‘สมเจตน์’ งง กกต.ตั้งข้อหาไม่ระบุพฤติการณ์ ย้ำไม่เกี่ยวฮั้วเลือก ส.ว. พร้อมให้ความร่วมมือแจงทุกอย่าง เผยคุย ‘อนุทิน’ เพราะเป็นที่ปรึกษา ขออย่าโยงการเมือง ด้าน ‘นภินทร’ โล่งใจ พร้อมหอบหลักฐาน พยานบุคคลเข้าให้ข้อมูลภายใน 5 วันนี้ เคลียร์บริสุทธิ์ทุกปม
เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสมเจตน์ ลิปะพันธุ์ อดีตส.ส.สุโขทัยหลายสมัย ปัจจุบันคือที่ปรึกษา รมว.มหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวภายหลังการเข้ารับทราบข้อกล่าวหาฮั้ว ส.ว.ต่อคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน คณะที่ 26 ของสำนักงาน กกต. ที่เป็นคณะกรรมการร่วมกับกรมสอบสวนพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่าตนเป็นกลุ่มคนนอกที่เข้ามารับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งก็ไม่มีอะไร เพราะเราไม่ได้ยุ่งเกี่ยวอยู่แล้ว
นายสมเจตน์กล่าวว่า ในส่วนของคณะกรรมการไม่ได้มีการอธิบายหรือบรรยายพฤติกรรมว่าตนได้เข้าไปเกี่ยวข้องอย่างไร นั่นก็เพราะอาจเป็นข้อกล่าวอ้างของบุคคลเท่านั้น ส่วนตัวยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโดนอะไร ไม่มีการแจ้งพฤติการณ์ มีแค่ที่บอกว่าเป็นไปตามข่าว และบอกว่าเป็นไปตามมาตรา 70 มาตรา 71 พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ซึ่งเราก็ชี้แจงไปตามข้อกล่าวหา ซึ่งข้อกล่าวหาไม่มีอะไร เราก็ชี้แจงไปตามนั้น แต่ก็ได้แจ้งเอาไว้ว่าหากมีอะไรที่ต้องการให้ชี้แจงเพิ่มเติมก็ยินดี ส่วนผู้ที่มารับทราบข้อกล่าวหาคนอื่นๆ นั้นก็ไม่ได้มีการพูดคุยกัน เพราะมีการแยกห้องสอบ

“คณะกรรมการสอบสวนยังไม่ได้บอกเราเลยว่าเรื่องอะไรก็เลยตอบหรือชี้แจงไปได้แค่นั้น ไม่ถามอะไรเลย พอเข้าไปในห้องก็ยื่นชี้แจงตามที่เขากล่าวหามา แต่มันก็ไม่มีอะไรเลย เรื่องเส้นเงินก็ไม่มี” นายสมเจตน์กล่าว
เมื่อถามว่า ได้คุยกับนายอนุทินบ้างหรือไม่ นายสมเจตน์กล่าวว่า ตนเป็นที่ปรึกษาจึงได้คุยกับหัวหน้าตลอดแต่ก็ไม่มีอะไร และเรียนท่านว่าไม่มีอะไรเกี่ยวข้อง ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว ถ้าตนมีญาติพี่น้องเข้าไปลงสมัคร ส.ว.ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่นี่ไม่มีอะไรเลย ตนถึงถามว่ามีอะไรพิเศษฝากมาถามตนหรือไม่ ซึ่งเขาก็ไม่มีอะไร รวมๆ ใช้เวลารับทราบข้อกล่าวหาและให้ข้อมูลแค่ 15 นาที ดังนั้น จึงถือว่างงและสงสัยว่าเราโดนเรื่องอะไร
เมื่อถามว่า เป็นการตอกย้ำความรู้สึกของเราหรือไม่ว่านี่เป็นเรื่องการเมือง นายสมเจตน์กล่าวว่า ไม่ อย่าไปคิดอย่างนั้น ไม่เป็นเรื่องการเมืองหรอก มีแต่สื่อเท่านั้นที่พยายามจะโยงเข้าไปให้เกี่ยวข้องกับการเมือง เพราะส่วนใหญ่การเมืองก็มาจากสื่อมวลชน

เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตหรือไม่ว่าผู้ที่ถูกเรียกตัวมาวันนี้หลักๆ เป็นแม่เหล็กที่อยู่ใกล้ตัวนายอนุทิน นายสมเจตน์กล่าวว่า ไม่รู้เลยจริงๆ ส่วนเรื่องการไปรับประทานอาหารที่โรงแรมพูลแมน ตนก็คิดว่าไม่น่าจะเป็นข้อกล่าวหานั้น เพราะนั่นเป็นโรงแรม ใครก็ไปได้ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมไหนเราก็สามารถไปรับประทานอาหารได้
ด้าน นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมช.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการเข้ารับทราบข้อกล่าวหาว่า ไม่เคยพูดและกระทำการเช่นนั้น และเมื่อขอทราบเหตุเพิ่มเติม คณะกรรมการก็ไม่สามารถให้ข้อมูลเพิ่มเติมได้ ซึ่งก็ไม่เป็นไร อย่างไรก็ตาม ตนแจ้งด้วยว่าขอจัดเตรียมข้อมูลและให้การอย่างละเอียดภายใน 4-5 วันทำการนี้ และจะขอนำพยานเอกสารและพยานบุคคลราวๆ 5-6 คนมาประกอบ แต่ไม่ขอเอ่ยรายละเอียดของบุคคลที่ 3 เพราะเป็นคนนอก และต้องดูว่าเขาจะมาให้การในลักษณะใด จะส่งเป็นเอกสารทำให้การหรือมาให้การด้วยตัวเอง
เมื่อถามว่า คณะกรรมการได้แจ้งพฤติการณ์ที่เราเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการฮั้ว ส.ว.อย่างไรหรือไม่ นายสมเจตน์กล่าวว่า มีการแจ้ง แต่ไม่ขอลงในรายละเอียด เพราะตนมีพยานบุคคลที่สามารถยืนยันได้ว่าตนไม่ได้กระทำเช่นนั้น ดังนั้น มั่นใจในพยานต่างๆ ที่มีอยู่และมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตนเอง

“มั่นใจว่าสิ่งที่ผมจะนำพยานหลักฐานมานั้นสามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองได้ ไม่ได้กังวลอะไร ถือว่าค่อนข้างสบายใจ เพราะไม่มีพฤติกรรมอะไรที่ผมพิสูจน์ไม่ได้” นายนภินทรกล่าว
ขณะที่ นายวงศกร ชนะกิจ อดีตผู้สมัคร ส.ส.ภูเก็ต เขต 2 พรรคภูมิใจไทยและเลขานุการประจำคณะกรรมาธิการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณะภัย สภาผู้แทนราษฎร กล่าวภายหลังเข้าชี้แจงว่า ประเด็นที่คณะกรรมการตรวจสอบถามส่วนใหญ่เป็นประเด็นเกี่ยวกับข้อกฎหมาย ซึ่งก็ตอบไปตามข้อเท็จจริง ซึ่งกรรมการมีการสอบถามเรื่องในลักษณะของของพฤติกรรมหรือเส้นเงินบ้าง เป็นแบบเขาถามมาเราก็ตอบไป
นายวงศกรเผยว่า การชี้แจงก็ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ไม่รู้ว่าใครมาบ้าง เพราะแต่ละคนจะให้ปากคำคนละห้อง ซึ่งตนก็ยังคงยังมั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไรผิด และยินดีที่จะมาให้ปากคำอีก ถ้าหากคณะการสอบสวนยังมีข้อสงสัย

