หน้าแรก การเมือง ณฐพร ยื่นหลัก...

ณฐพร ยื่นหลักฐานเพิ่ม ฮั้วเลือกส.ว. โยง 1.2 หมื่นคน จี้สอบ 2 หมื่นหมายเลขโทรศัพท์

20.05.25 | 16:49 น.

‘ณฐพร’ ส่งทีมทนาย ยื่น กกต. ชงศาลรธน. สั่ง 138 ส.ว. หยุดปฏิบัติหน้าที่ ปมฮั้วเลือกส.ว. หลังพบมีพฤติการณ์เซาะกร่อนการปกครองระบอบประชาธิปไตย พร้อมแทรกแซงการทำงานองค์กรอิสระ

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งทีมกฎหมายนำเอกสารคำร้อง ยื่นต่อ กกต. ขอให้พิจารณาส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสมาชิกภาพของวุฒิสภา ตามมาตรา 82 เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ ส.ว. หยุดปฏิบัติหน้าที่ หลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และ กกต. สืบสวนร่วมกันจนพบพยานหลักฐานในขบวนการฮั้ว รวมทั้งจากการสอบปากคำพยานบุคคล พยานแวดล้อม พยานผู้เชี่ยวชาญวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ รวมถึงมีการตรวจสอบข้อมูลทางธุรกรรมบุคคลในขบวนการจำนวน 12,000 คน และ ตรวจสอบผู้ใช้โทรศัพท์อีก 20,000 เลขหมาย ก็พบความผิดปกติเรื่องการฮั้ว

อีกทั้งจากการสอบพยานในที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นผู้ที่พบโพยลงคะแนน รวมถึงสถานที่ที่ใช้ในการนัดหมายพูดคุยเรื่องฮั้ว อีกทั้งยังมีหลักฐานจากเทคโนโลยีประดิษฐ์หรือ AI เข้ามาตรวจสอบจนพบข้อมูลเชิงประจักษ์ และสรุปได้ว่า ส.ว.จำนวน 138 คน มีพฤติการณ์กระทำอยู่ภายใต้พรรคภูมิใจไทย

โดยในเอกสารคำร้องยังระบุว่า นับตั้งแต่ ส.ว.เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ พบว่าไม่มีความเป็นกลางเอื้อประโยชน์ให้กับพรรคภูมิใจไทย และกลุ่มบุคคลที่มีอิทธิพลภายในพรรคดังกล่าว บางช่วงของเอกสารคำร้อง ยังระบุว่า การปฏิบัติหน้าที่ของ ส.ว.กลุ่มนี้ อาศัยเสียงข้างมากในสภาคัดเลือกประธานวุฒิสภา รองประธานวุฒิสภา และประธานกรรมาธิการทุกคณะ ทิศทางการลงมติของ ส.ว.ชุดนี้ยังเป็นไปในทิศทางเดียวกันทุกครั้ง ยกตัวอย่าง การประชุมวุฒิสภาปลายเดือน พ.ย.2567 ประชุมทั้งหมด 21 ครั้ง ลงมติ 48 ครั้ง ปรากฏว่า ส.ว.นอกกลุ่มสีน้ำเงินแพ้ทุกการโหวตทุกประเด็น สิ่งที่น่าเป็นกังวลอีกประเด็น คือ การเห็นชอบการคัดเสือกบุคคลที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ

จากพฤติกรรมดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ส.ว.กลุ่มนี้ กระทำการฝ่าฝืนบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 113 หัดก่อให้เกิดผลกระทบความเสียหายอย่างร้ายแรง เป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพราะการกระทำดังกล่าวเห็นได้ชัดว่า ต้องการได้อำนาจการปกครองโดยเบ็ดเสร็จ ถือเป็นการกระทำที่ส่อล้มล้างการปกครอง อีกทั้งการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระเสียความเป็นกลาง เนื่องจากต้องได้รับความเห็นชอบจาก ส.ว. ที่อยู่ภายใต้อาณัติของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ไม่มีความเป็นกลางทางการเมืองและไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ดังนั้นเพื่อยับยั้งความเสียหายอันร้ายแรง จึงยื่นคำร้องให้ กกต.ใช้อำนาจตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคท้าย ส่งสำนวนการสอบสวนของ ส.ว.ทั้ง 138 คน ให้ศาลรัฐธรรมนูญทำการวินิจฉัยต่อไป

Advertisement