‘ลิซ่า’ ย้อนคำ ‘นายกฯอิ๊งค์’ ลั่นเองกลางสภา ให้ยอมรับผลสอบแพทยสภา กรณีชั้น 14 หวังรักษาคำพูด

9.05.25 | 09:27 น.

‘ลิซ่า’ ย้อนคำ ‘แพทองธาร’ ลั่นเองกลางสภา ให้ยอมรับผลสอบแพทยสภา กรณีป่วยจริงป่วยทิพย์ชั้น 14 หวัง รักษาคำพูด ไม่ใช้อำนาจแทรกแซง “รมว.สาธารณสุข” ยับยั้งเรื่อง

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2568 น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองโฆษกพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีแพทยสภาแถลงถึงผลการสอบสวนจริยธรรมทางวิชาชีพเวชกรรมของแพทย์โรงพยาบาลราชทัณฑ์และแพทย์โรงพยาบาลตำรวจ กรณีการพักรักษาตัวของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ โดยมีมติลงโทษแพทย์ 3 คนในกรณีให้ข้อมูลหรือเอกสารทางการแพทย์อันไม่ตรงกับความเป็นจริง จากนี้ตาม พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 แพทยสภามีหน้าที่เสนอมติต่อสภานายกพิเศษ ที่มี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน เพื่อขอความเห็นชอบก่อนจะดำเนินการตามมติต่อไป เมื่อวานนี้ (8 พ.ค.)

น.ส.ภคมนกล่าวว่า นายกฯเคยกล่าวไว้ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 25 มี.ค.2568 หลังฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจกรณีการรักษาตัวของนายทักษิณว่า “ถ้าจะพูดเรื่องท่านป่วยจริงป่วยหลอก เมื่อแพทย์วินิจฉัยว่าคุณพ่อมีอาการป่วย ต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ อันนั้นก็เป็นสิ่งที่ชัดเจน ถ้าดิฉันจะบอกท่านว่าอ๋อ! คุณพ่ออายุ 70 กว่าป่วย ท่านจะเชื่อดิฉันเหรอคะ ไม่เชื่อ

“ป่วยจริงๆ 70 กว่า ต้องได้รับการผ่าตัด ช่วงโควิดที่เป็นโควิดหนักมาก น้ำหนักลดไป 10 กว่ากิโล ทำให้เกิดอาการผมร่วง มีสการ์ที่ปอด ท่านเชื่อไหมคะ ไม่เชื่อ ถูกไหมคะ ถ้าจะบอกว่าคนอายุ 70 อัพไปแล้วเนี่ยต้องผ่าตัดและการผ่าตัดไม่ได้ง่ายเหมือนคนอายุ 20 กว่า 30 กว่า 40 กว่า ท่านเชื่อไหมคะ ไม่เชื่อ”

“เพราะฉะนั้นเนี่ย ดิฉันก็ไม่ทราบว่าจะต้องอธิบายแบบไหน แต่ขณะนี้เราก็มีการยื่นเรื่องตรวจสอบต่อแพทยสภาแล้ว เชื่อว่าผลสรุปจะออกมาในอีกไม่นานนี้นะคะ ก็จะหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะยอมรับ เพราะถามจากดิฉัน อภิปรายดิฉันไป ดิฉันตอบ ท่านก็ไม่เชื่ออยู่ดี ไม่ทราบว่าต้องทำอย่างไร” และนายกฯ ยังพูดต่อว่า “เมื่อมีกระบวนการตรวจสอบในหน่วยงานต่างๆ ในฐานะนายกรัฐมนตรี ดิฉันไม่เคยใช้อำนาจไปแทรกแซง”

Advertisement

น.ส.ภคมนกล่าวว่า วันนี้ผลสอบจริยธรรมแพทย์ออกแล้ว ผลสรุปคือแพทย์ 1 คนโดนตักเตือนเนื่องจากออกใบส่งตัว และแพทย์อีก 2 คนถูกพักใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม เพราะให้ข้อมูลเอกสารทางการแพทย์ที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง เนื่องจากข้อมูลที่ได้รับไม่ได้มีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ชัดเจนว่ามีภาวะวิกฤตเกิดขึ้น

“แปลง่ายๆ ว่าจากหลักฐาน บิดาท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้ป่วยขั้นวิกฤต เหมือนที่ท่านพยายามสรรหาโรคมาอธิบาย”

น.ส.ภคมนกล่าวว่า พวกตนยอมรับผลตามที่นายกฯ เคยบอกไว้ หวังว่านายกฯ จะยอมรับผลสอบจริยธรรมของแพทยสภาเหมือนที่พูดเอาไว้เช่นกัน และหวังต่อว่าขั้นตอนหลังจากนี้จะตรงไปตรงมา ไม่มีการแทรกแซงหน่วยงานอย่างที่เคยยืนยันไว้ ไม่มีการออกคำสั่งให้ รมว.สาธารณสุข ไม่เห็นด้วยกับมติดังกล่าว จากนี้สังคมไทยจะจับตาจุดวัดใจว่า รมว.สาธารณสุข จะเอาอย่างไร