หน้าแรก การเมือง ภูมิธรรม เชื่...

ภูมิธรรม เชื่อทนายเตรียมใช้หลักฐานใหม่ สมัยคุมพณ.ระบายข้าว 10 ปี ต่อสู้คดียิ่งลักษณ์

22.05.25 | 18:39 น.

‘ภูมิธรรม’ เชื่อทนายเตรียมใช้หลักฐานใหม่ สมัยนั่ง รมว.พาณิชย์ ระบายข้าว เป็นข้อต่อสู้คดียิ่งลักษณ์ ปัดโยงไม่เกี่ยวมิติการเมือง

เมื่อเวลา 16.50 น. วันที่ 22 พฤษภาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตประธานกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ต้องชดใช้ค่าเสียหายส่วนระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) เป็นเงิน 10,028 ล้านบาทว่า เข้าใจว่าเดิมศาลได้ตัดสินไปกว่า 30,000 ล้านบาท ซึ่งการพิจารณาทำให้เห็นว่ามีประเด็นหรืออะไรที่ยังทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนได้ ซึ่งทำให้การพิจารณาลดทอนลงมาเหลือ 1 ใน 3

นายภูมิธรรมกล่าวว่า เท่ากับว่านี่เป็นดุลพินิจของศาลที่ได้พิจารณา ซึ่งเราต้องเคารพ หน้าที่ของผู้ถูกกล่าวหาคือต้องทำความกระจ่างให้เกิดขึ้นในสิ่งที่ตัวเองคิดว่ายังไม่ได้รับความเป็นธรรม ขณะนี้แม้จะเป็นศาลฎีกาแล้วก็ตาม แต่ในการพิจารณาศาลยังไม่ได้วางกรอบระยะเวลา ฉะนั้น เป็นหน้าที่ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งยังสามารถพิสูจน์ทราบได้ เพราะครั้งนี้ยังมีอีกหลายเรื่องที่ไม่ได้นำมาประกอบการพิจารณา แต่เป็นการมองในแง่มุมเดียว

นายภูมิธรรมกล่าวด้วยว่า ส่วนที่เป็นปัญหาที่ตนเคยทำงานไว้ ซึ่งขายข้าวได้กว่า 200 ล้านบาท ก็เป็นมาตรการหนึ่งที่พิสูจน์ให้เห็นว่าจริงๆ วิธีคิดตั้งแต่แรกก็มีปัญหาในค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ซึ่งเข้าใจว่าทนายความของผู้ถูกกล่าวหาได้ประกาศแล้วว่าจะขอยื่นให้พิจารณาหลักฐานใหม่เพิ่มเติม คิดว่าการใช้มาตรฐานที่ตนได้ทำไปแล้วพิสูจน์ว่าข้าว 10 ปีก็ยังขายได้กิโลกรัมละ 18 บาท ไม่ใช่เอาไปขายแบบที่เคยเกิดขึ้นกิโลกรัมละ 5-6 บาท ข้อเท็จจริงตรงนี้ถ้ามีการพิสูจน์ทราบได้ชัดเจนมากขึ้น คิดว่าคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็จะมีโอกาสได้ทบทวนและนำเอาวิธีคิดข้าวมาคิดใหม่ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล อาจเห็นว่าข้อมูลในการพิจารณาที่ตนได้ทำเป็นการคำนวณราคาข้าวที่เปลี่ยนแปลงไป และหากสามารถหาข้อเท็จจริงมาเปลี่ยนแปลงไปเช่นนั้น สามารถมาหักลบอะไรต่างๆ ได้ ถ้าศาลเห็นว่ามันเป็นหลักฐานใหม่ที่ควรค่าแก่การมาพิจารณาก็น่าจะมีการทบทวนเพิ่มมากขึ้น

เมื่อถามว่า ตัวเลขกลมๆ ที่สามารถขายระบายข้าวไปได้เท่าไหร่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า จริงๆ มันอยู่ที่ราคาข้าวทั้งหมด อย่างที่ตนขายกิโลกรัมละ 18-25 บาท มันขายได้เป็นหลายแสนล้านบาท ซึ่งหลายแสนล้านบาทในความเสียหายที่เกิดขึ้นจากตรงนี้มันห่างกันไม่เยอะ มันชดเชยได้อยู่แล้ว แต่อยู่ที่ว่าจะใช้ตัวเลขไหนคำนวณราคาข้าว ซึ่งข้าวที่นำมาขายมีหลายเกรด หลายราคา แต่ว่าเรามีข้อสงสัย และไม่เชื่อว่าราคาข้าวทั้งหมดที่ขาย เราเชื่อว่าเป็นข้าวดีทั้งนั้น ดังนั้น พอไปขายได้ราคา 5-6 บาทต่อกิโลกรัมมันต้องแย่จริงๆ มันต้องเน่ามาก แต่ถ้ามีการเก็บรักษาดีมันไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ตนก็ไปพิสูจน์ เป็นสมมุติฐานว่าตนไปดูข้าวล็อตสุดท้ายเป็นเวลานานที่สุดแล้ว ไปขายได้กิโลกรัมละ 18 บาท

Advertisement

นายภูมิธรรมกล่าวว่า ฉะนั้น ต้องเป็นข้อสงสัยได้ว่าแล้วทำไมข้าวที่ระยะเวลาสั้นกว่านั้นเกือบ 10 ปี จึงขายได้ต่ำกว่าถึง 5-6 บาท มันเกิดอะไรขึ้น ต้องพิสูจน์ทราบตรงนี้ ถ้าพิสูจน์ทราบตรงนี้ชัดเจนขึ้นตนว่าเป็นโอกาสที่ศาลจะใช้ดุลพินิจในการพิจารณาความเสียหายที่เกิดขึ้น ตนพูดในมุมมองว่ามันอาจจะเป็นหลักฐานใหม่ ซึ่งจะมีผลของการเปลี่ยนแปลงตัวราคาด้วย ทั้งนี้ ไม่ได้ไปล่วงละเมิดการตัดสินของศาล

“ไม่เคยมีใครเคยไปรู้ว่าข้าวเน่าแบบนั้นจริงหรือไม่ โกดังถูกปิดตาย เข้าใจว่าสื่อมวลชนจะขอเข้าไปตรวจก็ยังไม่ได้ตรวจเลย ตรงนี้ก็อาจเป็นข้อที่มีประโยชน์ต่อผู้ถูกกล่าวหาว่าผู้ถูกกล่าวหาเชื่อว่ามันไม่ได้เน่า และยังเอาประสบการณ์ตัวอย่างของผมมาบอกได้ว่า ขนาดผมมาถึงสุดท้าย 10 ปีแล้วผมยังขายได้ 18 บาท แล้วตอนปีแรก สองปีแรกมันไม่มีประจักษ์พยานที่ชัดเจนว่าวันนั้นเข้าไปพิสูจน์ดู สมมุติวันนั้นถ้าไปทำแบบที่ผมทำแล้วบอกมันเน่าก็เท่านี้เอง แต่ว่ามันยังมีข้อสงสัย” นายภูมิธรรมกล่าว

เมื่อถามว่า การต่อสู้จะมีการขอใบเสร็จการระบายข้าวตามที่นายภูมิธรรมระบุได้หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า เป็นเรื่องของทนายว่าเขาจะสู้ประเด็นข้อกฎหมายอะไร ก็ต้องหาหลักฐานนั้นมา

เมื่อถามว่า ในมิติการเมืองถือเป็นสัญญาณที่ไม่ค่อยดี จะส่งผลไปถึงวันที่ 13 มิ.ย.ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนัดไต่สวน นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในการรักษาตัวชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า เครียดไปๆ ไปดูเป็นมิติการเมืองเรื่อย มันเป็นเรื่องการขายข้าว และการทำให้ถูกกฎหมาย อย่าไปมองเป็นมิติการเมือง มันไม่ได้ไปทางนั้น