หน้าแรก การเมือง สรวงศ์ แจงเหต...

สรวงศ์ แจงเหตุงบพีอาร์เยอะ รับต้องลงทุนกับการถูกฝ่ายค้านดิสเครดิตปท. ส.ส.ปชน.ลุกโต้ แค่โฆษณาไม่ช่วย

30.05.25 | 19:01 น.

‘สรวงศ์’ แจง ใช้งบพีอาร์เยอะต้องลงทุนสร้างภาพลักษณ์ เหน็บ ‘ฝ่ายค้าน’ ดิสเครดิตประเทศ ยัน จะใช้งบอย่างคุ้มค่าเพื่อประโยชน์ ปชช. ด้าน ‘ณัฐพล’ โต้ แค่โฆษณา ไม่ช่วย ชี้ ควรลดงบมาแก้ปัญหาภายในประเทศ

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 วันที่ 3 โดย นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาฯ คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม

ต่อมา เวลา 18.00 น. นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ชี้แจงว่า ขอบคุณทุกคนที่มีข้อเสนอแนะในเรื่องของการทำท่องเที่ยวไทย ตนมีความเป็นห่วงในหลายๆ ด้าน ยืนยันว่าสิ่งที่เสนอมานายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญได้มีการประชุมกันบ่อยครั้ง ทำงานแบบบูรณาการ ไม่ใช่เฉพาะกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แต่ยังมีกระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้ามาบูรณาการกันอย่างชัดเจน

นายสรวงศ์กล่าวต่อว่า วันนี้งบประมาณปี 2569 ที่บอกว่างบของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาน้อย มีการจัดสรรไปให้ซอฟต์พาวเวอร์ และหน่วยงานต่างๆ บ้าง สิ่งที่เป็นประเด็นในปัจจุบันในเรื่องตัวเลขนักท่องเที่ยว โดยนักท่องเที่ยวจีนและนักท่องเที่ยวเอเชีย ลดลงจริง และลดลงอย่างมหาศาล แต่โดยภาพรวมแล้วนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่มาประเทศไทยลดลง 2% แต่ข้อเท็จจริงว่ารัฐบาลนี้ได้มีการเปลี่ยนเคพีไอ เอาในเรื่องของคุณภาพให้สมดุลกัน ซึ่งนักท่องเที่ยวชาวยุโรป ตะวันออกกลาง เดินทางมามากขึ้น ชาวอังกฤษเพิ่มขึ้น 20% อิตาลีเพิ่มขึ้น 22% และอีกหลายๆ ประเทศที่เพิ่มขึ้นเป็นและใช้จ่ายมากขึ้น

นายสรวงศ์กล่าวต่อว่า ตอนตนเข้ามากระทรวงนี้ก็โดนถามแต่เรื่องตัวเลข แต่ตนจะตอบเสมอว่าเป้าก็คือเป้า ซึ่งเราไม่มีเป้าต่ำ แต่มีเป้าสูง และในสิ่งที่เราตั้งเป้าไว้เป็นสิ่งที่ควรจะเป็นไปได้ แต่หลายอย่างไม่เอื้อ ในปีนี้เปิดมาต้นปีทุกอย่างดีหมด แต่ต้องยอมรับว่าเดือนกุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน ค่อยๆ ลดลง เป็นเพราะช่วงเทศกาลตรุษจีนอยู่ปลายเดือนมกราคม และมีตัวเลขลดลงมาเรื่อยๆ ซ้ำยังเจอเรื่องแผ่นดินไหวอีก ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ใช่ข้ออ้าง แต่สิ่งหนึ่งคือทำไมถึงเป็นงบประมาณที่ไปเสริมภาครัฐในเรื่องการโฆษณา เพราะสิ่งที่พูดมาเมื่อสักครู่ เราต้องลงทุนกับการที่พวกท่านดิสเครดิตประเทศ

Advertisement

ท่านด่ารัฐบาลได้ ด่ารัฐมนตรีได้ แต่อย่าดิสเครดิตประเทศตัวเอง เมื่อสักครู่ที่พูดมาจีนเทา รัสเซียเทา เขามองเราอยู่ เป็นสิ่งที่ทำให้ผมเสียใจ เพราะได้ยินคำนี้ออกจากปากผู้แทนราษฎร และท่านก็มาจากเมืองที่เป็นเมืองท่องเที่ยวด้วย” นายสรวงศ์กล่าว

นายสรวงศ์กล่าวต่อว่า ในปัจจุบันการโปรโมตพีอาร์แก้ข่าวนั้นไม่ทัน เพราะสิ่งต่างๆ ที่ออกมาพอพาดหัวมาก็มาเป็นชุด ซึ่งจริงๆ ไม่รู้ถึงเจตนา และตัวเลขที่แท้จริง ต้องย้ำว่าพวกเราทำงานกันอย่างหนักจริงๆ งบประมาณทุกบาททุกสตางค์ จะพยายามอย่างยิ่งที่จะก่อให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ภาพลักษณ์ของประเทศ คือสิ่งสำคัญ พวกเราทุกคนต้องช่วยกัน ไม่ใช่การปิดข่าวไม่ดี แต่ทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกองค์กร มีทั้งคนดี และคนไม่ดี อย่าเหมารวม นักท่องเที่ยวที่เข้ามา 100 คน ก็จะมีคนไม่ดีอยู่บ้าง แต่เราต้องแยกแยะ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ที่ท่านพูดมาทั้งหมดทั้งปวง กรณีดาราจีนก็ดี ทุกอย่างเราพยายามทำ

นายณัฐพลจึงลุกขึ้นขอใช้สิทธิ์พาดพิงว่า เรื่องนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่เราจะโฟกัสกับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ แต่ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย ไม่สามารถนับได้แค่กลุ่มนี้จริงๆ เรื่องดิสเครดิต ตนคิดว่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริงๆ ในประเทศไทย ซึ่งเราต่างทราบกันดี แน่นอนว่าอาจไม่ได้เกิดขึ้นเยอะอย่างที่ท่านพูด แต่เมื่อเกิดที่หนึ่ง เป็นข่าวในโซเชียล และกระจายออกไปเร็ว ซึ่งข่าวร้ายข่าวเดียว คนชอบมากกว่าข่าวดี 10 ข่าว ถือเป็นเรื่องปกติ

“ผมไม่ได้ดิสเครดิตประเทศ แต่ที่ต้องหยิบเรื่องเทาๆ มาพูดอย่างจริงจัง เพราะมันพิสูจน์แล้วว่า การที่เราแค่โฆษณา พีอาร์ มันสู้กับเหตุการณ์จริงที่เป็นข่าว และถูกแชร์ไม่ได้เลย เราต้องยอมรับเรื่องนี้ และแก้ปัญหาจริงๆ ไม่เช่นนั้น การท่องเที่ยวเราจะเป็นแบบเดิมต่อไป โฆษณาให้มากเกินไป ก็แก้ไม่ได้ หากเราไม่ตั้งต้นใหม่ และแก้ปัญหาภายในจริงๆ ยอมลดงบส่วนนั้น มาแก้ตรงนี้ และสุดท้ายก็จะดีเอง” นายณัฐพลกล่าว