หน้าแรก การเมือง ทบ. ย้ำ ชายแด...

ทบ. ย้ำ ชายแดนไทย-กัมพูชา สถานการณ์ยังปกติ ไร้การเผชิญหน้า

15.05.25 | 16:19 น.

ทบ. แจง สถานการณ์ ชายแดนไทย-กัมพูชา ย้ำสถานการณ์ปกติ ไร้เผชิญหน้า พร้อมยึดแนวทางเดียวกับฝ่ายนโยบาย อาศัยข้อมูลที่ได้รับจากหน่วยปฏิบัติงานในพื้นที่

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 15 พฤษภาคม ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาในปัจจุบันว่า สถานการณ์โดยรวมยังเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีลักษณะใดที่นำไปสู่การเผชิญหน้ากันด้วยกำลังแต่อย่างใด

ทั้งนี้ จากกรณีที่มีบางความเห็นในสื่อโซเชียล กล่าวถึงแนวทางการจัดระเบียบพื้นที่ของแม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ มีลักษณะไม่ตรงกันกับแนวทางของรมว.กลาโหม ในฐานะฝ่ายบริหารนั้น ขอชี้แจงว่าไม่เป็นความจริ โดยยืนยันว่าแนวทางการดำเนินการต่อพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ยังคงเป็นไปตามนโยบายของฝ่ายบริหารที่อาศัยข้อมูลองค์ประกอบที่ได้รับจากหน่วยปฏิบัติงานในพื้นที่

ชายแดนไทย-กัมพูชา

พล.ต.วินธัย กล่าวอีกว่า ในส่วนของกลไกความร่วมมือ คณะกรรมการชายแดนในทุกระดับยังคงสามารถพูดคุยและดำรงความสัมพันธ์กันได้เป็นอย่างดี ส่วนในระดับพื้นที่หรือระดับท้องถิ่น ที่อาจยังไม่เรียบร้อยบ้าง เหลือเพียงส่วนน้อยไม่กี่จุด ซึ่งผู้ปฏิบัติทั้งสองฝ่ายกำลังอยู่ระหว่างการเจรจาดำเนินการ คาดว่าจะมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นในเร็ววัน

สำหรับการจัดระเบียบพื้นที่โดยหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ ยังคงเป็นไปในแนวทางเดียวกันกับฝ่ายบริหาร หรือแนวทางของคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ซึ่งได้มีการพูดคุยกับฝ่ายกัมพูชาไว้แล้ว โดยยึดถือแนวปฏิบัติตามข้อตกลงที่มีร่วมกัน และเคยใช้ร่วมกันมาในอดีตจนถึงปัจจุบัน

Advertisement

ส่วนในพื้นที่ที่ยังไม่มีการจัดทำหลักเขต และต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิ์นั้น ได้ใช้แนวทางดูแลร่วมกัน โดยแต่ละฝ่ายสามารถจัดกำลังเฝ้าตรวจหรือลาดตระเวนในจำนวนที่เหมาะสมประมาณฝ่ายละ 7 คน ส่วนบางพื้นที่ที่มีการจัดกำลังมากเกินกว่าที่เคยปฏิบัติกันมา ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความกังวลระหว่างกัน ก็ได้มีการปรับลดกำลังให้อยู่ในระดับเดิมเพื่อความเรียบร้อยและสร้างความเชื่อมั่นระหว่างกัน

“กองทัพบกขอยืนยันว่า ทุกการปฏิบัติในพื้นที่ชายแดนยังคงยึดมั่นในหลักการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี บนพื้นฐานของความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศ และพร้อมสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการดำเนินการทุกด้านอย่างใกล้ชิดต่อไป” พล.ต.วินธัย กล่าว