ลิณธิภรณ์ ชูรบ. แพทองธาร เพิ่มงบการศึกษาวิจัยปี 69 เปิดฉากลงทุนทรัพยากรมนุษย์ไทยใน 3 มิติ อัดฉีด STEM พัฒนา AI หนุน Soft Power บรรลุ Zero Dropout ได้จริง “ครูจวง” ซัด รบ.จัดงบ ให้ กยศ.แบบนี้ถังแตกแน่นอน ทั้งที่รู้อยู่เต็มอก กยศ.รายได้ลด ปล่อยให้นักเรียน-นักศึกษาที่รอความหวังยืนอยู่บนปากเหวอย่างเดียวดาย สงสัยผลัก หมอ ทันตแพทย์ เภสัช พยาบาล เป็นคนยากจน ไม่ใช่แก้แบบสะเปะสะปะขายผ้าเอาหน้ารอดไปวันๆ เสนอต้องจัดให้ปีละ 2.2 หมื่นล้านทุกปี
เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 วันที่ 3 โดย นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม
เวลา 10.20 น. นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ด้านการศึกษา วิจัย พัฒนา ส่งเสริมเยาวชนและทรัพยากรมนุษย์ของไทยว่า งบการศึกษาในปีนี้คือหลักฐานว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ได้พูดถึงอนาคตเฉยๆ แต่กำลังลงทุนกับการเรียนรู้อย่างจริงจัง เพราะไม่มีอะไรจะชัดเจนเท่ากับการที่รัฐบาลให้งบการศึกษาเพิ่มขึ้น ทั้งที่รัฐต้องบริหารท่ามกลางความท้าทายทางการคลัง โดยจัดสรรงบกระทรวงศึกษาธิการ 355,108 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.2% และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 140,300 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.1%
นางสาวลิณธิภรณ์อภิปรายว่า งบประมาณปี 2569 สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่ารัฐบาลนายกฯแพทองธาร ชินวัตร ลงทุนสร้างอนาคตกับการศึกษาของเด็กไทยในโลกยุค Ai พร้อมสร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำไปพร้อมกันใน 3 มิติ คือ
1.มิติการสร้างคนเพื่อรองรับเทคโนโลยีขั้นสูงและส่งเสริมความสร้างสรรค์ ใช้งบประมาณ 35,149 ล้านบาท พัฒนาหลักสูตร STEM และ AI ตลอดจนงบ 215.33 ล้านบาท สนับสนุนซอฟต์พาวเวอร์ ความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย 2.มิติการสร้างหลักสูตร Higher Education Sandbox แตกต่างจากมาตรฐานอุดมศึกษาและงานวิจัยผลิตความรู้ต้นน้ำอย่าง BCG อว.For EV ด้วยงบ 19,800 ล้านบาท ผลักดันเศรษฐกิจอนาคตผ่านเทคโนโลยีระดับสูง ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม
นางสาวลิณธิภรณ์อภิปรายต่อว่า 3.มิติการลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างโอกาสทางการศึกษาให้เด็กและเยาวชนไทยด้วยงบ กสศ. 7,987 ล้านบาท ทำให้โครงการ Zero Dropout จากคำโฆษณากลายเป็นผลลัพธ์ที่เห็นได้จริง และเพิ่มทางเลือกการศึกษานอกระบบการศึกษากว่า 200 ล้านบาท พร้อมฟื้นทุน ODOS กว่า 7,200 ทุนด้วยงบ 4,599 ล้านบาท เปิดโลกทัศน์ โอกาสแห่งความฝัน การเรียนของเด็กไทยในต่างประเทศ
นางสาวลิณธิภรณ์อภิปรายว่า แม้งบ 2569 จะมีข้อดีอยู่มาก แต่รายจ่ายบางส่วนอาจปรับปรุงเพิ่มเติมให้เหมาะสมได้มากกว่านี้ เช่น งบประมาณฝึกอบรมและสัมมนาครู โดยเฉพาะกิจกรรมภายใต้หน่วยงานต้นสังกัดในระดับภูมิภาค ที่มีเนื้อหาซ้ำซ้อน ขาดตัวชี้วัดที่ชัดเจน เพราะเราไม่ได้ต้องการครูที่นั่งฟังบรรยายวันละ 8 ชั่วโมง แต่เราต้องการครูที่มีเวลาสอนเด็กให้เข้าใจโลกแห่งความเป็นจริง ตลอดจนงบที่ซื้อเพื่อซื้อมากกว่าการพัฒนา เช่น บำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบสารสนเทศ 146 ล้านบาท หรือคอมพิวเตอร์ที่มีราคาต่อหน่วยต่ำกว่า 1 ล้านบาท รวม 243 หน่วย กำหนดวงเงิน 187 ล้านบาท จึงฝากเป็นข้อสังเกตให้คณะอนุกรรมาธิการการศึกษาใช้เป็นแนวทางพิจารณา เพราะการพัฒนาเทคโนโลยีการศึกษาไม่ควรเริ่มจากกล่องสินค้า แต่ต้องเริ่มจากความเข้าใจผู้เรียนและครูว่าต้องการอะไร ใช้เป็นหรือไม่ และมีความพร้อมระดับไหน
“นับตั้งแต่วันที่พรรคเพื่อไทยตั้งรัฐบาลจนถึงวันนี้ รัฐบาลเห็นความสำคัญของการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ของไทย รัฐบาลนี้เข้าใจดีว่าการแข่งขันในโลกอนาคตไม่ได้วัดกันที่ GDP อย่างเดียว แต่วัดกันที่คุณภาพของคน เราจึงให้การศึกษาเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา งบประมาณปี 2569 อาจไม่ได้หวือหวาในเชิงตัวเลข แต่เป็นการเริ่มวางกลไกแห่งอนาคต ด้วยความระมัดระวัง รอบคอบ และมีเป้าหมายชัดเจน ถึงโลกจะหมุนไป แต่เพื่อไทยหัวใจยังคงเป็นประชาชน” นางสาวลิณธิภรณ์ระบุ

ต่อมาเวลา 10.35 น. ปารมี ไวจงเจริญ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า การจัดงบประมาณปี 2569 ของรัฐบาลแบบนี้ ไม่เห็นด้วย โดยงบกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เพราะถ้ารัฐบาลจัดงบประมาณแบบนี้ กยศ. ถังแตกแน่นอน เพราะเมื่อต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา มีข่าวใหญ่ กยศ.จะหักเงิน 3 พันบาทกับผู้กู้ที่เคยค้างชำระหนี้ จนเกิดเสียงซุบซิบนินทาว่ารัฐบาลและ กยศ.ถังแตก จนต้องมารีดเลือดกับปู ตนก็สงสัยว่า กยศ.กำลังจะถังแตกจริงหรือไม่ และเมื่อไปดูการจัดงบ 69 แล้ว บอกได้คำเดียวว่ารัฐบาลจัดงบแบบนี้ กยศ.จะยิ่งถังแตกหนักมากขึ้นไปอีก และยิ่งพิสูจน์ว่ารัฐบาลกำลังปล่อยให้นักเรียน นักศึกษาไทย ที่รอความหวังเงินกู้ กยศ.ยืนอยู่บนปากเหวเดียวดาย และเมื่อย้อนไปดูการจัดงบ กยศ.ในรอบ 2-3 ปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่มีความจริงใจที่จะแก้ปัญหา กยศ.ที่ต้นเหตุแท้จริง
ปารมีกล่าวต่อว่า กยศ.ของบ 69 จำนวน 21,900 ล้านบาท แต่รัฐบาลจัดสรรให้แค่ 5,100 ล้านบาท จะพอได้อย่างไรกับนักเรียนนักศึกษาจำนวนกว่า 6.3 แสนคน ที่กำลังรอความหวังจากเงิน กยศ. การที่รัฐบาลจัดงบ 69 ให้ กยศ.แบบนี้สิ้นปี 2569 กยศ.จะขาดสภาพคล่องรุนแรงแน่นอน จะถังแตกแบบสุดๆ ซึ่งตนไม่ได้พูดลอยๆ แต่มีข้อมูลจากประมาณการเงินสดปี 2567-72 ของ กยศ.มีเงินสดน้อยลง โดยงบปี 67 มีเงินสดแค่ 12,774 ล้านบาท ปี 68 มีเงินสดติดลบถึง 1,698 ล้านบาท ปี 69 รัฐบาลจัดงบซ้ำเติม กยศ.และดับความหวังนักเรียนนักศึกษา เพราะจัดให้แค่ 5,100 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ กยศ.มีเงินสดติดลบสูงถึง 16,708 ล้านบาท ซึ่งตนเคยพูดไว้ตั้งแต่อภิปรายไม่ไว้วางใจว่า กยศ.กำลังจะถังแตก แต่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ออกมาปฏิเสธว่าไม่จริง กยศ.สภาพคล่องยังดีอยู่ แต่สุดท้ายก็ไปขอ แต่ญัตติได้งบมาเกือบ 4 พันล้านบาทต่อมาตอนอภิปรายงบ 68 วาระ2 ตนก็ถามนายจุลพันธ์อีก นายจุลพันธ์ก็พูดให้ตนเชื่อมั่นรัฐบาลในการกลับดูแล กยศ. พูดเสร็จท่านก็ไปของบกลางอีกกว่า 2,800 ล้านบาท
“เดี๋ยวปีนี้ท่านก็คงพูดอีกว่า กยศ.ถังไม่แตก แต่วันนี้ไม่มีใครเชื่อลมปากท่านรัฐมนตรีอีกต่อไปแล้ว ผู้กู้และนักเรียนที่เขารอเงินกู้อยู่ เลิกหวังหมดความเชื่อมั่นในตัวท่านกันหมดแล้ว วันนี้เกิดเหตุการณ์ที่สะท้อนว่าสถานะทางการเงินของ กยศ. กำลังมีปัญหารุนแรงทั้งแตกแน่ๆ แต่คงโทษใครไม่ได้นอกจากรัฐบาลที่จัดสรรให้ไม่เพียงพอ หลังจากที่แก้กฎหมาย กยศ. รัฐบาลก็รู้อยู่เต็มอกว่ารายรับ กยศ. ลดลงจากเบี้ยปรับที่ลดลงแต่รัฐบาลก็ไม่ได้นำพา ดิฉันพูดไม่รู้กี่ครั้งกี่หน แต่รัฐบาลก็ทำหูทวนลม คนรับกรรมคือผู้กู้ อดีตนักเรียน นักศึกษา ต้องมารับกรรมที่รัฐบาลเป็นคนก่อขึ้น และเป็นการแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลแก้ปัญหา กยศ.แบบสะเปะสะปะ แก้ไขรายวันขายผ้าเอาหน้ารอดไปวันๆ ไม่ได้แก้ทั้งระบบอย่างลงลึกถึงสาเหตุที่แท้จริงเลย” ปารมีกล่าว
ปารมีกล่าวต่อว่า ปี 2568 จะเป็นปีแรกที่ กยศ.เปลี่ยนหลักเกณฑ์การกู้เงินของนักศึกษาใหม่ในสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ เช่น หมอ ทันตแพทย์ เภสัช พยาบาล จากเดิมที่สาขานี้เคยกู้ตามหลักเกณฑ์ผู้กู้ลักษณะที่สองคือสาขาหลักที่เป็นความต้องการของประเทศแต่ กยศ.เปลี่ยนพวกเขาไปเป็นผู้กู้ลักษณะที่หนึ่งคือนักเรียนนักศึกษาที่ขาดแคนทุนทรัพย์ ซึ่งจะทำให้เกิดผลกระทบอย่างตามมาคือนักศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพเหล่านี้ จะต้องมีบางคนไม่สามารถกู้เงินจาก กยศ. ในปีนี้ได้แน่นอนเพราะต่อไปนี้นักศึกษาสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพที่เป็นนักศึกษาใหม่ที่จะมากู้ตามหลักเกณฑ์ใหม่นี้เขาจะต้องยากจน ขาดแคลนทุนทรัพย์เท่านั้น ซึ่งตนสงสัยว่าสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพนี้ไม่ใช่สาขาวิชาที่เป็นความต้องการหลักของประเทศตรงไหน จะทำให้ผู้กู้ตกหล่นไม่ได้เงิน กยศ.แน่นอน การที่รัฐบาลจัดงบให้ กยศ.ที่มีผู้กู้กว่า 6 แสนคนในปีนี้ แสดงว่ารัฐบาลไม่ได้ต้องการช่วยเหลือผู้ที่รอเงินกู้ กยศ.เลย ตรงกันข้ามกับที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงไว้ว่าเด็กทุกคนจะเติบโตอย่างเท่าเทียมและได้เข้าเรียนหนังสือเท่าเทียมกัน แต่จัดงบแบบนี้พวกเขาจะได้เรียนเท่าเทียมอย่างไร เหมือนรัฐบาลกำลังปล่อยให้พวกเขายืนลำพังบนปากเหว
ปารมีกล่าวอีกว่า ขอฝากข้อเสนอไปยังรัฐบาล 3 ข้อคือ 1.รัฐบาลจะต้องจัดสรรงบให้ กยศ.อย่างเพียงพอ กยศ.จะต้องปล่อยเงินให้ผู้กู้ปีละประมาณ 4.2 หมื่นล้านบาท จะได้จากผู้กู้กลับมาปีละ 2 หมื่นล้านบาท ฉะนั้นรัฐบาลต้องจัดงบให้อย่างน้อยปีละ 2.2 หมื่นล้านบาท ขอให้รัฐบาลใส่งบประมาณที่จัดให้ กยศ.เป็นงบประจำปีอย่างชัดเจน 2.กยศ.ต้องแก้ปัญหาบริหารจัดการระบบให้มีประสิทธิภาพ และ 3.กยศ.ต้องเร่งปรับปรุงระบบ กยศ.ดิจิทัล วางระบบ DSLให้เสร็จตามระบบภายในเดือน ก.พ.69 เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้กู้ทุกราย และ กยศ.ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ได้ว่ามีประสิทธิภาพ เพราะเงินกู้ กยศ.คือทางรอด คือการต่อลมหายใจเด็กได้เรียนหนังสือ ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ย่ำแย่และการศึกษาไทยที่ไม่ฟรีจริง

เตรียมพบกับการกลับมาปีที่ 17 อย่างยิ่งใหญ่ มหกรรมสุขภาพอันดับ 1 ของประเทศ พบกับบริการตรวจสุขภาพเชิงรุกนอกโรงพยาบาลเพื่อสร้างการตระหนักรู้ ดูแล แก้ไข และป้องกัน ตลอดจนส่งเสริมสนับสนุนการดูแลสุขภาพและสุขภาวะเชิงรุกครบทุกมิติ มุ่งสู่เป้าหมายของการมีสุขภาพชีวิตที่ดีของคนไทย
.
ตรวจสุขภาพฟรีจาก 30 รพ.ชั้นนำ, ฟังเสวนาที่ดีที่สุดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง, เวิร์กช็อปฮีลใจและยกระดับการดูแลสุขภาพ ช้อปสินค้า ผลิตภัณฑ์ บริการ นวัตกรรม และคลินิกเพื่อสุขภาพและความงาม พร้อมร่วมกิจกรรมเพื่อสาธารณกุศล
.
ห้ามพลาด! Thailand Healthcare 2025 ‘A Better Life : สร้างสุขทุกช่วงวัย’ งานแฟร์สุขภาพอันดับ 1 ของประเทศ วันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน ถึง 29 มิถุนายน 2568 เวลา 10.00-20.00 น. ที่สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์
.
พร้อมติดตามทุกการเคลื่อนไหว อัพเดตทุกรายละเอียดของงาน Thailand Healthcare 2025 ‘A Better Life : สร้างสุขทุกช่วงวัย’ ได้ที่เพจ Matichon Healthcare (https://www.facebook.com/MatichonHealth) และทุกสื่อในเครือมติชน

