หน้าแรก การเมือง รอมฎอน ห่วงงบ...

รอมฎอน ห่วงงบบูรณาการดับไฟใต้ ลดฮวบกว่า 4 พันล้าน งบกำลังพลพุ่ง เสี่ยงเจอบัญชีผี

29.05.25 | 23:46 น.

‘รอมฎอน’ ชี้งบบูรณาการแก้ปัญหา จชต.ลดลง แต่เปลี่ยนไปเน้นที่ยุทธศาสตร์ สะท้อนรัฐบาลกำหนดแนวทางไม่ชัดเจน มองงบกำลังพลสูง บั่นทอน จนท.หน้างาน เหตุมีบัญชีผี ซัดบางคนบอกให้ใช้ไม้แข็ง แต่ประสบการณ์ที่ผ่านมาก็สะท้อนแล้วว่าแก้ความรุนแรงไม่ได้

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคมที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยวิสามัญ เป็นพิเศษ มี นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 เป็นประธาน เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ต่อเป็นวันที่ 2

เวลา 22.25 น. นายรอมฎอน ปันจอร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) อภิปรายว่า มีข้อสังเกตมากมายเรื่องงบประมาณในชายแดนใต้ การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แต่มีที่สร้างใหม่อะไรบ้าง การจัดสรรงบประมาณปีนี้ที่เกี่ยวข้องกับชายแดนใต้ แต่การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ได้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงในเชิงทิศทาง และยุทธศาสตร์ในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของรัฐบาลชุดนี้หรือไม่

นายรอมฎอนกล่าวว่า จากเอกสารงบประมาณจะพบเรื่องใหญ่คือแผนงานการบูรณาการขับเคลื่อนจังหวัดชายแดนใต้รอบนี้ลดลงฮวบจาก 5,700 กว่าล้านบาท เหลือ 1,475 ล้านบาท ซึ่งยอดต่ำกว่าปีก่อนถึง 74% โดยแผนบูรณาการเคยเป็นแผนเงินหลักของการแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปีของปีงบประมาณที่ต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ จึงเกิดการตั้งคำถามว่าการลดงบประมาณแผนบูรณาการนี้ที่เคยมีเป้าหมายร่วมกัน มีตัวชี้วัดร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขลดลงขณะนี้ เป็นเพราะรัฐบาลประเมินว่าได้แก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนใต้สำเร็จแล้วหรือไม่ ซึ่งคำตอบก็คือไม่

Advertisement

นายรอมฎอนกล่าวด้วยว่า ตัวชี้วัดเรื่องงบประมาณมีการใช้ในช่วง 5 ปีแรกที่ต้องลดลง 10% ซึ่งเราไม่สามารถบอกได้ว่านี่คือตัวชี้วัดของความสำเร็จ ซึ่งหน่วยรับงบประมาณมากที่สุดคือกรมการปกครองจากเดิม กอ.รมน. เป็นหน่วยหลักที่รับเงินเยอะ แต่ปีนี้เปลี่ยนไป ยังไม่นับรวม ศอ.บต. แล้วก็หายไปจากแผนนี้ด้วย โดยเมื่อเทียบกับปีก่อนเหลือเพียง 3 หน่วยงานหลัก และงบประมาณก็น้อยลงไป งานยุทธศาสตร์เรื่องการพูดคุยสันติภาพ งานเยียวยาก็หายไป ซึ่งตนก็ตกใจนึกว่ารัฐบาลจะทิ้งงานสำคัญไปแล้ว แต่เมื่อมาพบทีหลังว่าโครงการพวกนี้ไม่ได้หายไปไหน แต่โยกย้ายไปที่แผนงานอื่น โดยเฉพาะแผนงานยุทธศาสตร์บางอัน

นายรอมฎอมกล่าวว่า งบประมาณชายแดนใต้จะมีก้อนใหญ่ เฉพาะปีนี้ภาพใหญ่ 27,000 กว่าล้านบาท เป็นแผนบูรณาการ 1,000 กว่าล้าน สัดส่วนนี้ถือว่าเป็นสัดส่วนต่ำที่สุดที่แผนบูรณาการจะอยู่แค่ 5.4% เท่านั้น คำถามคือหายไปไหน งบประมาณส่วนใหญ่ไปที่แผนงานยุทธศาสตร์ป้องกันและแก้ไขปัญหาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคง 34.9% ซึ่งงบชายแดนใต้กระจายอยู่หลายแผนงาน ตั้งแต่ปี 2547 เราใช้งบประมาณไปแล้วกว่า 6 แสนล้านบาทแล้ว แต่ปัญหาชายแดนใต้เป็นอย่างไร ท่านสมาชิกประเมินได้

นายรอมฎอนกล่าวว่า ในปีหน้างบประมาณน่าจะเพิ่มขึ้น แผนบูรณาการไม่ใช่ยอดงบประมาณภาครัฐที่เป็นเงินหลักอีกต่อไป แม้ว่าหากจะปรับใช้จริงคงจะเป็นประโยชน์ ปีนี้งบประมาณของแผนบูรณาการภาคใต้ลดลง 74% แต่ภาพรวมงบชายแดนใต้เพิ่มขึ้น 9% ประชาชนจะพิจารณาเจตนารมณ์ของรัฐบาล และหน่วยงานภาครัฐในการแก้ไขปัญหาให้ดูที่แผนยุทธศาสตร์ที่เปลี่ยนจุดเน้นจากเดิม มีแค่ 3 หน่วยงาน แต่ปีนี้มี 22 หน่วยงาน ซึ่งสะท้อนนัยสำคัญคือการลดระดับความสำคัญของปัญหาไฟใต้

นายรอมฎอนกล่าวต่อว่า น้ำหนักด้านความมั่นคงสูงถึง 70% โดยงบประมาณของ กอ.รมน.มากที่สุด ซึ่งในแผนยุทธศาสตร์ป้องกันประมาณ 8,971 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ที่แผนงานการกำลังพล และการดำเนินงาน หากรวมค่าตอบแทนพิเศษรายเดือนสำหรับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดชายแดนใต้ก็จะคิดรวมกันทั้งหมดเป็น 88% ของงบ กอ.รมน.ที่จะใช้ในพื้นที่ชายแดนใต้ ไม่ใช่อย่างที่อดีตนายกรัฐมนตรีบางท่านพูดไว้ว่าใช้ไปกว่าครึ่ง เราสูญเสียไปเยอะกว่านั้น

นายรอมฎอนกล่าวด้วยว่า กิจกรรมของ กอ.รมน.ยังมีความหลากหลาย ทั้งเรื่องจิตวิทยาและการพัฒนาต่างๆ ซึ่งขยายปีกกว้างขวางในชายแดนใต้ มียอดงบประมาณที่ต้องพูดถึงคือยอดกำลังพลและการดำเนินงานกว่า 3,400 ล้านบาท หากจำได้จะมีข่าวเรื่องบัญชีผี ที่มีเจ้าหน้าที่ได้รับเงินเดือนจากการไม่ได้อยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งเป็นข้อครหาสำหรับงบประมาณที่ใช้เลี้ยงกำลังพล และอาจเรียกได้ว่าเป็นถุงเงินของผู้บังคับบัญชา งบกำลังพลถูกกล่าวหาว่ามีไว้เพื่อแสวงหาผลประโยชน์มาโดยตลอด แต่ในทางกลับกัน เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด้วยความเสี่ยงและเสียสละก็รู้สึกหมดกำลังใจ เพราะพบว่ากำลังพลที่มีแค่รายชื่อไม่ได้เสี่ยงจริง หรือทำงานจริง คนทำงานจริงก็รู้สึกไม่มีกำลังใจ

“หากไม่มีการใช้จ่ายอย่างโปร่งใส และตรวจสอบอย่างจริงจังในงบประมาณแบบนี้ จะกัดกร่อนองคาพยพของภาครัฐเสียเอง” นายรอมฎอนกล่าว

นายรอมฎอนกล่าวต่อว่า สำหรับ กอ.รมน. 18 ปี ใช้งบประมาณกว่า 1.44 แสนล้านบาท ซึ่งต้นทุนที่เราใช้กับหน่วยงานความมั่นคง รวมถึงมีข้อสังเกตเรื่องงบก่อสร้าง งบโยธาของกรมโยธาธิการและผังเมืองที่เป็นเจ้าใหญ่และรับเงินเยอะในจังหวัดชายแดนใต้เยอะขึ้นกว่า 2,479 ล้านบาท ทำให้การประมูลและจัดซื้อจัดสร้างในวิธีพิเศษนั้นทำได้ง่าย จึงฝากให้จับตาในเรื่องนี้

นายรอมฎอมกล่าวว่า โครงการสำคัญสำคัญที่น่าจะมีนัยในการกำหนดทิศทางการแก้ไขปัญหาอย่างการพูดคุยสันติสุขในชายแดนใต้ พบว่าย้ายมาและลดลงการพูดคุยสันติภาพงบประมาณไม่เยอะ ก็ลดลงไปกว่า 62% ซึ่งก็มีนัยสำคัญเหมือนกำลังลดระดับความสำคัญในแนวทางการเมืองนี้ งบที่หายไปและอาจแปลงรูปเปลี่ยนชื่อโครงการ

นายรอมฎอนกล่าวด้วยว่า เราจะทำความเข้าใจงบประมาณภาครัฐภายใต้รัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อย่างไร การเปลี่ยนแปลงงบประมาณนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการบูรณาการนั้นเป็นจริง ภายใต้ระเบียบทางการเมืองที่พิลึกผิดฝาผิดตัวในปัจจุบันนี้ ก็ไม่แน่ว่าการเปลี่ยนจุดเน้นไปที่แผนยุทธศาสตร์จะแก้ปัญหาเอกภาพในการปฏิบัติได้หรือไม่ รัฐบาลพลเรือนจะถือธงนำในการแก้ไขปัญหาการเมือง และความมั่นคงได้หรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวล เนื่องจากรัฐบาลก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะกำหนดทิศทางและยุทธศาสตร์ในการคลี่คลายความขัดแย้งอย่างไร

นายรอมฎอนกล่าวว่า เรากำลังมีรัฐบาลที่ยังไม่แน่ใจว่าจะทำอะไรได้บ้าง และจะไม่สามารถทำอะไรได้บ้าง ซึ่งต้องขอให้กำลังใจทุกความพยายามในการแก้ไขปัญหา แม้ว่าจะยังมีบางคนที่จะคอยยุให้ใช้กำปั้นเหล็กในการทุบอยู่เสมอไป แม้ว่าตนจะเคยมีบทเรียนในการบริหารราชการมาแล้วก่อนหน้านี้ การจัดการงบประมาณเหล่านี้ทำให้ไม่แน่ใจว่าเป้าหมายที่ยุทธศาสตร์ชาติ หรือหน่วยงานราชการที่ยึดถืออยู่นั้นในปี 2570 ความรุนแรงจะต้องลดลงเหลือศูนย์นั้นเป็นไปได้หรือไม่ อยากเห็นความจริงจังในการบรรลุถึงเป้าหมายนี้

“ความน่ากังวลที่สุดคือ เมื่อเราไม่มีความหวังประชาชน และเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ก็ต้องปรับตัวไปตามสภาพการแสวงหาประโยชน์จากงบประมาณจึงกลายเป็นโอกาสของผู้คนที่แสวงหาโอกาสเหล่านี้ในพื้นที่ความขัดแย้งให้มีชีวิตอยู่ต่อไป ผมไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น สุดท้ายนี้ผมและพรรคประชาชนไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรงจากทุกฝ่าย จากทุกกรณี และจากทุกรูปแบบ

หลายปีที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่าความรุนแรงมีแต่จะทำให้เราไม่อาจหาข้อสรุปในทางการเมืองได้ การตัดสินใจใช้ไม้แข็งเพื่อทุบทำลายฝ่ายตรงข้าม หรือคนที่คิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายตรงข้ามนั้น มีแต่จะทำให้เราตกหลุมพรางของความรุนแรงที่โต้ตอบ และคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือคนที่มือเปล่า” นายรอมฎอนกล่าว

นายรอมฎอนกล่าวต่อว่า เจ้าอาวาสวัดบูรพาราม อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี บอกตนว่า สถานการณ์ตอนนี้พลเรือนประชาชนคนธรรมดา หรือพระสงฆ์ ตกเป็นตัวประกันของสถานการณ์ เพราะต่างฝ่ายต่างใช้กำลัง เพื่อสร้างอำนาจต่อรองให้ตน ซึ่งไม่เป็นประโยชน์เลย เรียกร้องให้ใช้เสียงเพื่อสันติภาพให้มากที่สุดเพื่อกลบเสียงของความรุนแรงที่กำลังดังระงมอยู่ในตอนนี้ เสียงสะท้อนนี้ไม่ใช่แค่พระสงฆ์เท่านั้น แต่ชาวมลายูมุสลิม และคนทุกรุ่นที่พยายามจะเรียกร้องเตือนคนนอกพื้นที่ว่าคนในพื้นที่จำเป็นต้องรับมือกลับทุกสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น ตนเห็นการจัดสรรงบประมาณแบบนี้ก็ไม่แน่ใจว่ารัฐบาลกำลังจะนำพาชายแดนใต้ไปในทิศทางไหน

“อยากย้ำเตือนอีกครั้งว่ารัฐบาลต้องมุ่งมั่นจริงจังกับปัญหาชายแดนใต้ ผลักดันกระบวนการสันติภาพให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ประคับประคองสถานการณ์ให้บรรลุถึงการหาทางออกในทางการเมืองให้ได้ เพื่อรักษาชีวิตของประชาชนทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ขณะนี้” นายรอมฎอนกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมสภาในวันที่ 2 ใช้เวลาประมาณ 14 ชั่วโมง โดยบรรยากาศในช่วงดึกเป็นไปด้วยความเงียบเหงา มี ส.ส.จากทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านนั่งอยู่ในห้องประชุมเพียงไม่กี่คน

ขณะที่การอภิปรายเป็นไปด้วยความราบรื่น มีผู้ประท้วงเพียงแค่ช่วงที่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงการอภิปรายของ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) เพียงเท่านั้น จนกระทั่งเวลา 23.05 น. นายพิเชษฐ์ได้สั่งพักการประชุมและนัดประชุมอีกครั้งในเวลา 09.00 น. ของวันที่ 30 พฤษภาคม

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ลำดับการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ พ.ศ.2569 ในวันที่ 30 พฤกษาคม จะเป็น 1.กระทรวงมหาดไทย 2.กระทรวงศึกษาธิการ 3.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 4.กระทรวงสาธารณสุข 5.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 6.กระทรวงวัฒนธรรม 7.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา