หน้าแรก การเมือง ภูมิใจไทย สู้...

ภูมิใจไทย สู้กลับ ณฐพร ต้องคดีฟอกเงิน สหกรณ์คลองจั่น ยกเอกสารอัยการ บี้ดีเอสไอ ออกหมายจับ

27.05.25 | 16:17 น.

“ศุภชัย” กาง เอกสารจากอัยการ 2 รอบ จี้ดีเอสไอ ออกหมายจับนำตัว “ณฐพร” มาฟ้องศาลคดีฟอกเงินส. คลองจั่น ให้ทันก่อนหมดอายุความ 15 มิย. นี้ พร้อมเรียกร้อง “ชูศักดิ์” สั่งการนำผู้ต้องหามาลงโทษและ ยธ.สอบสอบอธิบดี ดีเอสไอ หลังปฎิบัติหน้าที่ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2568 นายศุภชัย ใจสมุทร ฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า จากการติดตามข้อมูล พบว่าสำนักงานอัยการสูงสุดได้หนังสือจาก นายไวยกาญจน์ จามิกรณ์ อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 4 จำนวน 2 ฉบับ ถึง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อนำตัวผู้ต้องหา มาดำเนินคดี ฟอกเงินการขายที่ดิน ของ นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น วงเงิน477 ล้านบาท โดยมี นายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็น 1 ใน 14 ผู้ถูกกล่าวหาด้วย

โดยหนังสือฉบับแรกลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 เรื่อง “ขอให้จัดการให้ได้ตัวผู้ต้องหา” โดยมีรายละเอียด ว่า พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 4 ได้พิจารณาสำนวนคดีดังกล่าวแล้วมีคำสั่งฟ้อง นายณฐพร ผู้ต้องหาที่ 2 และ ผู้เกี่ยวข้อง ในความผิดฐานสมคบกันฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 และ ประมวลกฎหมายอาญา

แต่เนื่องจากนายณฐพร มีพฤติการณ์หลีกเลี่ยงไม่มารายงานตัวต่อพนักงานอัยการตามกำหนดนัด ด้วยเหตุดังกล่าว จึงขอให้ท่านจัดการติดตามให้ได้ตัวนายณฐพร มาฟ้องต่อศาล

หากไม่สามารถติดตามตัวนายณฐพร มาได้ ให้ดำเนินการขอออกหมายจับผู้ต้องหาดังกล่าว เพื่อให้ได้ตัวมา ยื่นฟ้องต่อศาล ภายในกำหนดอายุความ15 ปี นับแต่วันกระทำความผิด และหากตรวจสอบแล้วพบว่าผู้ต้องหา ดังกล่าวอยู่ต่างประเทศให้จัดการให้ได้ตัวมาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา โดยเคร่งครัด และตรวจสอบประวัติการกระทำความผิดให้ครบถ้วน อนึ่ง คดีนี้มีกำหนดขาดอายุความในวันที่ 15มิถุนายน 2568

Advertisement

จากนั้นมีหนังสือฉบับที่สอง ลงวันที่ 1 พค. 2568 ถึง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เรื่อง “เตือนให้จัดการให้ได้ตัวผู้ต้องหาและขอออกหมายจับ” ที่ได้ขอให้ ดำเนินการจัดการให้ได้ตัวนายณฐพร และ ผู้เกี่ยวข้อง มาดำเนินคดี “ร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน” หรือขอออกหมายจับ เพื่อพนักงานอัยการจะได้นำตัวผู้ต้องหาฟ้องต่อศาลต่อไป และบัดนี้ระยะเวลาได้ล่วงเลยมาเป็นเวลาพอสมควรแล้ว แต่พนักงานสอบสวนมิได้ดำเนินการ อย่างหนึ่งอย่างใด้ ทั้งมิได้รายงานหรือแจ้งผลการดำเนินการให้พนักงานอัยการทราบ เนื่องจากคดีนี้จะครบ กำหนดอายุความในการกระทำความผิดตามบทกฎหมายข้างต้นในวันที่15 มิถุนายน2568 ดังนั้น จึงขอให้ท่านดำเนินการจัดการให้ได้ตัว นายณฐพร และผู้เกี่ยวข้อง มาเพื่อฟ้องต่อศาล

นายศุภชัย กล่าวว่า จากเอกสารดังกล่าว ที่สำนักงานอัยการพิเศษ 4 สอบถามถึง2 ครั้ง แสดงว่าดีเอสไอ เพิกเฉย ที่จะนำตัวนายณฐพร มาให้อัยการ ดำเนินคดีฐานฟอกเงิน ทั้งที่คดีดังกล่าวจะหมดอายุความในวันที่ วันที่15 มิถุนายน 2568 และทั้งๆที่ดีเอสไอก็พบเห็นบุคคลดังกล่าวอยู่ตลอด โดย นายณฐพร มาปรากฎตัวยื่นร้องเรียนเรื่องตามสถานที่ต่างๆ เป็นที่รับรู้โดยตัวไป

นอกจากนี้นายณฐพรยังยืนยันด้วยว่าได้ข้อมูลเรื่องการสอบสวนคดีฮั้วสว. มาจากดีเอสไอ โดยแสดงเอกสารให้เห็น จึงชี้ให้เห็นว่า อธิบดีเอสไอ หรือพนักงานสอบสวน ดีเอสไอพบกับ นายณฐพร ดังนั้นการที่มีเหตุการดังกล่าวขึ้น แต่ไม่ดำเนินจับกุมตัวมาดำเนินคดี จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของดีเอสไอ จึงเรียกร้องนายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ สั่งการให้ดีเอสไปนำตัว นายณัฐพร เพื่อส่งให้อัยการเพื่อดำเนินคดีฐานฟอกเงิน ขณะเดียวกันให้เรียกร้อง กระทรวงยุติธรรม สั่งการให้ตรวจสอบเรื่องนี้ในทันทีและแถลงให้ประชาชนทราบ

นายศุภชัย กล่าวอีกว่า หากยังมีการเพิกเฉยอยู่ตนก็จะไปร้องทุกข์กล่าวโทษอธิบดีดีเอสไอในฐานความผิดปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบต่อ ป.ป.ช.ในทันที