รบ.มั่นใจมีน้ำกิน-ใช้ตลอดฤดูแล้ง 1 มี.ค.ทำฝนหลวงทั่วปท. ‘บิ๊กตู่’สั่งกก.แจงนักท่องเที่ยวประหยัดน้ำช่วงสงกรานต์
เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าจะมีน้ำใช้ไม่เพียงพอในช่วงฤดูแล้งว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง ข้อมูลน้ำของกรมชลประทานล่าสุดมีปริมาณน้ำใช้การได้ใน 4 เขื่อนหลัก 3,068 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นตัวเลขจริงที่ใช้สื่อสารกับประชาชน โดยไม่รวมน้ำตายหรือน้ำก้นเขื่อนที่มีตะกอน รัฐบาลยืนยันว่ามีน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค และรักษาระบบนิเวศน์ผลักดันน้ำเค็มตามลุ่มน้ำเจ้าพระยาเพียงพอไปจนสิ้นฤดูแล้ง ส่วนภาคการเกษตรนั้น เกษตรกรส่วนใหญ่เข้าใจดีว่ามีน้ำไม่เพียงพอ แต่ก็ยังมีบางพื้นที่ที่ต้องการปลูกข้าวต่อไป ยืนยันว่าจะรับความเสี่ยงเอง แม้ว่าปริมาณน้ำทุกเขื่อนเพียงพอที่จะจัดสรรไปหล่อเลี้ยงคนทั้งประเทศตลอดฤดูแล้ง แต่ต้องยอมรับว่าบางพื้นที่เกิดภาวะแล้งจริง รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ประกาศพื้นที่ประสบภัย 46 อำเภอ 12 จังหวัด เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถอนุมัติงบประมาณไปใช้ในระดับอำเภอและท้องถิ่น และขอรับการสนับสนุนรถบรรทุกน้ำหรือเครื่องสูบน้ำได้
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า ส่วนภาคการเกษตร คณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้อนุมัติมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) รวมกว่า 9.3 หมื่นล้านบาท โดยคาดว่าจะมีผู้ได้รับประโยชน์กว่า 670,000 ราย นอกจากนี้ รัฐบาลยังเตรียมเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุน ซึ่งเป็น 1 ใน 8 มาตรการรับมือวิกฤตภัยแล้ง โดยจะปฏิบัติการฝนหลวงทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมนี้ ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ พิษณุโลก นครสวรรค์ กาญจนบุรี อุดรธานี นครราชสีมา จันทบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และสุราษฎร์ธานี และจะดำเนินการขุดบ่อบาดาลเพิ่มอีก 2,000 บ่อ ภายในเดือน เม.ย.ในพื้นที่ประสบภัยแล้งระยะเร่งด่วนลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา โดยจะมีประชาชนได้รับประโยชน์ 225,733 ครัวเรือน
“นายกฯเป็นห่วงเรื่องปัญหาภัยแล้งมาก และขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด โดยขอให้ทุกฝ่ายใช้น้ำอย่างประหยัดและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ควบคู่ไปกับมาตรการควบคุมการจ่ายน้ำของการประปา โดยรัฐบาลเตรียมรณรงค์ให้คนไทยประหยัดน้ำอย่างจริงจัง และเชิญชวนประชาชนใช้การรดน้ำดำหัวแทนการเล่นสาดน้ำในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง เพื่อลดปริมาณการใช้น้ำและสืบสานวัฒนธรรมที่งดงาม รวมทั้งยังได้กำชับให้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา(กก.)ซึ่งเป็นหน่วยงานหลัก สร้างความเข้าใจแก่นักท่องเที่ยว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดเรื่องปริมาณน้ำในโรงแรมที่พัก หรือแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ซึ่งอาจจะกระทบต่อการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย” พล.ต.สรรเสริญ กล่าว

