เพื่อไทยขอฝ่ายค้านสร้างสรรค์ ซักฟอกงบ 69 ยันไม่เตรียมขุนพล ตอบโต้การเมือง
วันที่ 24 พฤษภาคม นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษก ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงมติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ว่า ซึ่งคาดว่าในวัน 28 พ.ค.นี้จะเป็นวาระที่1 จากนั้นก็จะลงในรายมาตรา หรือที่เรียกกันว่าพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี ส่วนใหญ่ก็ยังเป็นรายจ่ายประจำค่าเงินข้าราชการทั่วประเทศ
ปีนี้ตั้งงบเอาไว้ที่ 3,780,600 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นงบกลางประมาณ 600,000 ล้านบาท รายจ่ายหน่วยงานงบลับประมาณ 1,400,000 ล้านล้านบาท รายจ่ายบูรณาการประมาณ 90,000 ล้านบาท รายจ่ายบุคลากรประมาณ 820,000 ล้านบาท และรายจ่ายสำหรับทุนหมุนเวียนประมาณ 270,000 ล้านบาท รายจ่ายเพื่อชำระหนี้ภาครัฐ 420,000 ล้านบาท และรายจ่ายเพื่อชดเชยเงินคงคลัง 120,000 ล้านบาท
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวกรณีที่พรรคประชาชนเตรียมขุนพล 40-50 คน เพื่ออภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ว่า การอภิปรายงบประมาณไม่ควรถูกทำให้กลายเป็นสนามประลองกำลังทางการเมืองระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน เพราะแท้จริงแล้วงบประมาณ คือเครื่องมือสำคัญในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศ ซึ่งทุกฝ่ายในสภาฯ ควรร่วมกันพิจารณาอย่างสร้างสรรค์ และมีเป้าหมายร่วมกันเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน พรรคเพื่อไทยไม่จำเป็นต้องระดมขุนพลจำนวนมาก เพื่อมาแสดงบทบาทการชำแหละ หรือเตรียมถล่มกันทางการเมือง แต่ได้มอบหมายให้สส.ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ มีความรู้ ความเข้าใจในงบแต่ละด้าน ได้อภิปรายอย่างเต็มที่ ไม่ได้เน้นให้มากด้วยปริมาณ แต่ให้มากและเข้มข้นด้วยเนื้อหาเชิงคุณภาพ
นายอนุสรณ์ กล่าวค่อว่า มองว่าการอภิปรายงบประมาณ ไม่ใช่เรื่องของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง แต่คือภารกิจร่วมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในการทำหน้าที่พิจารณากลั่นกรองงบประมาณแทนพี่น้องประชาชนทุกคน ที่จะต้องช่วยกันทำหน้าที่อย่างรอบคอบ รัดกุม ให้แก้ปัญหาตรงเป้า ตรงปัญหา และสามารถนำไปใช้ได้จริง โดยยึดหลักการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า โปร่งใส และตอบสนองต่อยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศในระยะยาว
นายอนุสรณ์ กล่าวอีกว่า สภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 26 นี้ ถือว่าเป็นสภาที่มีประสบการณ์ในการพิจารณางบประมาณมาต่อเนื่อง 2 ปีแล้ว จึงเชื่อมั่นว่าสมาชิกทุกฝ่ายจะสามารถอภิปรายบนพื้นฐานข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน มีเหตุมีผล และเปิดพื้นที่ให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ที่จะพัฒนากลไกการใช้งบประมาณให้ตอบสนองต่อความต้องการที่แท้จริงของประเทศชาติและประชาชนในแต่ละภูมิภาค โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจฐานราก การสาธารณสุข การศึกษา ซึ่งเป็นพื้นฐานของความมั่นคงของประเทศในระยะยาว
“วาระการอภิปรายงบประมาณแผ่นดิน เป็นโอกาสของบ้านเมือง ไม่ใช่เวทีของการต่อสู้กันทางการเมือง แต่คือการสะท้อนความรับผิดชอบของผู้แทน ที่ต้องร่วมกันพิจารณาอย่างจริงจังและสร้างสรรค์ เพื่อให้เงินงบประมาณทุกบาททุกสตางค์เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน” นายอนุสรณ์ กล่าว

