หน้าแรก การเมือง นายกฯ ย้ำอาเซ...

นายกฯ ย้ำอาเซียนเป็นเอกภาพ รับมือกำแพงภาษีทรัมป์ แนะเลี่ยงรุนแรงปมทะเลจีนใต้-ฟื้นสถานการณ์เมียนมา

26.05.25 | 12:16 น.

“นายกฯ” ถกเวทีผู้นำแบบไม่ทางการ ย้ำ อาเซียนเป็นเอกภาพ รับมือ กำแพงภาษีทรัมป์ แนะ เลี่ยงรุนแรงปมทะเลจีนใต้- ยุติสู้รบตะวันออกกลาง-ยูเครน-ฟื้นสถานการณ์เมียนมา

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 26 พฤษภาคม (ตามเวลาท้องถิ่น กรุงกัวลาลัมเปอร์ เร็วกว่ากรุงเทพฯ 1 ชั่วโมง )ที่ศูนย์การประชุม Kuala Lumpur Convention Center (KLCC) กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย  น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 46 แบบไม่เป็นทางการ เพื่อหารือสถานการณ์ในภูมิภาคและระดับโลกที่อยู่ในความสนใจของประเทศสมาชิก

น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่โลกกำลังเผชิญความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ความเปราะบางทางเศรษฐกิจ และการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ ที่ทวีความรุนแรง ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกเผชิญความเสี่ยง และความเชื่อมั่นในระบบพหุภาคีกำลังลดลง

ท่ามกลางภาวะไม่แน่นอนและการแบ่งแยกที่เพิ่มขึ้น การส่งเสริมระบอบพหุภาคี เพื่อรักษาบทบาทเชิงยุทธศาสตร์และผลประโยชน์ของอาเซียนจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยอาเซียนต้องหลีกเลี่ยงการถูกดึงเข้าไปในการแข่งขันในพื้นที่ขัดแย้ง แต่อาเซียนจะต้องขยายความร่วมมือ และทำหน้าที่เป็นสะพานที่สร้างความไว้วางใจ เพื่อให้แน่ใจว่าการเจรจาร่วมกันเหนือกว่าการแบ่งแยก และความร่วมมือระหว่างกันเหนือกว่าการเผชิญหน้า

นายกฯ กล่าวว่า ต้องเสริมสร้างความเป็นศูนย์กลางและเอกภาพของอาเซียนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อรักษาความสำคัญของกลไกที่นำโดยอาเซียน ในการส่งเสริมความร่วมมือทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก พร้อมกับเสริมสร้างความสมดุลในความสัมพันธ์กับมหาอำนาจ เพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจในเชิงยุทธศาสตร์ ผ่านการหารือกับทุกฝ่ายอย่างทั่วถึงและสร้างสรรค์ โดยไทยจะทำงานร่วมกับสมาชิกอาเซียนและพันธมิตรต่างๆ เพื่อให้แน่ใจว่าอาเซียนยังคงเป็นผู้เล่นระดับโลกที่มีความรับผิดชอบ และเป็นพันธมิตรที่น่าเชื่อถือสำหรับทุกฝ่าย

Advertisement

อาเซียนต้องยืนหยัดเป็นเสียงเดียวกันในประเด็นสำคัญ ที่ส่งผลกระทบต่อภูมิภาคและต้องยึดมั่นในค่านิยมหลักที่ปกป้องผลประโยชน์ร่วมกัน โดยเฉพาะแนวทางร่วมกันของอาเซียนต่อนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ที่สร้างสรรค์และมีเอกภาพ ขณะที่ประเด็นทะเลจีนใต้ ที่ยังเป็นจุดตึงเครียดอาจกระทบต่อความมั่นคงของภูมิภาค ประเทศไทย ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงการกระทำที่ยั่วยุ โดยหาทางแก้ไขข้อพิพาทด้วยสันติวิธี และยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศ

ส่วนสถานการณ์ในตะวันออกกลางและยูเครน ได้เรียกร้องให้มีการยุติการสู้รบทันทีและมีการคุ้มครองพลเรือนอย่างเต็มที่ รวมถึงการให้การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างไม่เลือกปฏิบัติ

น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ด้านสถานการณ์ในเมียนมานั้น ความร่วมมือจากอาเซียน ยังมีความสำคัญต่อการฟื้นฟูสถานการณ์ในเมียนมา และการนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างสันติ ซึ่งไทย สนับสนุนการมีส่วนร่วมของมาเลเซีย หาทางออกที่สร้างสรรค์ในเมียนมา และการส่งเสริมความร่วมมือในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากแผ่นดินไหว ในด้านมนุษยธรรม โดยเฉพาะในชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง และภัยพิบัติทางธรรมชาติ ทั้งนี้ไทยยังทำงานร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านของเมียนมาและประธานอาเซียน เพื่อส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงชายแดน ต่อสู้กับอาชญากรรมข้ามพรมแดน เพื่อเสริมสร้างความพยายามของอาเซียนในการดำเนินการตามฉันทามติ 5 ข้อ

“ประเทศไทย เชื่อว่าอาเซียนมีบทบาทสำคัญในการสร้างภูมิภาคที่สงบสุข มั่นคง และยั่งยืน โดยให้ทุกฝ่ายร่วมมือกัน ใช้ช่วงเวลาของความไม่แน่นอนนี้เป็นโอกาสในการนำพาอาเซียนไปข้างหน้า ด้วยความเอกภาพ ความชัดเจนในเป้าหมาย และความมุ่งมั่นในการรักษาบทบาทของอาเซียนในเวทีโลก”