“โฆษกพปชร.” บี้ รัฐบาล ตอบปมสั่งทหารออกตาเมือนธม ซัด ปชช.ข้องใจ ไม่ปกป้องหลัง กัมพูชารุกประชิด หวั่น ซ้ำรอยเขาพระวิหาร
เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวกรณีที่มีนายทหารชั้นนายพล นำชาวกัมพูชาจำนวนหนึ่ง ขึ้นมาร้องเพลงชาติกัมพูชา บริเวณปราสาทตาเมือนธม อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ พร้อมบันทึกภาพและเสียง จนประชาชนมีข้อสงสัยและอยากถามรัฐบาลว่า เหตุใดรัฐบาลถึงได้สั่งการให้ทหารไทยออกนอกปราสาทตาเมือนธม ทั้งที่ตั้งอยู่บนแผ่นดินไทย ว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ทราบหรือไม่ว่ากรมศิลปากรขึ้นบัญชีปราสาทตาเมือนธมเป็นโบราณสถานของไทย ตั้งแต่ปี 2478 หรือ 90 ปีที่แล้ว และปัจจุบันอยู่ในความดูแลของสำนักศิลปากรที่ 5 จ.ปราจีนบุรี
ส่วนการออกคำสั่งให้ทหารไทยถอยออกจากตัวปราสาทตาเมือนธม ถึง 2 ครั้ง ทั้งที่ปราสาทดังกล่าวเป็นเขตพื้นที่ของราชอาณาจักรไทย เป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย และถูกต้องตามหลักสากลหรือไม่ และการยินยอมให้ทหารกัมพูชา เข้าประจำการในบริเวณตัวปราสาทตาเมือนธมของราชอาณาจักรไทย จำนวน 5 นาย เป็นไปตามข้อตกลงที่รัฐบาลไทย ลงนามร่วมกับรัฐบาลกัมพูชาตามที่มีการกล่าวอ้างหรือไม่ รวมถึงการส่งกองกำลังทหารแต่งเครื่องแบบติดอาวุธ เข้ามาปฏิบัติหน้าที่บนผืนแผ่นดินไทย ชอบด้วยกฏหมายหรือไม่
พล.ต.ท.ปิยะกล่าวว่า นอกจากนั้นเอกสารแถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ที่นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่ปรากฏข้อความว่า รัฐบาลเขมร โดยนายฮุน มาเนต ได้ออกแถลงการณ์ต่อคนเขมรว่า เขมรไม่ได้เสียอธิปไตยให้กับราชอาณาจักรไทย หมายถึงยังคงยึดมั่นว่า ตัวปราสาทตาเมือนธม ยังเป็นของเขมรอยู่นั้น เป็นของจริงหรือของปลอม
พล.ต.ท.ปิยะกล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถามว่ารัฐบาลทำอะไรเพื่อรักษาแผ่นดินไทยบ้าง เช่น กรณีที่นายทหารชั้นนายพลแต่งเครื่องแบบได้นำชาวกัมพูชาแต่งชุดประจำชาติจำนวนหนึ่ง ขึ้นมาร้องเพลงชาติกัมพูชา ถือเป็นการกระทำที่ล่วงละเมิดอธิปไตยของไทยในดินแดนของไทย แต่รัฐบาลไม่ดำเนินการประท้วงผ่านกระทรวงการต่างประเทศ หรือดำเนินคดี หรือดำเนินการใดที่แต่เป็นลายลักษณ์อักษร ให้เป็นพยานหลักฐาน เพื่อใช้ในการต่อสู้คดีที่อาจเกิดขึ้นในภายภาคหน้า หากทางประเทศกัมพูชาจะเรียกร้องพื้นที่นี้เป็นอาณาเขตของประเทศตนเอง จะเข้าลักษณะกฎหมายปิดปาก
พล.ต.ท.ปิยะกล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐเคยเรียกร้องให้ทางรัฐบาลดำเนินการประท้วง หรือท้วงติงเป็นลายลักษณ์อักษรไปยังรัฐบาลกัมพูชา ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา จนถึงวันนี้เป็นเวลาหลายเดือนแล้ว แต่ไร้คำตอบจากรัฐบาล อีกทั้งประชาชนยังคาใจในหลายเรื่อง โดยเฉพาะการที่นายปานเทพได้นำแถลงการณ์กระทรวงกลาโหมกัมพูชามาแถลงต่อสาธารณชนเป็นของจริงหรือไม่ หากเป็นของจริง เหตุใดรัฐบาลจึงไม่ได้ดำเนินการประท้วงดำเนินคดีหรือดำเนินการใด จึงขอเตือนว่ากรณีดังกล่าวจะซ้ำรอยการเสียที่ดินบางส่วนของเขาพระวิหาร เมื่อปี พ.ศ.2556 และอย่าให้คนเขมรตราหน้าว่าคนไทยขายแผ่นดินแลกสัญชาติ หรือแลกผลประโยชน์ทางทะเลเลย

