ษัษฐรัมย์ ขอสมัคร บอร์ดประกันสังคม ปี 69 ครั้งสุดท้าย ก่อนส่งต่อภารกิจคนรุ่นต่อไป
เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม นายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กรรมการประกันสังคม ฝ่ายผู้ประกันตน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุข้อความ ดังนี้
“วันเกิด ปีนี้อายุผมเดินเข้าเลข 4 เป็นครั้งแรก มีความรู้สึกใจหายเล็ก ๆ เพราะตลอดมา เลข 4 นั้นเคยดูเป็นตัวเลขที่ห่างไกลเหลือเกิน… เหมือนเราใช้ชีวิตมาสิบปีถึงสี่ครั้งแล้ว วันนี้ผมอายุมากกว่านักศึกษาที่สอนเกือบสองเท่า และมากกว่าลูกสาวตัวน้อยถึงสี่สิบเท่า เตือนตัวเองให้รู้สึกถึงกาลเวลาอย่างแท้จริง
บางครั้งผมเคยถามตัวเองว่าชอบช่วงไหนของชีวิตมากที่สุด หรือไม่ชอบตอนไหนมากที่สุด แต่เมื่อมองย้อนกลับไป ไม่ว่าจะมีส่วนไหนที่เราชอบหรือไม่ชอบ ทุกประสบการณ์ล้วนนำพาเรามาถึงจุดนี้ จุดที่มีทั้งรอยยิ้ม น้ำตา ความสมหวัง และความผิดหวัง ทั้งหมดล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทาง
ปีที่ผ่านมา ผมได้ใช้ชีวิตตามความตั้งใจ บางคนมองว่าผมเป็น “ของขวัญของประชาชน” ขณะที่บางคนอาจมองว่าเป็น “ปีศาจร้าย” ของพวกเขา ผมได้รับทั้งกำลังใจล้นหลามจากผู้คนผู้เปี่ยมหวัง และข้อความด้อยค่าหรือคำขู่บางครั้งถึงร่างกายและชีวิต สิ่งที่ยากลำบากใจที่สุดคือการเห็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์ต้องแบกรับความกดดันแบบเดียวกัน
ผมเชื่อว่าประกันสังคมคือเงินของคนธรรมดา ทุกบาทที่เราประหยัดได้จะมีมูลค่าเพิ่ม 4.32 เท่าในสิบปี เป็นเงินที่จะช่วยเหลือผู้คนยามเจ็บป่วย ชรา พิการ ว่างงาน ตั้งครรภ์ หรือมีบุตร เราไม่ลังเลที่จะยุติพิธีกรรมหรือประเพณีโครงการเก่าๆ หากมันจะช่วยให้สิทธิประโยชน์กลับคืนสู่ผู้ประกันตน
ณ วันนี้ ความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของผมคือการได้อยู่กับลูกสาวตัวน้อย เป็นความสุขเล็กๆ ที่จับต้องได้ แต่ผมก็รู้ดีว่าเมื่อวันใดที่ช่วงเวลาเหล่านี้ผ่านพ้นไป มันจะกลายเป็นสิ่งที่ใหญ่เกินกว่าจะไขว่คว้ากลับมาได้ และนี่คือหนึ่งในเหตุผลเราพยายามอย่างหนักเพื่อผลักดันรัฐสวัสดิการ
ของขวัญวันเกิดที่ผมปรารถนาในปีนี้ เหมือนเช่นทุกปี คือการได้ผลักดันให้ประเทศไทยก้าวเข้าใกล้การเป็นรัฐสวัสดิการอีกหนึ่งก้าว เพื่อให้ทุกคนมีเวลาอยู่กับครอบครัว มีคุณภาพชีวิตที่ดี และได้ใช้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสำหรับเส้นทางข้างหน้า ผมและทีมประกันสังคมก้าวหน้าตั้งใจจะลงเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมในปี 2569 ซึ่งจะเป็นการลงสมัครครั้งสุดท้ายของผม ไม่ว่าจะมีการแก้กฎหมายอย่างไรในอนาคต ผมจะอยู่ไม่เกินสองสมัยหรือปี 2571 เพราะเชื่อว่าถึงเวลาต้องส่งต่อภารกิจให้คนรุ่นต่อไป
ขอบคุณทุกท่านจากใจสำหรับทุกกำลังใจที่ส่งถึงกันเสมอมา ไม่ว่าจะผ่านข้อความ จดหมาย หรืออ้อมกอด ทุกแรงสนับสนุนคือพลังให้ผมก้าวต่อไป เป็นก้าวแรกสู่รัฐสวัสดิการ”

