หน้าแรก การเมือง สุริยะ อัดวิโ...

สุริยะ อัดวิโรจน์ไร้กาลเทศะ เปิดเวทีซักฟอก กล่าวหาฮั้วประมูล เจ้าตัวลุกสวน ปกป้องภาษีปชช.

29.05.25 | 22:21 น.

เดือดกลางดึก! สภาประท้วงวุ่น หลัง ‘สุริยะ’ อัด ‘วิโรจน์’ ไร้กาลเทศะ ใช้จินตนาการ อภิปราย ทล.-ทช.ฮั้วประมูล ชี้ผู้รับเหมากำไรน้อยจนไม่มีช่องเงินทอน แจงหลักเกณฑ์ประมูล กรมบัญชีกลางเป็นผู้กำหนด ปัด กีดกันเอื้อคนบางกลุ่ม โต้แบ่งตอนโครงการใหญ่ไม่ได้ช่วยประหยัดงบเสมอไป ด้าน ‘วิโรจน์’ สวน พูดซํ้าจนรู้ใครเขียนโพยให้

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยวิสามัญ เป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ต่อเป็นวันที่ 2

เวลา 20.45 น. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงกรณีที่ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน อภิปรายในประเด็นการฮั้วประมูลของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทว่า ขอแสดงความเสียใจต่อประชาชน จากการกระทำที่ไม่รู้จักกาลเทศะของนายวิโรจน์ เพราะวาระคือการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 แต่กลับใช้โอกาส อภิปรายเรื่องการฮั้วประมูล ไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงไม่อภิปรายในช่วงอภิปรายไว้วางใจ และหากนายวิโรจน์จะพูดถึงกระทรวงคมนาคม ควรพูดถึงงบประมาณที่จัดลงไปตามกรมต่างๆ ไม่เหมาะสมอย่างไร ไปกระจุกที่จังหวัดใดหรือไม่ จะป็นประโยชน์กับประชาชนมากกว่า

นายสุริยะกล่าวยืนยันว่า การจัดทำคำของบประมาณของกระทรวงคมนาคมได้มอบนโยบายให้เป็นไปเพื่อประโยชน์ของประชาชนและให้สอดคล้องกับนโยบาย ซึ่งในส่วนของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ตนได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัด ดำเนินการประมูลด้วยความสุจริตโปร่งใส และป้องกันการฮั้วประมูลมาโดยตลอด นอกจากนี้ หลักเกณฑ์และขั้นตอนการประมูล กรมบัญชีกลางเป็นผู้กำหนด ตั้งแต่การขึ้นทะเบียนผู้รับเหมาก่อสร้าง การคิดราคากลางที่อ้างอิงจากกระทรวงพาณิชย์ รวมถึงขั้นตอนการ E-bidding ซึ่งก่อนการลงนามสัญญาต้องได้รับการตรวจสอบจากสำนักงบประมาณด้วย และยังมี พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาของรัฐ พ.ศ.2542 ควบคุมไว้อีกชั้น ดังนั้น เป็นไปไม่ได้เลยที่หน่วยงานของกระทรวงคมนาคมจะดำเนินการเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้รับเหมาที่มีการฮั้วประมูล

Advertisement

นายสุริยะกล่าวว่า ประเด็นที่นายวิโรจน์กล่าวหาว่ามีผู้รับเหมาชั้นพิเศษที่มีเพียง 80 ราย จนเกิดการฮั้วประมูล เป็นเสือนอนกิน มีการซุกซ่อนเงินทอนต่างๆ ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะการจัดชั้นผู้รับเหมา ดำเนินการโดยกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ไม่ใช่กระทรวงคมนาคม และเพื่อให้เห็นว่าข้อมูลที่ผู้อภิปรายนํามากล่าวหาไม่สมเหตุสมผล และบิดเบือนจากข้อเท็จจริง จึงได้ให้กรมทางหลวงตรวจสอบผลประกอบการของผู้รับเหมาชั้นพิเศษแล้ว ย้อนหลังตั้งแต่ปี 2563 ก็พบว่าทั้ง 80 รายมีรายได้รวมกันเกือบ 2 แสนล้านบาท แต่มีกำไรรวมกันเฉลี่ยประมาณปีละพันกว่าล้านบาท คิดเป็น 0.5% ของรายได้ ไม่ได้มีกำไรเป็นกอบเป็นกำ ดังนั้น จะเอาเงินทอนที่ไหนมาจ่ายให้กับผู้มีอำนาจ

นายสุริยะกล่าวต่อว่า ส่วนที่กล่าวหาว่ามีการแบ่งตอนโครงการ เพื่อกีดกันผู้รับเหมาไม่ให้ประกวดราคา เพื่อเอื้อให้กับผู้รับเหมาชั้นพิเศษ ขอชี้แจงว่า การแบ่งสัญญาโครงการขนาดใหญ่ต้องพิจารณาถึงเหตุผลและความจำเป็นหลายประการ ทั้งลักษณะของงาน รูปแบบทางวิศวกรรม ความต่อเนื่องของโครงการ ความคุ้มค่า รวมถึงความพร้อมของผู้รับเหมาด้วย ดังนั้น การที่นายวิโรจน์ตั้งข้อสังเกตกับโครงการทางหลวงหมายเลข 118 ว่าควรแบ่งโครงการออกเป็น 3 ตอน เพื่อให้ประหยัดงบประมาณนั้น ท่านคงใช้จินตนาการมากเกินไป จนลืมข้อเท็จจริงว่าการแบ่งงานเพิ่มเป็น 3 ตอน จะทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มตามมา จนราคากลางของโครงการเพิ่มสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น และจะเป็นภาระต่องบประมาณ และไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าใครจะชนะประมูลด้วยราคาเท่าไหร่ เป็นเพียงจินตนาการของนายวิโรจน์

นายสุริยชี้แจงว่า ข้อกล่าวหาว่ากรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทคัดค้านการกำหนดสิทธิในการเสนอราคาของผู้รับเหมาชั้น 1 เพื่อกีดกันไม่ให้ผู้รับเหมาเลื่อนชั้นนั้น นายวิโรจน์พูดความจริงแค่ครึ่งเดียว เพราะที่จริงเรื่องนี้พิจารณาโดยคณะกรรมการราคากลาง ยืนยันว่ากรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทไม่ได้เป็นผู้คัดค้าน ขอให้ไปดูมติที่ประชุมของคณะกรรมการราคากลาง

นายสุริยะกล่าวว่า การที่นายวิโรจน์เปรียบเทียบว่าการประมูลราคาให้ต่ำกว่าราคากลางเป็นการประหยัดงบประมาณนั้นเป็นเรื่องที่เข้าใจผิดมาก เพราะมองมุมเดียว แต่ไม่มองถึงผลเสียที่จะตามมา จึงขอชี้แจงว่าโครงการที่มีการประมูลต่ำกว่าราคากลาง หรือการฟันราคา มักจะมีปัญหาเกิดขึ้นระหว่างการก่อสร้าง เนื่องจากราคากลางเหมาะสมกับต้นทุน หากผู้รับเหมาเสนอต่ำกว่าราคากลาง ก็ต้องลดต้นทุนทั้งบุคลากร เครื่องมือ และเครื่องจักร นอกจากจะทำให้รัฐได้ผลงานไม่มีคุณภาพ ยังทำให้การก่อสร้างล่าช้า หรือผู้รับเหมาทิ้งงาน

นายสุริยะกล่าวทิ้งท้ายว่า ในฐานะผู้กำกับดูแลกระทรวงคมนาคมจะทำให้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างโปร่งใส คุ้มกับภาษีประชาชน และเกิดประโยชน์กับประเทศชาติ

ทำให้ นายวิโรจน์ ขอใช้สิทธิพาดพิงทันทีว่า รัฐมนตรีอาจจะไม่ทราบว่า ตนได้ไปสังเกตการในคณะทำงานที่มี รศ.ต่อตระกูล ยมนาค นายกสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งตั้งขึ้นโดยกรมบัญชีกลาง และกรมบัญชีกลางก็ได้แจ้งข้อเท็จจริงกับคณะกรรมการธิการว่า มีมติปรับเพดานผู้รับเหมา ชั้น 1ก จาก 600 ล้านบาท เป็น 900 ล้านบาท ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 โดยรายงานว่าถูกคัดค้านจากกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท

นายวิโรจน์กล่าวว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) 4-5 ครั้ง ในครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2567 มีมติชัดเจนเรื่องนี้ แต่ปรากฏว่าในการประชุมครั้งถัดไป วันที่ 17 ธันวาคม 2567 ท่านไปสั่งข้าราชการข้างหลังม่าน ให้เตรียมมติคณะทำงานมาดูได้เลย ซึ่งกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทไม่ได้คัดค้านแบบที่ท่านว่า แต่ซื้อเวลามาเพื่อประวิงเวลาให้รอศึกษาไปก่อน ซึ่ง รศ.ต่อตระกูลไม่ได้เสียหาย ท่านก็ถาม ทุกคนถามหมดว่าต้องรอ 2-3 ปี จนสุดท้ายหาข้อสรุปไม่ได้ คณะทำงานจึงส่งให้กับคณะกรรมการราคากลางตัดสินใจ และยังต้องศึกษาต่อรอเวลาไปอีก

นายวิโรจน์กล่าวอีกว่า ที่บอกว่ามีคู่รับเหมาทิ้งงานไป ดูในรายละเอียดรายงานการประชุม ผู้แทนสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ก็บอกว่าปัญหาของการทิ้งงานอยู่ที่การบริหารสัญญา ผู้รับเหมาชั้นพิเศษคือตัวดีที่สุดที่ขอขยายสัญญาและส่งงานล่าช้า ซึ่งท่านเองก็รู้ เพราะท่านได้ไปดูที่ไซต์งาน และที่ล่าช้าก็เพราะรับงานไว้เยอะจนเกินไป บริหารสภาพคล่องไม่ได้ ท่านไปหยิบเอาตัวอย่างบางตัวอย่างที่ไม่ดีมายก แต่กรมบัญชีกลางนำรายงานสถิติมาแจ้งต่อคณะทำงานว่าผู้รับเหมาชั้น 1 และผู้รับเหมาชั้นพิเศษ ไม่ใช่ว่าไม่มี แต่ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ

“ถ้าเทียบบัญญัติไตรยางศ์ ผมรู้เลยว่าใครเป็นคนเขียนโพยให้กับท่าน คณะทำงานใช้ข้อมูลสถิติหลายปีงบประมาณ ท่านไปถามดูได้ ไม่ใช่ว่า นาย ก นาย ข สัมภเวสีจดโพยให้ท่านยังไง ท่านก็อ่านอย่างนั้น อายเขาครับ ท่านรัฐมนตรี อย่าไปหลงเชื่อข้าราชการแบบนั้น” นายวิโรจน์กล่าว

นายวิโรจน์กล่าวว่า สุดท้ายก็ตอบเหมือนกันเป๊ะ การจะแบ่งซื้อ แบ่งจ้าง ที่บอกเดี๋ยวราคากลางจะสูงขึ้น ท่านรัฐมนตรีก็เรียนวิศวะแบบตน การประหยัดงบประมาณไม่ได้ดูที่ราคากลาง แต่ดูว่าราคาชนะประมูลต่ำกว่าราคากลางเท่าไหร่ ซึ่งสถิติปี 2566 ข้อมูลระบุว่า ผู้รับเหมาชั้นพิเศษประหยัดงบประมาณได้แค่ 0.4% ขณะที่ผู้รับเหมาชั้น 1ก ประหยัดได้ 17.1% สถิติหลอกกันไม่ได้ ตนไม่ได้ใช้จินตนาการ

“ขอบอกกับท่านตรงนี้ เมื่อเปิดมาปุ๊บ ท่านบอกว่าผมไม่มีกาลเทศะที่จะพูดเรื่องนี้ในการพิจารณาร่างงบประมาณวาระหนึ่ง ท่านเป็นรัฐมนตรีมาหลายสมัย จุดสำคัญที่สุดของการอภิปรายงบประมาณในวาระที่หนึ่ง ไม่ใช่การจัดงบประมาณ เพราะการจัดงบประมาณเป็นหน้าที่ท่าน แต่หน้าที่ของ ส.ส.ที่มีที่มาของประชาชน คือปกป้องเงินภาษีของพี่น้องประชาชนที่มาจากหยาดเหงื่อแรงงานของเขาทุกบาททุกสตางค์ ผมเห็นปัญหาการฮั้วประมูล ผมเห็นปัญหาการประหยัดงบประมาณที่แตกต่างกัน ระหว่างผู้รับเหมาชั้นพิเศษกับผู้รับเหมาชั้น 1ก ขนาดนี้ ท่านไม่เห็นตัวเลขหรือ แล้วจะให้ผมเอาหูไปนาเอาตาไปไร่แบบคนที่ชื่อสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ คนที่ชื่อวิโรจน์ ลักขณาอดิศร” นายวิโรจน์ระบุ

ต่อมา นายไชยวัฒนา ติณรัตน์ ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ได้ลุกขึ้นประท้วงว่า นายวิโรจน์อภิปรายไม่ตรงกับญัตติและขอให้ประธานสภาควบคุมการประชุมให้เรียบร้อย

นายสุริยะยืนยันว่า สำคัญที่สุดต้องดูมติที่ประชุมล่าสุดของคณะกรรมการไม่ได้เป็นไปตามที่นายวิโรจน์พูด ส่วนเรื่องที่ตนเองพูดถึงว่าหากใช้โอกาสอภิปรายเรื่องฮั้วประมูล ทำไมถึงไม่ใช้การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทำไมถึงผิดกาลเทศะ

ทำให้ นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส. พรรคประชาชน ในฐานะวิปฝ่ายค้าน ลุกขึ้นประท้วงว่านายวิโรจน์มีสิทธิ โดยใช้สิทธิพาดพิง เพราะท่านรัฐมนตรีบอกว่านายวิโรจน์ผิดกาลเทศะ โดยมีการใช้สิทธิพาดพิง ซึ่งหากจะบอกว่านายวิโรจน์อภิปรายตั้งแต่เมื่อวาน หากไม่ตรงกับญัตติต้องมีการประท้วงตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ซึ่งตอนนี้คือการใช้สิทธิพาดพิงที่มีการกล่าวหานายวิโรจน์ให้เสียหาย

จากนั้น นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ในฐานะประธานในที่ประชุมขณะนั้นได้วินิจฉัย โดยให้นายวิโรจน์ชี้แจงอีกครั้ง โดยในวิโรจน์ยืนยันว่า การอภิปรายงบงบประมาณในวาระที่หนึ่งคือการอภิปรายเพื่อปกป้องภาษีประชาชน ไม่ใช่นำกำไรของผู้รับเหมามาชี้แจงแบบนี้ พร้อมอธิบายว่า ทำไมถึงไม่อภิปรายไม่ไว้วางใจ ตนเองตั้งกระทู้ถามไปแล้ว 2 กระทู้ ท่านยังไม่ตอบจนถึงตอนนี้เลย ไปถามตนเองก่อนว่าทำไมไม่ตอบ

“กาลเทศะของคนที่ชื่อวิโรจน์ ลักขณาดิศร คือการปกป้องเงินภาษีพี่น้องประชาชน ส่วนกาลเทศะของคนที่ชื่อสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ จะเอามาปกป้องผลกำไรตอบแทนของผู้รับเหมาชั้นพิเศษ ก็แล้วแต่คนชื่อสุริยะก็แล้วกัน” นายวิโรจน์กล่าวทิ้งท้าย