หน้าแรก การเมือง รมช.กลาโหม วอ...

รมช.กลาโหม วอนสังคมสร้างบรรยากาศให้คนสมัครทหาร ชี้ระบบ ‘อาสาสมัคร’ ต้องใช้งบเพิ่ม

29.05.25 | 22:52 น.

‘รมช.กลาโหม’ ชี้ตัวเลขผู้สมัครใจเป็นทหารเกณฑ์เพิ่มขึ้นกว่าปีที่แล้ว อ้อนสังคมสร้างบรรยากาศให้คนสมัคร โอดถูกโจมตีหนักเกิน เผยแผนพัฒนาพลทหารส่งเสริมการศึกษาสูงสุด พร้อมรับฟังคำติติงอย่างตรงไปตรงมา

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยวิสามัญ เป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ต่อเป็นวันที่ 2

เวลา 21.20 น. พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงว่า กองทัพได้เปลี่ยนผ่านอย่างต่อเนื่อง ช่วงเวลาที่ผ่านมาเราลดการพึ่งระบบเกณฑ์ทหาร ส่งเสริมระบบสมัครใจอย่างเป็นรูปธรรม ในปี 2567 มียอดสมัครถึง 47.80% แต่ปีนี้ได้มีการรณรงค์มากขึ้น ทำให้มีผู้สนใจสมัครถึง 52.83%
เราได้สัมภาษณ์ผู้ที่สมัครมาเป็นทหารนั้น ส่วนใหญ่ระบุว่าตัดสินใจเพราะการเติบโตในอาชีพ และส่วนหนึ่งคือเงินตอบแทน

พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า กองทัพไม่ได้ฝึกจนครบเวลาก็ปล่อยกลับบ้าน แต่เรามีแผนพัฒนากำลังพลระดับพลทหาร ตั้งแต่ระดับพื้นฐาน พลทหารจะได้รับการเพิ่มพูนทักษะอาชีพ ทักษะคุณวุฒิ ผู้ที่ยังไม่ได้เรียนหนังสือจะได้รับการส่งเสริมให้เรียนจนจบการศึกษาสูงสุด นอกจากนั้น ยังเพิ่มโควต้าให้สอบเข้าโรงเรียนนายสิบ หรือโรงเรียนจ่าทหาร บางคนมีความสามารถสามารถสอบเข้าไปถึงโรงเรียนนายร้อย

พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า อยากขอความร่วมมือสังคมและสื่อมวลชนให้สร้างบรรยากาศที่เอื้ออำนวยในการที่จะให้มีผู้สนใจสมัครเข้าเป็นทหารมากขึ้น เพราะบางเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกองทัพถูกโจมตีหนักจนเกินไป ปัจจุบันเรายืนยันว่ามีการปรับระบบการฝึก ระบบการปกครอง รวมถึงการเป็นอยู่ให้ดีขึ้นแล้ว

Advertisement

พล.อ.ณัฐพลกล่าวต่อว่า ส่วนที่มีการเสนอให้ปรับเงินเดือนขึ้นเป็น 15,000 บาทนั้น หากปรับขึ้นจริงเงินเดือนรวมกับค่าประกอบเลี้ยงของพลทหารจะมากกว่านายสิบที่จบการศึกษาไม่ถึงปริญาตรีบรรจุใหม่ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนแก้ไขปัญหา และแนะนำให้ปรับมาใช้ระบบทหารอาสาสมัคร จะทำให้กองทัพต้องใช้งบประมาณเพิ่มขึ้น เนื่องจากต้องจ่ายเงินเดือนมากกว่า ซึ่งเรามีกรอบงบประมาณที่จำกัดอยู่แล้ว จึงขอใช้เวลาในการดำเนินการ

พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า ส่วนที่มีการเสนอให้ลดขั้นตอนต่างๆ ทางกองทัพก็พยายามแก้ไข แต่โดยประสบการณ์การลดขั้นตอนจะมีความเสี่ยงต่อการทุจริต กองทัพจึงขอคิดให้รอบคอบในอนาคตอาจเป็นเหมือนที่มีการเสนอแนะมา

“รัฐบาลไม่เคยมองว่าการเกณฑ์ทหารคือคำตอบที่ถาวร เพียงแต่เราไม่สามารถประกันได้ว่าหากมีปีนี้ได้รับผู้สมัครใจครบ 100% ปีหน้าจะยังคงมีผู้สมัครครบหรือไม่ ขอให้มั่นใจว่ากองทัพไทยในวันข้างหน้าจะทันสมัย สมัครใจ โปร่งใส มีศักดิ์ศรี” พล.อ.ณัฐพลกล่าว

พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า ที่ผ่านมามีเหตุการณ์บางกรณีที่เกี่ยวกับพฤติการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ในกองทัพ ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมหยิบยกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์ รัฐบาลและกองทัพไม่ได้ปฏิเสธ เราขอรับฟังทุกคำติติงอย่างตรงไปตรงมา และจะนำไปตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่าจริงก็จะเร่งรัดแก้ไข

พล.อ.ณัฐพลกล่าวอีกว่า กองทัพมีบุคลากรประมาณ 200,000 คน ถือเป็นองค์กรขนาดใหญ่ เป็นธรรมดาที่จะมีเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้น แต่สิ่งสำคัญคือเรามีระบบป้องกันและตรวจสอบที่ใช้งานได้จริง ยืนยันว่าในระดับนโยบายกองทัพจะไม่มีการปกปิดความผิด พร้อมจะทำความจริงให้ปรากฏ ไม่ปฏิเสธการตรวจสอบ พร้อมรับฟัง แม้ว่าจะเป็นคำติติงที่ฟังแล้วเจ็บปวด เพราะเป็นข้อมูลในการพิจารณาดำเนินการให้ดียิ่งขึ้น