หน้าแรก การเมือง เท้ง ชี้กฤษฎิ...

เท้ง ชี้กฤษฎิ์ แสดงออกชัด ลาออกพ้นพรรค เตรียมยื่นตีความ พ้นสภาพส.ส.เรียบร้อย

13.05.25 | 15:09 น.

เท้ง ชี้กฤษฎิ์ แสดงออกชัด ลาออกพ้นพรรค เตรียมยื่นตีความ พ้นสภาพส.ส.เรียบร้อย

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ที่รัฐสภา พรรคประชาชน นำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน นายสหัสวัส คุ้มคง ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาชน และ ส.ส.ของพรรคประชาชน ร่วมแถลงข่าวกรณี น.ส.กฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ ส.ส.ชลบุรี เขต 6 พรรคประชาชน ประกาศแยกทางกับพรรคประชาชน เตรียมย้ายซบพรรคกล้าธรรม

โดยนายณัฐพงษ์กล่าวว่า จากเหตุผลที่ น.ส.กฤษดิ์แถลงนั้น ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของความไม่พึงพอใจส่วนตัว ไม่ได้เป็นเรื่องของปัญหาอุปสรรคในการทำงาน เหตุผลที่พวกเราคิดว่าฟังไม่ขึ้น

โดยพรรคจะดำเนินทุกมาตรการที่จะคืนความเป็นธรรมให้กับประชาชน เขต 6 โดยหนังสือที่ น.ส.กฤษฎิ์ยื่นมาให้กับตนและกรรมการบริหารพรรคได้แจ้งขอยุติบทบาทด้วยการออกจากการเป็นสมาชิกพรรค ซึ่งเชื่อว่าทุกคนน่าจะสรุปตรงกันว่าเขาไม่ต้องการเป็นสมาชิกพรรคประชาชนอีกต่อไป เพราะเขาไม่มีอำนาจใดที่จะบังคับ ให้ กก.บห.และ ส.ส.พรรค ขับออก เพราะมีเงื่อนไขเดียวคือต้องกระทำความผิดทางวินัย

ดังนั้น ตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง และข้อบังคับของพรรคเรามีความเห็นว่าหนังสือฉบับนี้ได้แสดงเจตจำนงเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าต้องการลาออกจากสมาชิกพรรค แต่เพื่อให้เกิดความชัดเจนในข้อกฎหมาย พรรคจะยื่นไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ตีความว่าหนังสือดังกล่าวถือเป็นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาชนหรือไม่ ซึ่งอาจต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการและรอหน่วยงานออกคำชี้แจง และหากผลตอบกลับมาว่าไม่ได้เป็นการลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค พรรคก็จะมีมาตรการลงโทษคือไม่มีมติขับออก ทำให้เขาไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการคือการย้ายไปยังพรรคการเมืองอื่น

Advertisement

นายณัฐพงษ์กล่าวถึงว่า นอกจากนี้ในวันที่ 18 พ.ค.นี้ ตนจะลงพื้นที่พร้อมกับนายสหัสวัตและ ส.สชลบุรีของพรรคทุกเขต เพื่อยืนยันกับประชาชนว่า พวกเราพร้อมที่จะเดินหน้ารับใช้ประชาชน และยังมอบหมายให้นายสหัสวัตเป็นตัวแทนของพรรคเข้าไปดูแลพื้นที่เขต 6 ต่อจากนี้

เมื่อถามว่า มีหน่วยงานไหนบ้างที่จะยื่นตีความ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ขอยังไม่เปิดเผยรายละเอียดในส่วนของชื่อหน่วยงาน แต่ยืนยันว่ามีมากกว่า 1 หน่วยงาน เนื่องจากต้องศึกษาเรื่องข้อกฎหมาย และเกรงว่าถ้าให้ข่าวไปตอนนี้ อาจจะมีการดำเนินการของฝั่งตรงข้าม ที่อาจจะทำคล้ายๆ ว่าเป็นการเสียรูปคดีได้ เพราะฉะนั้น ยืนยันว่า เราศึกษาทางช่องกฎหมายแล้ว และเราพบว่ามีช่องกฎหมายที่ดำเนินการในเรื่องนี้ได้อยู่แล้ว

นายณัฐพงษ์ระบุอีกว่า ขณะนี้ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า ในทางปฏิบัติของพรรค ไม่ได้ถือว่า น.ส.กฤษฎิ์เป็นผู้แทนราษฎรของพรรคอีกต่อไป ส่วนการดำเนินการในทางนิตินัย หรือทางกฎหมาย ก็เป็นเรื่องมาตรการ ซึ่งใช้เวลาค่อนข้างนานเกินกว่าหนึ่งเดือน เนื่องจากต้องรอคำตอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ก่อนหน้านี้ที่จะเกิดเหตุการณ์ในการแถลงข่าวของ น.ส.กฤษฎิ์ มีการพูดคุยกันอย่างไม่เป็นทางการมาแล้วระดับหนึ่ง และนายปกรณ์วุฒิก็เป็นคนหนึ่งที่คุยกับ น.ส.กฤษฎิ์โดยตรงมาตลอด ในฐานะที่คอยดูแล ส.ส. ในภาพรวม ย้ำว่าพรรคเปิดกว้าง รับฟังทุกเหตุผลที่เขาให้มา แต่หลังจากที่ได้ฟังคำแถลงเหตุผลของเขา ก็พบว่า ทุกๆ อย่างไม่เป็นความจริง และพรรคได้เปิดกว้างให้กับเขามามากเพียงพอแล้ว

เพราะฉะนั้น เหลือเพียงเหตุผลสุดท้าย ที่อาจจะเชื่อได้ว่า การที่ตัวเขาเองแถลงว่า จริงๆ อยากลาออกในตอนแรก แต่สุดท้ายตัดสินใจอยากจะให้พรรคขับออกนั้น เพราะว่าอยากจะย้ายไปยังพรรคกล้าธรรม ซึ่งเรื่องนี้ ตนเองก็อาจจะไม่สามารถตัดสินได้ แต่ให้สาธารณชนลองประเมินในสถานการณ์ภาพรวมตามบริบททางการเมือง ที่พรรคการเมืองบางพรรคก็พยายามที่จะดึงดูด ส.ส.เข้าไปในพรรคตัวเองให้มากที่สุดหรือไม่ เพื่อใช้ในการเจรจาต่อรองเก้าอี้คณะรัฐมนตรีหรือไม่ เพราะอาจจะมีการปรับ ครม.ในเร็วๆ นี้

สำหรับกรณีจะมี ส.ส.คนอื่นๆ ย้ายไปอยู่กับพรรคร่วมรัฐบาลอีกหรือไม่นั้น นายณัฐพงษ์ยืนยันตามข้อมูลที่ทราบ และจากการที่ได้พูดคุยกับคนในพรรคว่า ไม่มีแน่นอน และเชื่อมั่นว่าเพื่อน ส.ส.ที่เหลืออยู่ ไม่มีใครที่จะย้ายไปอยู่ฝั่งรัฐบาลแน่นอน สำหรับกรณีที่ระบุพรรคไม่ได้ลงช่วยด้วยนั้น พรรคได้เปิดโอกาส และใช้กลไก เครื่องมือหลายๆ อย่างในการสนับสนุนการทำหน้าที่ของเขาอย่างเต็มที่แล้ว

ส่วนข้ออ้างว่าเป็นพรรคฝ่ายค้าน แล้วไม่สามารถดำเนินการอะไรได้แบบพรรคฝ่ายรัฐบาลนั้น คิดว่าเป็นเพียงแค่ข้ออ้าง ในฐานะที่คุณเป็นผู้แทนราษฎร คุณต้องรู้หน้าที่ของคุณในการทำหน้าที่ฝ่ายค้านว่าเป็นหน้าที่ในการตรวจสอบ แน่นอนที่สุด ถ้าอาศัยกลไกใดๆ ในการช่วยผลักดัน การที่รัฐบาลหรือคนที่มีอำนาจฝ่ายบริหารแก้ไขปัญหาบางอย่างให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนได้ก็เป็นสิ่งดี แต่ข้ออ้างว่าไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้ จึงต้องย้ายไปพรรคกล้าธรรมนั้น คิดว่าเป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น

หากมองว่าอะไรที่เป็นแรงจูงใจหลักๆ ก็น่าจะเกิดจากการที่ได้มีการพูดคุยระหว่างเจ้าตัวกับคนในพรรคกล้าธรรมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หรือพูดง่ายๆ คือดีลเกิดขึ้นแล้วแน่นอน ไม่เช่นนั้น เขาคงไม่ตั้งวันที่จะมาแถลงข่าวในวันนี้ และประกาศตัวอย่างชัดเจน

นายณัฐพงษ์ยังย้ำว่า จะมีการพิจารณาดำเนินการทางวินัยแน่นอน อย่างเช่นการตัดสิทธิพึงมีในฐานะสมาชิกพรรคทุกอย่าง ส่วนการจะขับออกหรือไม่ขับออกนั้น เชื่อว่าวิญญูชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชน และผู้ที่กำลังติดตามเรื่องนี้อยู่ ทุกคนอยากจะให้พรรคดำเนินการลงโทษ ไม่ให้คนที่ทรยศต่อเสียงที่ประชาชนเลือกมา ได้สิ่งที่เขาต้องการ

เพราะฉะนั้น การขับออก ณ ตอนนี้ สำหรับพวกเราเองมองว่าไม่ได้เป็นทางเลือกที่เหมาะสม แต่ทางเลือกที่เหมาะสม ซึ่งเป็นทางเลือกสำรองในกรณีที่ถูกตีความว่า หนังสือฉบับนี้ ไม่ได้เป็นการลาออกจากสมาชิกพรรค ก็คือการดองงูเห่าเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เรื่องที่จะส่งผลให้ถูกขับออก ก็อาจจะเป็นช่องโหว่ทางรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ที่ตอนแรกเจตนาของผู้ยกร่าง ต้องการให้ ส.ส.มีเอกสิทธิ์ ไม่ได้อยู่ภายใต้การครอบงำของพรรคการเมือง แต่ในขณะเดียวกัน เราก็เห็นแล้วว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คือเจ้าตัว ส.ส.นั้น ไม่ได้ปฏิบัติตามอุดมการณ์พรรคอีกต่อไป ความต้องการที่จะย้ายพรรค ด้วยข้อจำกัดทางด้านกฎหมาย ที่เขาไม่สามารถลาออกได้ด้วยตัวเองได้ หรือต้องพยายามบังคับให้เราขับออกนั้น ถ้าดูตามเจตนารมณ์เป็นตัวตั้ง ทั้งของรัฐธรรมนูญเอง รวมถึงที่เจ้าตัวออกมาแสดงเจตนาชัด ว่าไม่ต้องการเป็นสมาชิกของพรรคประชาชนต่อไปก็ตาม ตนคิดว่าสิ่งที่พวกเราจำเป็นต้องทำ เพื่อใช้ในการลงโทษเขา ก็คือการที่ไม่ให้สิ่งที่เขาต้องการ การขับออกไม่ใช่ทางเลือก

ส่วนเรื่องของมาตรการในการกระทำความผิดทางวินัยในต่างๆ เช่น ตามระเบียบข้อบังคับวินัยพรรคเขียนไว้ค่อนข้างชัดเจนอยู่แล้ว ซึ่งเราเองก็ต้องลงโทษที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้คนที่กระทำผิดต่ออุดมการณ์พรรคได้สิ่งที่เขาต้องการด้วยการอาศัยช่องว่างของกฎหมาย

สำหรับการดำรงตำแหน่งในคณะกรรมาธิการที่เขาดำรงตำแหน่งอยู่แล้วนั้น เป็นอำนาจของ ส.ส.เจ้าตัว ในความหมายก็คือ ตำแหน่งใดที่เขาดำรงตำแหน่งอยู่แล้ว ถ้าจะออก เขาต้องลาออกเอง ส่วนตำแหน่งกรรมาธิการในอนาคตที่เป็นโควตาของพรรค จะไม่มีการเสนอชื่อใดๆ ให้เขาไปดำรงตำแหน่งอีกต่อไป

สำหรับกรณีหากมีการตีความว่าเป็นการลาออกนั้น เขาก็จะพ้นจาก ส.ส. และการเป็นสมาชิกพรรคประชาชน ซึ่งคือการสิ้นสุดสมาชิกภาพ ส.ส.ทันที ส่วนกรณีที่หน่วยงานตีความว่า ไม่ใช่หนังสือการลาออกนั้น หากยังมีขั้นตอนต่อไป แต่ยังไม่ขอลงรายละเอียด

ขณะที่นายสหัสวัตชี้แจงในกรณีการสร้างพรรคไม่ได้สร้างคนว่า คำว่าการสร้างพรรคไม่ได้สร้างคนนั้น ตนเองไม่เข้าใจอย่างยิ่งว่า น.ส.กฤษฏิ์หมายถึงอะไร ยืนยันว่าการสร้างพรรคกับการสร้างคนเป็นเรื่องเดียวกัน ดูได้จากพรรคอนาคตใหม่ มาก้าวไกล และประชาชน ยืนยันว่าเป็นการสร้างเครือข่ายเชิงคนที่จับต้องได้ให้เป็นรูปธรรมให้มากที่สุด เรามีการทำงานเครือข่ายเชิงประเด็น เช่น เครือข่ายแรงงาน เครือข่าย LGBTQIA+ เครือข่ายอื่นๆ ที่เราทำงานกันอย่างแข็งขัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือการสร้างคนอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการเติมองคาพยพ เช่น ของสมาชิกพรรคมีหลักสูตรต่างๆ ที่ให้สมาชิกพรรคสามารถเข้ามามีส่วนร่วมเข้ามาเรียนรู้ เข้ามาหาความรู้ได้ตลอด

นายสหัสวัตกล่าวต่อว่า สิ่งที่เราทำมาตลอดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่สมัยสภาที่แล้ว หลายเรื่องประชาชนได้โหวต เช่น เรื่องประกันสังคม เพราะเป็นกระแสจริง และไม่ได้เกิดการแก้ปัญหา ไม่ได้เป็นประโยชน์กับชีวิตประชาชน และเรื่องคอลเซ็นเตอร์ รวมไปถึงเรื่องปลาหมอคางดำ หลายเรื่องที่เราผลักดันประชาชนก็ได้ประโยชน์ ซึ่งตนคิดว่าเรื่องนี้ประชาชนทั่วไปก็จะเห็นว่าสิ่งที่เรากำลังทำเป็นการสร้างกระแส หรือว่าเป็นการทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน

ส่วนกรณีที่ ส.ส.ของพรรคประชาชนในพื้นที่เขตเดิมกลายเป็นงูเห่าซ้อนกัน 2 ครั้ง มีความเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองที่เป็นบ้านใหญ่หรือไม่ นายสหัสวัตกล่าวว่า คิดว่าไม่เกี่ยวข้องและไม่มีผลเลย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายหลังการแถลงข่าวของหัวหน้าพรรคประชาชน มีบรรดาด้อมส้มกลุ่มเดิมจากเมื่อเช้าที่มาก่นด่า ส.ส.กฤษฎิ์ ต่างกอดให้กำลังใจ นายณัฐพงษ์และ ส.ส.พรรคประชาชน ซึ่งถูกมองว่า เป็นคนละเรื่องกับเมื่อเช้านี้ โดยได้หันไปหา ส.ส.ชลบุรี ที่มาร่วมแถลงข่าวว่าอย่าเป็นงูเห่า อย่าย้ายไปไหน ถ้ารู้ว่าจะย้าย เดี๋ยวจะมาด่าถึงที่