หน้าแรก การเมือง พรรคประชาชน แ...

พรรคประชาชน แจง 5 ข้อ โต้ยิบ กฤษฎิ์ ยันไม่มีเหยียดเพศ แจงปมติง เรื่องหารือสภา

13.05.25 | 15:18 น.

พรรคประชาชน แจง 5 ข้อ โต้ยิบ กฤษฎิ์ ยันไม่มีเหยียดเพศ แจงปมติง เรื่องหารือสภา

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน กล่าวว่า เมื่อได้รับฟังถึงเหตุผลที่นางสาวกฤษฎิ์แถลงเมื่อเช้านี้ ต่อข้อกล่าวหาหลายข้อที่มีต่อพรรค ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม และไม่ได้รับการผลักดันนโยบาย หรือประเด็นที่ตนเองอยากจะขับเคลื่อนนั้น ตนขอชี้แจงเป็นรายประเด็น ดังนี้ คือ

1.เรื่องการแก้ปัญหาการทำงานในพื้นที่ ที่ไม่เคยได้รับงบประมาณจากพรรคสักบาทเดียวในการทำกิจกรรม เราต้องยืนยันว่า ทางพรรคได้มีการสนับสนุนนางสาวกฤษฎิ์ในการทำงานพื้นที่มาโดยตลอด ฝ่ายนโยบายเอง ก็เคยอนุมัติงบประมาณจากส่วนกลาง เพื่อให้นางสาวกฤษฎิ์ไปจัดกิจกรรมรับฟังความเห็นต่อการพัฒนานโยบายของพื้นที่อำเภอศรีราชา ตามที่ได้ขอเข้ามา ซึ่งในส่วนการให้งบประมาณทำกิจกรรม สส.เขตคนอื่น ๆ ก็ทำงานในพื้นที่ได้อย่างราบรื่น ได้รับการสนับสนุน และความร่วมมือจากพรรคเป็นอย่างดีมาตลอด

2.ข้อกล่าวหาเรื่องการทำงานในคณะกรรมาธิการการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ที่ไม่ได้รับการสนับสนุน เราต้องบอกว่า ตั้งแต่เริ่มเปิดสภา เราจะมีการให้ สส.ทุกคนได้เสนอมาว่า ตนเองอยากนั่งในคณะกรรมาธิการสามัญคณะใด ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่ทุกคนจะได้นั่งในคณะกรรมาธิการสามัญในอันดับ 1 ที่ตนเองอยากได้ เนื่องจากต้องมีการจัดสรร

และนางสาวกฤษฎิ์นั้น เป็นหนึ่งใน สส.ไม่กี่คน ที่ได้นั่งในคณะกรรมาธิการสามัญอันดับ 1 ที่ตนเองเลือกมา เนื่องจากพรรคเห็นว่า ในพื้นที่ของนางสาวกฤษฎิ์ มีท่าเรือแหลมฉบังอยู่ และพรรคก็คิดว่านางสาวกฤษฎิ์มีประเด็นที่น่าจะเข้าไปขับเคลื่อนในคณะกรรมาธิการได้ อีกทั้ง นางสาวกฤษฎิ์ยังได้ตำแหน่งรองประธานคนที่ 1 ของอนุกรรมาธิการ และยังสามารถเลือกที่ปรึกษามาเสนอชื่อได้อย่างเต็มที่ เพื่อที่จะช่วยเข้ามาทำงานในประเด็นที่นางสาวกฤษฎิ์ต้องการได้ ยืนยันว่า ไม่มีการปิดกั้นแต่อย่างใด

Advertisement

3.ข้อกล่าวหา เรื่องการไม่ได้รับความเคารพในสถานะทางเพศ ต้องยืนยันว่าตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล มาจนถึงพรรคประชาชน นี่เป็นค่านิยมหลัก ที่เราให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง คือการโอบรับความหลากหลายทางเพศ ความหลากหลายทางความเชื่อทุกรูปแบบ และขอยืนยันว่า ไม่มีการเหยียดสถานะทางเพศของ สส.คนใด หรือแม้แต่ประชาชนคนใดอย่างแน่นอน และหากมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น เราจะถือว่าเป็นการผิดวินัย เพราะว่าเป็นการไม่เคารพต่ออุดมการณ์หลัก และคุณค่าหลักที่พรรคยึดถือ

นอกจากนั้น พรรคก็ได้เปิดพื้นที่ให้นางสาวกฤษฎิ์ทำงานด้านความหลากหลายทางเพศ โดยร่วมอยู่ในทีมสภาความหลากหลายทางเพศเชิงประเด็นของพรรค มีส่วนร่วมในการผลักดันร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ) สมรสเท่าเทียม และมีส่วนร่วมอยู่ในทีมในการยกร่าง พ.ร.บ.รับรองทางเพศ ทั้งยังได้มอบหมายให้ได้ยกร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยเทคโนโลยีอนามัยเจริญพันธุ์ เพื่อให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ถึงแม้ว่าขณะนี้ อาจจะยังไม่ได้สำเร็จครบถ้วนก็ตาม แต่พรรคก็เปิดพื้นที่ให้นางสาวกฤษฎิ์ได้ทำงานอย่างเต็มที่ และพรรคเอง ก็เคยได้สนับสนุนงบประมาณในการทำกิจกรรมพื้นที่ของนางสาวกฤษฎิ์ ในการรวบรวมความเห็น ของผู้มีความหลากหลายทางเพศในพื้นที่ศรีราชาด้วย

4.เรื่องเหตุการณ์การปรึกษาหารือ 2 นาที ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 ตนยอมรับว่า มีการไปพูดคุยกับนางสาวกฤษฎิ์หลังจากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริง แต่สิ่งที่เราพูดคุยกัน ไม่ใช่เรื่องของเนื้อหา และไม่ใช่เรื่องความไม่พอใจ แต่สิ่งที่เพื่อนไม่พอใจคือ เวลาก่อนเปิดประชุมนั้น ควรจะเป็นเวลาที่สะท้อนปัญหาของส่วนรวม หรือประชาชน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำเรื่องนั้นไปแก้ไข ไม่ใช่พูดความต้องการส่วนตัว ว่าเขาเองต้องการที่จะทำอะไร หรือต้องการที่จะไปไหน

แต่อย่างไรก็ตาม พรรคยืนยันว่า สิ่งที่นางสาวกฤษฎิ์หารือไป ไม่ได้เป็นความผิด และพรรคไม่ได้มีการดำเนินการทางวินัยใดๆ ต่อ หลังจากเหตุการณ์นั้นเลย เพราะถือว่าเป็นการพูดคุยกันเฉยๆ ว่าการพูดการหารือโดยใช้ความต้องการส่วนตัวมาพูด ไม่เหมาะสมกับการทำงานในสภาเท่านั้น ย้ำว่า ไม่ได้มีการลงโทษ และไม่ได้มีการคว่ำบาตรใดๆ ทั้งสิ้น

นายปกรณ์วุฒิ ยืนยันว่า ได้พูดกับเพื่อน สส. ในที่ประชุม สส. โดยขอให้เก็บเหตุการณ์นี้ไว้ และให้ทุกคนร่วมงานกันในฐานะเพื่อนร่วมอุดมการณ์เหมือนเดิม ดังนั้น ยืนยันว่า การหารือของ สส.ในวันนั้น ทางพรรคไม่ได้มีการลงโทษ และไม่ได้มองว่าเป็นความผิดใดๆ ทั้งสิ้น

5.กรณีที่นางสาวกฤษฎิ์ ระบุ พรรคประชาชนได้มีการเตรียมคนมาลงสมัครแทน ยืนยันว่าพรรคไม่มีนโยบายในการหาคนมาลงสมัครแทน เพราะการจะส่งใครลงสมัคร สส.ต่อหรือไม่นั้น พรรคมีกระบวนการ และมีกรอบเวลาที่ชัดเจน โดยได้มีการสื่อสารกับ สส.ทุกคนอยู่แล้ว ดังนั้นกระบวนการเหล่านี้ ในการหาผู้สมัครมาแทน สส.คนใดก็ตาม ที่เป็น สส.ปัจจุบัน ไม่มี เรายืนยันว่า ยังไม่ได้มีกระบวนการคัดสรรตรงนั้น