรงงานที่มีความสูง​ 1 ชั้นขึ้นไป​ และมีพื้นที่เกิน 5,000 ตารางเมตร​ และป้ายที่มีความสูง​ เกิน​ 15 เมตร​ โดยอาคาร​ 9 ประเภทเหล่านี้​ โดยปกติต้องมีการตรวจสอบทุกปี​โดยผู้ตรวจสอบที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้กับ​กรมโยธาธิการ​และ​ผังเมือง​

นายพงษ์นรา กล่าวต่อว่า​ หลังจากเกิดเหตุ​การณ์​แผ่นดินไหว​ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา​ นายอนุทิน​​ได้สั่งการให้มีการตรวจสอบซ้ำอีกครั้งหนึ่ง​ว่าแผ่นดินไหวกระทบต่ออาคาร​ 9 ประเภท​เหล่านี้หรือไม่​ ซึ่งใน กทม.​นายชัชชาติ​ สิทธิ​พันธุ์​ ผู้ว่าราชการ​กรุงเทพ​มหา​นคร​ ได้ออกคำสั่งให้เจ้าของอาคาร​ 9 ประเภทตรวจสอบ​ และได้มีการออกคำสั่งไปแล้ว​ 11,000 อาคารในเขต​กทม.​และได้มีการตรวจสอบแล้ว​ 5,000 กว่าอาคาร​ ที่มีการตรวจสอบและได้มีการรายงานมาแล้วไม่ได้รับความเสียหาย​รุนแรงถึงขั้นต้องปิดการใช้หรือถึงขั้นสีแดง ในส่วนพื้นที่ต่างจังหวัด มีประมาณ 6 หมื่นกว่าอาคาร ใน 76 จังหวัด ทางท้องถิ่นได้มีการแจ้งให้เจ้าของอาคารตรวจสอบอยู่ และรายงานให้กรมโยธาฯ ทราบทุก 15 วันในกรณีที่เป็นอาคาร 9 ประเภท ส่วนอาคารอื่นๆ อาคารขนาดเล็ก ทางกทม.จะรับเรื่องร้องเรียนผ่านTraffy fondue ของกทม.เพื่อให้ชาวบ้านได้ร้องเรียน เพื่อกทม.จะได้เข้าไปตรวจสอบ ปัจจุบันได้มีการแจ้งเรื่องให้ไปตรวจสอบประมาณ​20,000 เรื่อง และกทม.ได้ดำเนินการตรวจสอบและแนะนำแล้วประมาณ 18,000 กว่าเรื่อง เหลืออยู่ประมาณ 1,000 กว่าเรื่องที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ ในส่วนอาคารต่างจังหวัด สำนักโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ได้ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้คำปรึกษาแนะนำกับประชาชน

นายพงษ์นรา กล่าวอีกว่า ส่วนการรายงานความก้าวหน้าในการสืบสวนเหตุการณ์อาคารสตง.ถล่มนั้น เราได้ตรวจสอบในเรื่องของการคำนวณ ซึ่งกำลังตรวจสอบในเรื่องของรายละเอียด เนื่องจากว่ามีรายละเอียดจำนวนมากที่กำลังตรวจสอบ และมีเรื่องที่กำลังทำคู่ขนานกันไป คือการสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ ซึ่งจะเป็นบทพิสูจน์ว่าอาคารสตง.ถล่มเกิดจากการออกแบบหรือไม่ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยได้ขอเวลาพิสูจน์ต่อนายกฯ ไว้​ 90 วัน​ ซึ่งตามแผนมีอยู่​ 4 สูตร​ ก็จะได้ผลว่าการออกแบบตามแบบทำให้อาคารพังหรือไม่​ วิธีการคือ​สร้างแบบจำลองโดยนำแบบเข้าในคอมพิวเตอร์​ และกำหนดคุณสมบัติของวัสดุ​เข้าไปในแบบจำลอง​ และให้แรงแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นจริงกระทำกับอาคาร​ จึงจะทำให้รู้ว่าอาคาร สตง.นี้พังหรือไม่​ ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการ​ และภายใน​ 90 วันก็จะสามารถพิสูจน์ได้​

Advertisement

นายพงษ์นรา กล่าวว่า เรื่องการตรวจสอบเอกสารได้มีการร่วมตรวจสอบเอกสาร​จากการไปตรวจยึด​ ในพื้นที่ร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ​ดีเอสไอ​ ก็จะมีการตรวจสอบในเรื่องของรายงานประจำวัน​ ประจำสัปดาห์​ การขออนุมัติ​ การเทคอนกรีต​ และในเรื่องการทดสอบวัสดุต่างๆ​ ส่วนวัสดุที่เก็บหน้างานมีการเก็บร่วมกับตำรวจ​ และทางตำรวจได้มีการอายัดไว้ไปตรวจสอบ​ อย่างไรก็ตาม ต้องไปปรับปรุง​กฎหมายกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง​ ว่าจะมีการออกกฎหมาย​กฎระเบียบ​ที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งพ.ร.บ.ควบคุมอาคารฯ พ.ร.บ.วิชาชีพวิศวกร​ฯ และมาตรฐานของการก่อสร้าง​ของ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ ซึ่งเรื่องนี้ได้มีการพูดคุยกัน​

เมื่อถามว่ากรอบระยะเวลา​ 90 วันจะสามารถสร้างแบบจำลองทาง​คณิตศาสตร์​ได้ใช่หรือไม่​ นายพงษ์นรา กล่าวว่า ขณะนี้ใช้เวลาดำเนินการไปแล้ว​ 1 เดือน​ และแบบจำลองนี้ทำโดย 5 หน่วยงาน​แล้วมาวิเคราะห์​ร่วมกัน​ เพื่อให้เกิดความมั่นใจในแบบจำลอง​และทำออกมาเป็นบทสรุป​

เมื่อถามว่าคณะกรรมการฯ พุ่งเป้าไปที่ประเด็นใด นายพงษ์นรา กล่าวว่า สิ่งที่ดูได้ทันทีคือการคำนวณตามแบบที่มีการจ้างการก่อสร้างที่มีอยู่แล้ว​ และที่มีการแก้ไขแบบว่าปัจจุบันที่อาคาร ก่อสร้างหลังนี้มีการออกแบบก่อสร้างคู่สัญญา และมีการแก้ไขแบบส่วนใดบ้าง ที่เกี่ยวกับโครงสร้าง เราจะมีการนำเข้าแบบจำลอง ซึ่งแบบจำลองชุดนี้ เหมือนกับนำอาคารจริง ก่อนที่จะมีการพังถล่ม​ และมีการรันโมเดลเข้าไปในระบบ

เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้นายเอนก ศิริพานิชกร ที่ปรึกษาสาขาวิศวกรรมโยธา วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์​ ให้ความเห็นว่าแบบไม่สอดคล้องกับกฎกระทรวง​ นายพงษ์นรา กล่าวว่า​ ตอนนี้ต้องรอผลสรุปของคณะกรรมการเพราะเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการ ตนไม่สามารถพูดก่อนได้​

เมื่อถามว่าแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ ผลจะแน่นอนออกมาเป็นคำตอบให้สังคมได้ใช่หรือไม่
นายพงษ์นรา กล่าวว่า ได้​ ซึ่งแบบจำลองที่เราตรวจสอบดำเนินการเป็นมาตรฐานอยู่แล้ว​ แต่ต้องมีการสร้างแบบจำลองให้ครอบคลุม​ในหลายสถานะ​ ในรายละเอียดคงต้องให้ทางคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงไปพิจารณา การสอบสวนข้อเท็จจริงนั้นมีอยู่ 4 องค์ประกอบ องค์ประกอบแรกคือหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านนี้โดยตรง​ คือสภาวิศวกร วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย และศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ และมีสถาบันการศึกษาเข้ามาร่วมด้วย​ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ​ สมอ.​ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยหรือ ปภ.​และกทม. รวมไปถึงข้าราชการของกรมโยธาธิการ​และ​ผังเมือง​ ที่มีความรู้และการชำนาญการเรื่องนี้ โดยมีวิศวกรใหญ่กรมโยธาธิการและผังเมืองเป็นประธานกรรมการ สภาวิศวกรเป็นที่ปรึกษา โดยจะเห็นว่าองค์ประกอบของคณะทำงานชุดนี้ครอบคลุมผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านนี้โดยตรง เชื่อว่าเมื่อผลออกมาจะสร้างความชัดเจนให้กับโครงการนี้ได้ว่า สาเหตุของอาคารที่ถล่มเป็นเพราะอะไร​

เมื่อถามว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ใช่หรือไม่ นายพงษ์นรา กล่าวว่า ตอนนี้กำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งมี​อยู่​ 4 ลำดับ​ ในลำดับแรกเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีการคีย์ข้อมูลเรียบร้อยแล้ว โดยมีอยู่หลายขั้นตอนจึงต้องใช้เวลา ​และหลังจากเสร็จแล้วจะต้องมีการประชุมหารือ เพราะเราต่างคนต่างทำ​ เพราะถ้าหากทำโดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งอาจจะมีเรื่อง​ Human error เพราะการคีย์ข้อมูลต้องใช้การคีย์โดยคน ฉะนั้นหากต่างคนต่างคีย์ข้อมูลเข้าไป ต้องมีการเช็กกัน และต้องมีการคุยถึงหลักเกณฑ์​ต่างๆ​ว่าจะใช้หลักใด​เพื่อให้เป็นฐานเดียวกัน​ ก่อนที่จะประมาลเป็นผลมา และต้องดูว่าผลของแต่ละสถาบันออกมาในแนวทางเดียวกันหรือไม่​ จึงออกมาเป็นผลสรุป​ของคณะกรรมการชุดนี้​