หน้าแรก การเมือง ทนาย ชวนจับตา...

ทนาย ชวนจับตา 20-21 ส.ค.ไต่สวนการตาย บุ้ง เนติพร ยันต้องสืบจนรู้ความจริง

14.05.25 | 12:54 น.

จากซัพพอร์ตเตอร์ สู่แนวหน้า ทนายชวนจับตา 20-21 ส.ค.ไต่สวนการตาย ‘บุ้ง เนติพร’ ลุ้นผลยื่นประกัน 12 ชีวิต

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ที่ห้องประชุมอเนกประสงค์ชั้น 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการจัดงาน “บุ้ง เนติพร” วันที่เธอหายไป Remembering Her, Remember Us รำลึกและยืนหยัดเจตนารมณ์สุดท้าย ครบรอบ 1 ปีการจากไปของบุ้ง เนติพร อิสรภาพที่ไม่ได้รับจากกระบวนการยุติธรรม

บรรยากาศเวลา 11.00 น. ภายหลังจบพิธีสงฆ์ ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ น.ส.เนติพร เข้าสู่ช่วง ‘ฟังเสียงจากคนที่รักบุ้ง

โดย น.ส.คุ้มเกล้า ส่งสมบูรณ์ ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า สำหรับทนายความแล้ว บุ้งเป็นน้องที่เราได้ทำความรู้จักในช่วงปี 2563 จากการที่เยาวชนกลุ่มนักเรียนเลวและกลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไทออกมาเรียกร้อง โดยมีน้องๆ 3 คนไปชุมนุมแยกราชประสงค์ กับกลุ่มนักศึกษาและประชาชนในช่วงเวลานั้น แล้วถูกดำเนินคดี ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

Advertisement

“บุ้งเป็นเหมือนผู้จัดการส่วนตัว คอยประสานงานน้องๆ ในการพบพนักงานสอบสวน อัยการ นัดพี่ทนายให้น้องๆ รวมถึงนัดผู้ปกครอง ช่วยเหลือในการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เป็นเหมือนประตูบานแรกที่ทำให้ได้รู้จัก

บุ้งมีความสนใจในสถานการณ์การเมือง ทำให้เราได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับน้องๆ เยาวชน นักกิจกรรม บุ้งเป็นซัพพอร์ตเตอร์ในช่วงชุมนุมใหญ่ปี 2563 บุ้งคอยสนับสนุนการแสดงออกของน้องๆ ที่เคลื่อนไหวเรื่องการศึกษา ความไม่เป็นธรรมในกฎระเบียบ เช่น ทรงผม เครื่องแต่งกาย กิจกรรมผูกโบขาว แต่ยังมีนักเรียนทั่วประเทศถูกบังคับกล้อนผม ทำให้เริ่มมีเด็กๆ ออกมาเรียกร้องต่อกระทรวงศึกษาธิการ ให้เพิกถอนกฎระเบียบที่ล้าหลังเรื่องเครื่องแต่งกายและทรงผม นำมาสู่การเพิกถอนของศาลปกครองสูงสุดในช่วงปี 2568” น.ส.คุ้มเกล้ากล่าว และว่า อย่างไรก็ตาม จากการติดตามข่าวยังพบครูในโรงเรียนกล้อนผมนักเรียนอยู่ ต้องติดตามต่อไปว่าจะทำอย่างไรกับครูที่ละเมิดสิทธิอยู่ ในเรื่องนี้ ไม่มากก็น้อย บุ้งคอยเชียร์อัพในการเคลื่อนไหว

จากซัพพอร์ตเตอร์ เปลี่ยนเป็น ‘แนวหน้า’ เปลี่ยนบทบาทมาร่วมกิจกรรมด้วย จนกระทั่งถูกดำเนินคดี 7 คดี โดย 5 คดี มีคดี ม.112 จำนวน 2 คดี จากการทำโพลสำรวจความเห็น และบุกรุกกระทรวงสาธารณสุข เรียกร้องเรื่องการฉีดวัคซีนให้เด็กประถมและมัธยมโดยเร็ว เพื่อกลับเข้าสู่การเรียน ไม่หลุดออกจากระบบการศึกษา

อีกหนึ่งคดีจากการชุมนุมม็อบต้าน APEC ที่ นายพายุ สูญเสียดวงตาจากการสลายชุมนุม อีกหนึ่งคดีคือการขอให้ ส.ว.ลาออก จากการโหวตสวนมติประชาชน ส่วนอีก 2 คดี ไม่ได้เรียกร้องเพื่อตัวเอง แต่ทำเพื่อปกป้อง น้องคนหนึ่งที่บุ้งห่วงใย คือคดีบุกรุกโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการและคดีละเมิดอำนาจศาล

“27 ม.ค.67 เมื่อได้ทราบผลทางคดี บุ้งประกาศอดอาหารประท้วง ณ ตอนนั้นทีมทนายหลายท่านได้ทราบเจตนารมณ์นี้ก็มีความกังวลใจและเป็นห่วงชีวิตของลูกความ แต่สิ่งที่เราทำได้คือต้องคุยและเคารพเจตจำนง ในการประท้วงความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นจากการถูกเพิกถอนประกันตัวในคดีละเมิดอำนาจศาล อดอาหาร 110 วัน กระทั่งชีวิตระหว่างถูกควบคุมตัว ใน รพ.ราชทัณฑ์ ทัณฑสถานหญิงกลาง

เรื่องราวยังไม่จบ แม้บุ้งจะเสียไปครบ 1 ปี กระบวนการสืบค้น แสวงหาความจริงของสาเหตุการตาย รวมถึงมาตรการและสวัสดิภาพในการดูแลผู้ต้องขังเป็นภารกิจสำคัญที่ทีมทนายจะพิสูจน์ทราบให้ความจริงปรากฏสู่สาธารณะต่อไป โดยปัจจุบันได้ผ่านการชันสูตรศพแล้ว และในวันที่ 20-21 ส.ค. จะมีการไต่สวนการตายอีกครั้ง เราไม่อยากให้ใครเป็นบทเรียน

บทเรียนแบบนี้เรามีมากเกินพอแล้ว ก่อนหน้านี้ ‘อากง’ ครบรอบการเสียชีวิตไปเมื่อ 8 พ.ค. เราไม่จำเป็นต้องมีบทเรียนบ่อยๆ” น.ส.คุ้มเกล้ากล่าว

น.ส.คุ้มเกล้ากล่าวต่อว่า 1 ปีการจากไปของบุ้ง ผู้ต้องหาที่ยังอยู่ในเรือนจำหลายคนฝากข้อความและให้ข้อมูลจากบันทึกเยี่ยม เพื่อยืนยันเจตนารมณ์ของบุ้ง ให้ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ยุติการดำเนินคดีผู้เห็นต่าง ฝากติดตามผลการยื่นประกันตัวอีก 12 คนในวันพรุ่งนี้ด้วย

สำหรับในวันพรุ่งนี้ (14 พ.ค.) ทนายความจะยื่นประกันตัวผู้ต้องขังทางการเมืองที่อยู่ในระหว่างการต่อสู้คดี รวม 12 คน เพื่อยืนยันสิทธิในการประกันตัวของผู้ที่คดียังไม่ถึงที่สุด และเพื่อรำลึกเหตุการณ์เสียชีวิตระหว่างควบคุมตัวของบุ้ง เนติพร เมื่อปีที่ผ่านมา (14 พ.ค.2567)

แบ่งออกเป็นผู้ต้องขังคดี ม.112 จำนวน 5 คน ได้แก่ อานนท์ นำภา, อารีฟ-วีรภาพ วงษ์สมาน, มานี-เงินตา คำแสน, ขุนแผน-เชน ชีวอบัญชา, อัฐสิษฎ และผู้ต้องขังในคดีอื่นๆ ที่มีเหตุมาจากสถานการณ์ทางการเมืองจำนวน 7​ คน ได้แก่ วิจิตร (นามสมมุติ), ประวิตร, ไพฑูรย์, สุขสันต์, คเชนทร์, ขจรศักดิ์ และ พีรพงศ์ (นามสมมุติ)