หน้าแรก การเมือง กกต. ตั้งด่าน...

กกต. ตั้งด่านสแกน จับตา 3 พื้นที่ เลือกตั้งเทศบาล พบเรื่องร้องเรียนแล้ว 338 เรื่อง เตือนอย่าทำผิดกม.

10.05.25 | 12:41 น.

กกต. ประกาศความพร้อมเลือกตั้งเทศบาลทั่วประเทศ เผยพบเรื่องร้องเรียนแล้ว 338 เรื่อง เตือนอย่าทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง โดยเฉพาะผู้สมัคร อย่าแชร์โพสไลน์ หลัง 6 โมงเย็นวันนี้

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 10 พฤษภาคม ที่ลานเอนกประสงค์ ชั้น 2 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พ.ต.ท.ระพีพงษ์ จิรพัฒนาลักษณ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง แถลงข่าวความพร้อมในการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรีที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ (11 พ.ค.68) เวลา 08.00-17.00 น. เป็นเวลา 9 ชั่วโมง โดยจำนวนเทศบาลที่ประกาศให้มีการเลือกตั้ง จำนวน 2,463 แห่ง แบ่งเป็น เทศบาลนคร 33 แห่ง เทศบาลเมือง 213 แห่ง และเทศบาลตำบล 2,217 แห่ง

กรณีที่เลือกเฉพาะนายกเทศมนตรี 2,128 แห่ง มีผู้สมัคร 4,558 คน เป็นสัดส่วน 2ต่อ1 ส่วนสมาชิกสภาเทศบาลจะมีการเลือกตั้งทั้งหมด 2,462 แห่ง สามารถเลือกสมาชิกได้เขตละ 6 คน โดยจะได้สมาชิกสภาเทศบาลทั้งหมด 33,346 คน จากผู้สมัคร 60,515 คน สัดส่วน 2ต่อ1 เช่นกัน

พ.ต.ท.ระพีพงษ์ กล่าวต่อไปว่าเทศบาลที่เลือกนายกเทศมนตรีอย่างเดียวเนื่องจากสมาชิกสภาเทศบาลยุบสภาไปก่อนหน้านี้ มีจำนวน 1 แห่ง ได้แก่ เทศบาลตำบลน้ำยืน อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ส่วนเทศบาลที่เลือกตั้งสมาชิกเทศบาลอย่างเดียว เนื่องจากนายกเทศมนตรีพ้นวาระด้วยเหตุอื่น จำนวน 335 แห่ง

ขณะนี้เทศบาลทุกแห่งได้ดำเนินการรับมอบวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการเลือกตั้ง ให้กับกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดย กปน. และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย จะนำวัสดุอุปกรณ์ไปเก็บรักษาไว้ในที่ปลอดภัย และจะต้องจัดเตรียมสถานที่เลือกตั้งให้พร้อมด้วย

กกต.
พ.ต.ท.ระพีพงษ์ จิรพัฒนาลักษณ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

สำหรับข้อพึงระวังของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ห้ามหาเสียงก่อนวันเลือกตั้งและวันเลือกตั้ง ระหว่างเวลา 18.00 น. ของวันที่ 10 พ.ค.68 ถึง 00.00 น.ของวันที่ 11 พฤษภาคม 2568 โดยเฉพาะทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ การแชร์โพสต์ การส่งไลน์ หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ห้ามขัดขวางหรือหน่วงเหนี่ยวผู้มีสิทธิไม่ให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี

Advertisement

ห้ามมิให้นายจ้างหรือผู้บังคับบัญชาขัดขวางลูกจ้างหรือผู้ใต้บังคับบัญชาไปใช้สิทธิ มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีหรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ห้ามขายหรือจะจ่ายสุราในเวลาเลือกตั้ง ระหว่างเวลา 18.00 น. ของวันที่ 10 พ.ค. 68 ถึง 18.00 น.ของวันที่ 11 พ.ค.68 มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ห้ามผู้สมัครจัดยานพาหนะ นำหรือส่งผู้มีสิทธิเลือกตั้งไป-กลับหน่วยเลือกตั้งโดยไม่คิดค่าโดยสาร มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1–10 ปี ปรับ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี ห้ามเล่นหรือจัดให้การพนันเกี่ยวกับผลการเลือกตั้ง โทษจำคุก 1-5 ปี ปรับ 20,000 -100,000 บาท หรือทั้งจับทั้งปรับ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี หากเป็นผู้สมัคร โทษจำคุก 1-10 ปีปรับ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง

พ.ต.ท.ระพีพงษ์ กล่าวว่า สำหรับรายงานเรื่องร้องเรียนนับตั้งแต่วันที่มีการประกาศให้จัดการเลือกตั้งจนถึงวันที่ 9 พ.ค.2568 มีรายงานเรื่องร้องเรียนเข้ามาทั้งหมดจำนวน 338 เรื่อง แบ่งเป็นคำร้องเรียน 335 เรื่อง และความปรากฏอีก 3 ขณะนี้พิจารณาแล้วเสร็จไปแล้ว 7 เรื่อง ที่เหลือยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของทางจังหวัด ส่วนรายละเอียดของเรื่องที่ร้องเรียนนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้มีการจำแนกจากฝ่ายรับเรื่องร้องเรียนเข้ามาว่ามีเรื่องอะไรบ้าง แต่ก็มีเรื่องร้องเรียนการซื้อสิทธิ์ ขายเสียงอยู่ในนั้นด้วย

เมื่อถามถึงพื้นที่ที่ต้องมีการจับตาเป็นพิเศษ พ.ต.ท.ระพีพงษ์ กล่าวว่า พื้นที่ที่เราจับตาเป็นพิเศษก็คือพื้นที่ทีมีการแข่งขันทางการเมืองสูง เทศบาลนครใหญ่ๆ เช่น เชียงใหม่ นครราชสีมา พัทยา ได้มีการตั้งด่านตรวจสอบตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 9 พ.ค.แล้ว นอกจากนี้ยังได้ให้ทุหน่วยเตรียมความพร้อมสถานที่รองรับเหตุที่อาจจะทำให้ไม่สามารถจัดลงคะแนนเลือกตั้งได้ เพราะตอนนี้เข้าใจว่าหลายพื้นที่มีฝนตก พายุเข้า