เรียงคนมาเป็นข่าว:ชโลทร/ภาพข่าวสังคม วันอังคารที่ 27 พฤษภาคม 2568
●…ประเทศเข้าสู่โหมด “น้ำป่าไหลหลาก” เริ่มแล้วที่ “แม่สาย” คราวนี้หนักตรง “น้ำผสมสารหนู-สารตะกั่ว” ลงมาด้วย “แพทองธาร ชินวัตร” สั่งการจากต่างประเทศ ที่ชาวบ้านชาวช่องไม่รู้ว่า “ไปทำไม” แต่ว่าไป “ภูมิธรรม เวชยชัย” ในบทบาทคุมกำลังทหาร กับ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ผู้บัญชาการมหาดไทย ก็รับคำสั่งเข้มแข็ง ส่วนผลจะเป็นอย่างไร อีกไม่กี่วันคงรู้กัน น้ำเหนือจะหลากลงใต้ มาพิสูจน์ความสามารถการบริหารจัดการ
●…สถานการณ์ “โควิด” ระบาดหนักขึ้น สถิติสูงปรี๊ด ที่ “กทม.-ชลบุรี-สมุทรปราการ-นนทบุรี-ระยอง” อาจจะเป็นเพราะ “เคยชิน” และเชื่อว่า “ความรุนแรงของอันตรายลดลง” ความตื่นตัวทั้งป้องกันและรักษาจึงดูไม่กระตือรือร้นนัก ทั้งที่เอาเข้าจริงคนที่มีประสบการณ์จะรู้ว่า หากติดเชื้อขึ้นมา “ผลต่อเนื่องระยะยาว” หนักหนาสาหัสต่อการใช้ชีวิตไม่น้อย
●…ปัญหา “แท็กซี่สนามบิน” หากไม่แก้ที่ปัญหาเริ่มต้นคือ “ผลประโยชน์ผู้มีอิทธิพล” ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า “พวกมีสี” ใช้เป็นแหล่งทำมาหากิน ประเทศที่ “มาเฟียราชการ” เป็นใหญ่ ชาวบ้านร้านตลาดผู้ใช้บริการก็เดือดร้อนไม่เลิก หากบริการดี “คนขับรถไม่งี่เง่า” เพราะพอใจกับ “รายได้ที่เป็นธรรม” คงไม่ต้องทะเลาะกับ “บริการผ่านแอพพ์” จนต้องประท้วงกันให้วุ่นวาย ยิ่งรุนแรงถึงขั้นจะปิดทางเข้าสนามบิน ผู้คนยิ่งด่ากันขรม จาก “โทษคนอื่น” ทั้งที่เป็น “ความผิดตัวเอง”
●…การเมืองวนอยู่กับ “สงครามพรรคร่วมรัฐบาล” ระหว่าง “เพื่อไทย” กับ “ภูมิใจไทย” มี “คดีฮั้ว ส.ว.” เป็นสนาม หาเรื่องซัดกันนัว จนสงสัยว่า “ยังร่วม ครม.อยู่ด้วยกันได้อย่างไร” แต่อย่างว่าหากไม่รู้สึกรู้สาว่า “เอกภาพของรัฐบาล” คือความจำเป็นในความเชื่อมั่นของประเทศ ก็แค่อยู่กันไป “ผลประโยชน์ใครผลประโยชน์มัน” ก็จบ เสียงร่ำร้องว่า “ประเทศไม่ไหวแล้ว” ดูท่าจะไม่มีใครได้ยิน
●…ในภาพใหญ่ “ความเป็นธรรม” ที่เกิดจาก “ความขัดแย้งในอำนาจอธิปไตย” ที่ต่างฝ่ายต่างเห็นว่าถูกแทรกแซง ยังเป็นประเด็นหลักในการวิพากษ์วิจารณ์ ขนาด “นายกรัฐมนตรี” ผู้รับผิดชอบ “อำนาจบริหาร” พูดถึง “อำนาจตุลาการ” อย่างมี “ความสงสัยในใจ” คำถามคือ แล้ว “คนอื่นๆ ที่ไม่มีอำนาจ หรือมีน้อยกว่า” จะไว้วางใจอะไรได้ ว่า “ความเป็นธรรมจะมีให้” สังคมที่ “ชีวิตผู้คนไม่มั่นใจในความยุติธรรม” ไม่อยากนึกว่าจะอยู่กันอย่างว้าเหว่กันสักแค่ไหน
●…กระทรวงพาณิชย์ คุยเรื่อง “การส่งออกเพิ่มขึ้น” ขณะตัวเลขจาก “สภาพัฒน์” ชัดเจน “ภาคอุตสาหกรรมการผลิตลดลง” ส่งออกที่ไม่มีการผลิต หมายถึง “ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมา” ยิ่งภาคบริการ ที่ว่าด้วยการจับจ่ายใช้สอย การกินการอยู่ทุกด้านทั้ง “ร้านอาหาร-การท่องเที่ยว” ตัวเลขทรุดอยู่เห็นๆ คำถามจึงเป็น “เอาสินค้าจากประเทศไหนมาส่งออก”
●…ชะตากรรมของผู้คนในประเทศ ยังหนักหนาสาหัสกับการต้องจมอยู่ในโลกของ “พนันออนไลน์” ที่ทำลายไปทุกสังคม ลามไปถึง “วัดวาอาราม” พระสงฆ์องค์เจ้าที่ควรจะเป็นหลักคิดกลายเป็นเหยื่อ ด้วย “สติปัญญาไม่พอที่จะต้านทานแรงกระตุ้นจากตัณหา ความโลภ” ยิ่งประเทศไม่มีต้นทุนการบริหารที่มีประสิทธิภาพพอ “คนรุ่นหลัง” จะเติบโตเป็น “อนาคตของชาติ” แบบไหน
ชโลทร







