หน้าแรก การเมือง ประเสริฐ ลงพื...

ประเสริฐ ลงพื้นที่โคราช แก้ปมพิพาทถือครองที่ดินสาธารณประโยชน์สีคิ้ว

4.05.25 | 12:30 น.

ประเสริฐ ลงพื้นที่โคราช แก้ปมพิพาทถือครองที่ดินสาธารณประโยชน์สีคิ้ว


เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล ลงพื้นที่ตรวจราชการ ที่บ้านน้ำเมา อ.สีคิ้ว กรณีเสียค่ารังวัดแต่ไม่ได้โฉนด จากการที่พบราษฎรที่มีปัญหาพิพาทที่สาธารณประโยชน์บ้านน้ำเมา

ทั้งนี้เมื่อปี 2460 ทางราชการได้ขึ้นทะเบียนเป็นที่สาธารณประโยชน์เนื้อที่ประมาณ 648ไร่ ต่อมาหลังมี การตัดทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพผ่านที่ดินแปลงนี้ จึงถูกแบ่งเป็น 2 ส่วนทิศเหนือ เนื้อที่ประมาณ 154 ไร่ ทิศใต้ เนื้อที่ประมาณ 494 ไร่ โดยเมื่อปี 2536 ทางราชการได้ตรวจสอบแนวเขต เพื่อหาข้อมูลในปี 2536 ทางราชการได้ตรวจสอบแนวเขต เพื่อหาข้อมูลและออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล) แต่มีการคัดค้านและเรียกร้องผ่าน ทางสมัชชาเกษตรกรรายย่อยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อให้ทางราชการแก้ไขปัญหา เป้าหมาย รวมทั้งขอให้ทางราชการออกเอกสารสิทธิ์ให้

อำเภอสีคิ้ว จึงได้สำรวจรังวัดทำแผนที่เพื่อออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงและทำรายละเอียดแปลงที่ดินที่ราษฎรบุกรุกถือครอง ปรากฏอยู่ที่เพียง 80 ไร่ และการชี้ชัดเห็นร่องรอยหลักฐานการอาศัยอยู่มาก่อน ทางราชการก็ควรออกโฉนดให้แนวทางการแก้ไขปัญหา ต้องพิสูจน์สิทธิ์ตามที่กฎหมายกำหนด การร้องเรียนสาเหตุเกิดจากไม่มีหลักฐานเพียงพอในการยืนยันสิทธิ์จากกรณีที่ดินสาธารณประโยชน์บ้านน้ำเมา อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ปีพ.ศ 2560 ที่ชาวบ้านเคยนำออกโฉนดเมื่อปี พ.ศ.2527

Advertisement

ขั้นตอนการพิสูจน์สิทธิ์โดยการอ่านแปลภาพถ่ายทางอากาศจากมติ ครม.แต่ไม่สามารถหาเอกสารพิสูจน์ได้ว่ามีการถือครองที่ดินดังกล่าว จริงก่อนปี 2543 โดยข้อพิพาทดังกล่าวเกิดจากประชาชนไม่มีที่ดินทำกินหากโดนเวนคืน จากการมีประมวลกฎหมายที่ดินเพิ่มเติมเมื่อปี พ.ศ.2543 ทำให้ชาวบ้านประมาณ 100 หลังคาเรือนในพื้นที่หมู่ 6 ตำบลลาดบัวขาว บ้านน้ำเมา อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เกิดความลำบากและเดือดร้อนในการออกโฉนด

โดยการรับฟังความคิดเห็นของท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคมในฐานะประธานอนุกรรมการสำนักคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติน หรือ สคทช.ต้องการแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ เนื่องจากมีปัญหามาอย่างยาวนาน รองนายกรัฐมนตรี รับทราบปัญหาและจะนำข้อร้องเรียนของกลุ่มพี่น้องประชาชนทั้งหมด นำเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป