เมื่อวันที่ 3 เมษายน ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก ศาลแพ่งนัดไต่สวนคำร้อง กรณีที่พนักงานสอบสวน สน.ดุสิต ยื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณามีคำสั่งให้ยุติการชุมนุมของกลุ่มเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย หรือ คปพ.ในข้อหาการละเมิดพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 จากกรณีที่ กลุ่มคปพ. รวมกลุ่มชุมนุมคัดค้านการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ปิโตเลียม ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ที่หน้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 30 มีนาคม ที่ผ่านมา ต่อมาศาลแพ่งได้ออกหมายเรียกแกนนำ ทั้ง10 คน ประกอบด้วย นายหาญยิ่ง รัตนทุมมาพร จำเลยที่ 1 นายสรรพฤทธิ์ สันต์ทัศน์ธาร จำเลยที่ 2 นายกมล ตันธนะศิริวงศ์ จำเลยที่ 3 นายอิฐบูรณ์ อันวงษา จำเลยที่ 4 นางบุษมาศ รักสนาม จำเลยที่ 5 พล.อ.กิตติศักดิ์ รัตนประเสริฐ จำเลยที่ 6 นางบุญยืน ศิริธรรม จำเลยที่ 7 นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ จำเลยที่ 8 พ.ท.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี จำเลยที่ 9 และ ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี จำเลยที่ 10 มาไต่สวน
อย่างไรก็ตามในวันนี้ แกนนำคปพ.บางรายไม่ได้เดินทางมาด้วยตัวเอง แต่ได้มอบอำนาจให้ทนายความมาแทน ศาลพิจารณานานกว่า 1 ชั่วโทง
ภายหลัง นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์กล่าวว่า พนักงานสอบสวน สน. ดุสิต ผู้ร้อง ได้แถลงขอถอนคำร้องออกโดยอ้างว่าผู้ชุมนุมได้ยกเลิกการชุมนุมไปแล้ว ซึ่งแกนนำคปพ.ไม่คัดค้านคำร้อง ศาลจึงอนุญาตให้ถอนคำร้องและจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ
ขณะที่บรรยากาศบริเวณหน้าศาลแพ่ง มีกลุ่มมวลชนจำนวนหนึ่ง ได้มามอบดอกไม้ให้กำลังใจแกนนำ พร้อมกับแจกเสื้อยืด สีขาวที่มีข้อความว่า “ละชั่ว ทำดี มีธรรมาภิบาล” เสร็จแล้วจึงพากันแยกย้ายเดินทางกลับ

