นายกสมาคมทนาย ชี้ กรณีทักษิณ รักษาตัวชั้น 14 เจ้าตัวถูกขังตามหมายจำคุกแล้ว

14.05.25 | 14:33 น.

นายกสมาคมทนาย ชี้คดีบังคับโทษชั้น 14 “ทักษิณ”ถูกจำคุกตามหมายศาลที่ รพ.ตำรวจเเล้ว

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ให้ความเห็นผ่านเพจสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย กรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ยกคำร้องที่นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ยื่นคำร้องขอให้ไต่สวน กรณีกรมราชทัณฑ์อนุญาตให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ซึ่งถูกตัดสินจำคุก 8 ปี แต่ได้รับการลดโทษเหลือ 1 ปี ออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เข้ารับการรักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ และศาลเตรียมเป็นผู้ไต่สวนเองโดยนัดไต่สวนพร้อมคู่ความในวันที่ 13 มิถุนายน ว่า

“ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เป็นส่วนต่อท้ายพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา พุทธศักราช 2477 ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 3 วรรคหนึ่ง ความว่า “ให้ใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาที่ตราไว้ต่อท้ายพระราชบัญญัตินี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พุทธศักราช 2478 เป็นต้นไป” จึงมีฐานะหรือศักดิ์ทางกฎหมายเท่ากันกับพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 ทุกประการ การที่นักกฎหมายหลายท่านแสดงความเห็นว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามีศักดิ์ฐานะที่ใหญ่กว่าพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 จึงคลาดเคลื่อน

ในกรณีที่ผู้ต้องขังป่วยต้องได้รับการบำบัดรักษาเฉพาะด้าน หรือถ้ายังคงรักษาพยาบาลอยู่ในเรือนจำจะไม่ทุเลาดีขึ้น พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 55 ให้อำนาจผู้บัญชาการเรือนจำส่งตัวผู้ต้องขังไปยังสถานบำบัดรักษาสำหรับโรคนั้นโดยเฉพาะ การส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษานอกเรือนจำดังกล่าว ผู้บัญชาการเรือนจำสามารถใช้อำนาจของตนตามมาตรา 55 ได้ โดยไม่ต้องขออนุญาตศาลตามมาตรา 246 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เพราะเป็นการใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีศักดิ์ฐานะเท่ากันที่ออกมาในภายหลัง

ส่วนการที่มีบุคคลนำความไปร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอันเป็นศาลที่ออกหมายจำคุกนายทักษิณว่า การส่งตัวนายทักษิณไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจไม่ได้ขออนุญาตศาลตาม มาตรา 246 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ศาลจึงต้องมีคำสั่งให้ยกคำร้องเพราะผู้ร้องไม่ใช่บุคคลตามมาตรา 246 จึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้องตามมาตราดังกล่าว แต่ในขณะเดียวกันการที่ศาลมีคำสั่งให้ไต่สวนในกรณีดังกล่าว เพราะศาลเห็นว่าความปรากฏแก่ศาลเองตามที่มีผู้ร้องว่า นายทักษิณไม่ได้ถูกจำคุกตามหมายจำคุกของศาลจึงต้องมีการไต่สวน

Advertisement

ดังนั้น การที่ศาลใช้อำนาจไต่สวนกรณีการส่งตัวอดีตนายกทักษิณไปพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจจึงไม่ได้เป็นการใช้อำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 246 หากแต่เป็นการใช้อำนาจของศาลเองตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 89 ความว่า

“หมายขังหรือหมายจำคุก ต้องจัดการให้เป็นไปตามนั้นในเขตของศาลซึ่งออกหมาย เว้นแต่บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นในประมวลกฎหมายนี้ หรือกฎหมายอื่น”
เมื่อความปรากฏตามที่มีผู้ร้องว่านายทักษิณ มิได้ถูกจำคุกตามหมายจำคุกของศาล จึงต้องมีการไต่สวน หากการไต่สวนได้ความว่าการใช้อำนาจของผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ในการส่งตัวอดีตนายกไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ และการที่แพทย์ของโรงพยาบาลดังกล่าว มีความเห็นให้อดีตนายกทักษิณพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเป็นไปโดยชอบด้วยมาตรา 55 แห่งพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 ก็ถือได้ว่านายทักษิณได้ถูกจัดการตามหมายจำคุกแล้ว โดยถูกจำคุกตามหมายจำคุกของศาลที่โรงพยาบาลตำรวจตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 55 ของกฎหมายราชทัณฑ์ อันเป็นกฎหมายอื่นตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 89 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาแล้วทุกประการ”