กลุ่ม ส.ว.สำรอง ยื่นหนังสือถึง ผบ.ตร. ขอตำรวจคุ้มครองพยานคดีฮั้วเลือก ส.ว. อ้างถูกคุกคาม-ใช้เงินจ้างไม่ให้ให้ข้อมูลเจ้าหน้าที่
เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว นำ ตัวแทนกลุ่ม ส.ว.สำรอง และ ผู้สมัครรับเลือก ส.ว. เดินทางมายื่นหนังสือถึง ผบ.ตร. เพื่อขอเพิ่มความเข้มข้นในการดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพยานในคดีฮั้วเลือก ส.ว.
พล.ต.ท.คำรบกล่าวว่า เนื่องจากในช่วงการสืบสวนไต่สวนคดีฮั้ว ส.ว.ได้มีพยานบุคคลมาให้การกับเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. หลายราย รวมถึงคนที่อยากจะมาให้การเพิ่มเติมอีกหลายราย แต่ปรากฏว่ามีกลุ่มของขบวนการฮั้ว ส.ว.ใช้อิทธิพลกดดันข่มขู่พยาน ทั้งคนที่เคยให้การแล้ว และผู้ที่จะมาให้การเพิ่มเติม รวมถึงใช้เงินจ้างไม่ให้มาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ สร้างความไม่สบายใจและรู้สึกไม่ดีให้กับประชาชนในพื้นที่และบุคคลที่เกี่ยวข้อง

พล.ต.ท.คำรบกล่าวว่า จึงทำหนังสือร้องเรียนถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเพื่อให้สั่งการให้ตำรวจพื้นที่ในจังหวัดต่างๆ โดยเฉพาะจังหวัดที่มีข้อมูลว่ามีการฮั้วเลือก ส.ว.อย่างเข้มข้น ประมาณ 10 กว่าจังหวัดเป็นพิเศษ เพื่อดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงหาข้อมูลเกี่ยวกับซุ้มมือปืน เพิ่มความเข้มข้นในการปิดล้อม ตรวจค้น ตั้งด่านและภารกิจต่างๆ เพื่อให้ทุกคนรู้สึกปลอดภัย
พร้อมกันนี้ พล.ต.ท.คำรบ ยังขอให้ตำรวจสืบสวนให้ถึงกลุ่มมือปืนในพื้นที่ เพราะขณะนี้พวกตนมีข้อมูลว่ากลุ่มคนเหล่านี้เริ่มขยับตัว จึงอยากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเริ่มมีคำสั่งที่เป็นรูปธรรมว่าพื้นที่ใดที่เกิดเหตุเรื่องความไม่ปลอดภัย หรือมีเหตุร้ายเกิดขึ้นที่เกี่ยวข้องกับการเลือก ส.ว.ที่ผ่านมา อยากให้ตำรวจประเมินร่วมเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ป้องกันเหตุที่จะเกิดขึ้นได้ ตอนนี้ประชาชนคนไทยมองว่าเรื่องนี้เป็นภัยใกล้ตัวที่เกิดขึ้นในสังคมไทย อยากให้ตำรวจเข้ามาตอบสนองในภารกิจนี้ด้วย

ขณะที่ นายแทนคุณ จิตต์อิสระ อดีตผู้สมัคร ส.ว. ระบุว่า กลุ่มที่มีพรรคการเมืองอยู่เบื้องหลังพยายามเคลื่อนไหวใน 3 ลักษณะ คือผู้มีอิทธิพลทางการเมืองที่พยายามแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม นายทุนที่สนับสนุนพรรคการเมือง หรือทุนสีเทา และกลุ่มอันตราย จึงอยากให้รัฐบาลมีความจริงใจในการกวาดล้างผู้มีอิทธิพลทางการเมือง นักธุรกิจสีเทาและที่สนับสนุนให้มีการเคลื่อนไหวคุกคามพยาน มีการส่งบุคคลอันตรายในลักษณะคล้ายมือปืนเข้าไปสอดส่องและคุกคามพยาน ทำให้รู้สึกหวาดกลัวและไม่กล้าที่จะให้ข้อมูล หรือแสดงตัวว่าจะให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ
นายแทนคุณระบุด้วยว่า หากป้องกันได้ก็จะสามารถกวาดล้างอิทธิพลทางการเมือง อิทธิพลนายทุนสีเทา รวมถึงอิทธิพลของผู้ที่ครอบครองอาวุธ หรือใช้ความรุนแรงได้ในคราวเดียว จึงอยากฝากตำรวจต้องแสดงมาตรฐานทางวิชาชีพว่าเป็นมืออาชีพจริงๆ ไม่เข้าข้าง ไม่ฝักใฝ่ทางการเมือง ไม่ช่วยเหลือใคร ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา โดยเฉพาะการคุ้มครองพยาน ซึ่งเป็นการสร้างมาตรฐานเหมือนกับดีเอสไอ กกต. และอีกหลายหน่วยงาน พร้อมทั้งฝากไปถึง ส.ว.ชุดปัจจุบันขอให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เพื่อความสง่างาม

