“ณัฐชา” อัด รัฐบาลโฆษณาชวนเชื่อยาหอม “ผู้สูงอายุ – ผู้พิการ – เด็ก” จะเพิ่มเงินให้สุดท้ายคว้าน้ำเหลว ชี้ ดูแลผู้สูงอายุอย่างไรตายแล้วเกิดให้ยังไม่ถึงคิวได้บ้านพักคนชรา เหน็บ ดูแลแค่เรื่องรอทำศพ ประกาศลั่นกลางสภาฯ ขอทำภารกิจเพิ่มงบดูแลให้สำเร็จ บอกเพื่อนสส.ไม่ต้องกลัวขัดรธน. หากมีปัญหาขอรับผิดชอบเอง
เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 วันที่ 3 โดย นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม
เวลา 11.45 น. นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคประชาชน อภิปรายงบสวัสดิการสังคม ในกระทรวง พม. และกระทรวงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ว่า มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบหลักการปรับฐานกลุ่มเป้าหมายโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด เป็นเงินอุดหนุนแบบถ้วนหน้า โดยไม่มีการคัดกรองรายได้ของครอบครัว เริ่มจากเด็กในครรภ์ตั้งแต่ 4 เดือนถึง 6 ปี จะได้รับเงินในอัตรา 600 บาทต่อคนต่อเดือน รับทราบการปรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแบบขั้นบันได อายุ 60-69 ปี จะได้เดือนละ 700 บาท อายุ 70-79 ปี จะได้เดือนละ 850 บาท อายุ 80-89 ปี จะได้เดือนละ 1,000 บาท และอายุ 90 ปีขึ้นไป จะได้เดือนละ 1,250 บาท และการปรับเบี้ยความพิการ จากเดิม 800 บาท เป็น 1,000 บาทถ้วน ทั้งหมดเป็นโฆษณาชวนเชื่อที่ประกาศกับประชาชน หลายคนดีใจไปแล้ว แต่สุดท้ายน่าจะคว้าน้ำเหลว
“เอาไปโฆษณากับประชาชนกันยกใหญ่ เพจทางการของพรรคเพื่อไทย เคยขึ้นเพจชัดเจน บอกลุงป้าเตรียมเฮ แต่ผ่านมา 6 เดือนฝันสลาย ถามว่าเกิดอะไรขึ้น นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นว่าทุกอย่างเป็นโฆษณาชวนเชื่อที่เชื่ออะไรไม่ได้เลย เราก็มองหาผู้รับผิดชอบว่าบ้านนี้เมืองนี้อยู่กับนายกฯที่เป็นสแกมเมอร์หรือไม่อย่างไร เพราะสิ่งที่ท่านพูดหรือทำไม่เป็นผล ซึ่งในงบ’69 ถือว่าท่านอำมหิตมาก เงินไม่ให้ไม่พอแต่ยังหลอกให้ตายใจด้วย” นายณัฐชากล่าว
นายณัฐชากล่าวอีกว่า ตนตรวจสอบดูพบว่าทุกหน่วยงานต่างๆ มีคำของบประมาณเต็มจำนวนทุกหน่วยงาน รัฐมนตรีเห็นชอบ ครม.รับทราบแล้ว เหลือเพียงการแสดงออกของนายกฯว่าจะเอาอย่างไร จะต้องมีมติ ครม.รองรับเรื่องนี้หรือไม่ หากความพยายามของ ครม.ชุดนี้ ได้เศษเสี้ยวเหมือนกับการสู้เพื่อนายทุนไม่ว่าจะเป็นเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ หรืออะไรก็ดี ตนเห็นพยายามจะทำกันสุดใจขาดดิ้นไม่มีก็พยายามจะทำ แต่เรื่องนี้เงินพร้อม แต่ขาดความจริงใจจากนายกฯ ตนยอมไม่ได้ที่เงินเด็ก คนพิการ ผู้สูงอายุ จะตกหล่นในปีนี้ ทางออกคือกลับไปออกมติ ครม.รองรับไว้ หรือหาเงินใส่มาเต็มจำนวนให้ได้ เพราะขณะนี้ถูกตัดส่วนนี้ไป ซึ่ง ส.ส.ฝ่ายค้าน และรัฐบาล ช่วยกันทำหน้าที่ตรงนี้ได้ โดยช่วยกันตัดงบประมาณในชั้น กมธ.ให้ได้ 38,548 ล้านบาท เพื่อนำมาใช้ดูแลชีวิตความเป็นอยู่ประชาชนมากที่สุด
“มาช่วยกันตัดงบประมาณให้ได้มากที่สุด แล้วช่วยส่งคืนเติมเต็มความหวังของพี่น้องประชาชน เพื่อนในสภาแห่งนี้ อาจจะบอกว่าแบบนั้นผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 ที่ระบุว่า ส.ส.ตัดงบได้แต่เพิ่มไม่ได้ ไม่เป็นไรผมรับผิดชอบเอง ให้มันรู้กันไปว่าถูกออกจากตำแหน่ง ส.ส. เพราะทวงเงินให้ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และเด็ก นี่คือกลไกอำนาจหน้าที่ของเราที่ช่วยกันทำได้” นายณัฐชากล่าว

นายณัฐชากล่าวด้วยว่า คำแถลงของนายกฯพูดไว้เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันแรกของการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบ’69 พูดไว้ว่าให้ได้รับการคุ้มครองที่มีสวัสดิการสังคมที่เพียงพอ เหมาะสมต่อการดำรงชีวิต ถ้าท่านประกาศแบบนี้ ว่าที่ให้ๆ กันอยู่เหมาะสมกับการดำรงชีวิตแล้ว ท่านลองให้บุพการีลองชีวิตตามเงินที่ได้ดูว่าเหมาะสมตามการดำรงชีวิตอย่างไร ต่อมาบอกว่าตลอดจนการเตรียมความพร้อม เข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพมั่นคงในทุกมิติ เขียนมาได้อย่างไร เขียนสวนทางกับตัวเลขคำของบประมาณ ให้เงินแค่นี้เท่ากับท่านไม่ได้รับมือเลย
“ท่านบอกว่าดูแลแบบครบทุกมิติ ผมดูแล้วมีมิติเดียวที่ท่านชัดเจนที่สุด คือสนับสนุนเงินทำศพ 150,000 บาท เรากำลังรองรับสังคมผู้สูงอายุด้วยการทำศพให้เขาอย่างเดียวเท่านั้นหรือ สรุปเราจะดูแลผู้สูงอายุแบบเตรียมทำศพหรือ สังคมผู้สูงอายุถึงทางตันแล้ว ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือคนที่รอคิวเข้าบ้านพักคนชราที่บางแค ต้องรออีก 166 ปี ตายแล้วเกิดใหม่ยังไม่ถึงคิวเขาเลย” นายณัฐชากล่าว
นายณัฐชากล่าวว่า เรื่องที่ควรทำยังไปไม่ถึงไหน แต่ทำเรื่องไม่ควรทำอย่างการของบประมาณโครงการศูนย์คุ้มครองสวัสดิภาพกลุ่มเปราะบาง จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งปีที่แล้วขอไป 48 ล้าน วันนี้ใช้ไปประมาณ 3.6% เหลือเวลา 4 เดือน ตนไม่แน่ใจว่าจะไปใช้กันแบบไหนเตือนกันแบบไหนใน 4 เดือน ปีนี้ขออีก 41 ล้านบาท ทุกอย่างเหมือนเดิม ตนคิดว่าท่านรัฐมนตรีอารมณ์ยังค้างอยู่คิดว่าเป็น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ดูแลเรื่องสภาพแวดล้อม นอกจากนี้ ยังเอาโครงการแต่ละหน่วยงานมาแยกให้ตรงกับหน่วยชี้วัดแบบมัดรวมกัน โดยตั้งชื่อเป็นแผนบูรณาการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับผู้สูงอายุ แต่แผนงานเป็นไปคนละทิศคนละทาง
“วันนี้ผมอยากขอวิงวอนเพื่อนสมาชิกช่วยกันทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ ให้เดือน ต.ค.68 เงินเด็กได้ถ้วนหน้า เงินคนพิการ เงินผู้สูงอายุได้เพิ่ม เรามาช่วยกันตัดงบประมาณแล้วส่งต่อให้กรมต่างๆ หากมีปัญหาเรื่องคดีความ เรื่องรัฐธรรมนูญมาตรา 144 ผมรับผิดชอบเอง ไม่ต้องเป็น ส.ส.ก็ได้ แต่ขอทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ ผมขอประกาศไว้ในสภาแห่งนี้เลย” นายณัฐชากล่าว

ด้าน นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ชี้แจงว่า ขอบคุณที่ท่านช่วยทวงเงินให้เด็ก ผู้สูงอายุ และคนพิการ เราดำเนินการอย่างเต็มที่แล้วขณะนี้รอเงินอย่างเดียว หากแปรญัตติได้กระทรวง พม.ก็จะขอบพระคุณ ทั้งนี้ ในส่วนของโครงการศูนย์คุ้มครองสวัสดิภาพกลุ่มเปราะบาง จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสถานการณ์ฉุกเฉิน ตนไม่ได้ยึดติดกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ แต่เอามาประยุกต์ใช้กับกระทรวง พม. ว่าเมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติ กลุ่มคนที่จะได้รับผลกระทบกลุ่มแรก คือกลุ่มผู้สูงอายุ คนพิการ และเด็กเล็ก จึงต้องได้รับการดูแลมากกว่าปกติ ซึ่งศูนย์ดังกล่าวช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางได้จำนวนมากในภาวะวิกฤต


