“ไชยชนก” โชว์วิสัยทัศน์ ปัญหานํ้าท่วม-โอกาสกู้วิกฤต กลางเวทีถกงบประมาน ฝากถึง “แพทองธาร“ วันนี้ “ภูมิใจไทย” ทำแล้ว ท่านทำหรือยัง อวย “อนุทิน” เปิดใจรับฟังเจนวาย-สั่งงานรวดเร็ว
เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยวิสามัญ เป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ต่อเป็นวันที่ 4
เวลา 13.30 น. นายไชยชนก ชิดชอบ ส.ส.บุรีรัมย์ และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย อภิปรายว่า ตนอภิปรายด้วยความสบายใจและความภาคภูมิใจ ไม่ใช่เพราะภัยต่างๆ ที่ตนกังวลในรอบที่แล้วจะไม่เกิดขึ้น กลับกัน มันกำลังเกิดขึ้นอีก และจะหนักขึ้นเรื่อยๆ แต่ที่ตนรู้สึกแบบนั้น เพราะนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มาพูดคุยกับตนด้วยความรัก ความเมตตา และใจที่เปิดกว้าง รับฟังข้อมูลที่ตนนำเสนอ ซึ่งในวันนั้นท่านยังไม่เข้าใจสิ่งที่นักการเมืองเจนวายอย่างตนนําเสนอ แต่ท่านเล็งเห็นความเป็นไปได้ที่สิ่งนั้นจะเกิดขึ้น รวมถึงผลกระทบถึงคนไทยอย่างถ้วนหน้า
หลังจากนั้น จึงเดินหน้าขับเคลื่อน องคาพยพ ภายใต้การบริหารของพรรคภูมิใจไทย ให้ตระหนักถึงความรับผิดชอบของเรา เพื่อรับมือถึงความไม่แน่นอนที่คาดการณ์ได้ยาก ทำให้เกิดการประกาศในผ่านหน่วยงานภายใต้นายอนุทินเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ว่าปีนี้ฝนจะมาเร็ว ให้เฝ้าระวังปริมาณน้ำในทุกรูปแบบอย่างใกล้ชิด และในช่วงนั้น ตนได้ขับรถเดินทางจาก จ.บุรีรัมย์มายังภาคใต้ ทุกพื้นที่ที่ตนแวะ มีการตื่นตัวกับคำประกาศของกระทรวงมหาดไทยเป็นอย่างยิ่ง เพราะเขาสังเกตความผิดปกติ ตนเชื่อว่าการประกาศนี้ส่งผลให้เราสามารถรับมือภัยได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น
นายไชยชนกกล่าวต่อว่า จากนั้นนายอนุทินได้นำทัพไปที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ที่เราประมาณการไว้ว่าจะเกิดน้ำท่วมหนักที่สุด และเรากังวลว่า ภัยน้ำท่วมในปีนี้จะไม่ปกติ เพราะปกติ จ.พระนครศรีอยุธยา จะเจอน้ำท่วมในช่วงเดือนกันยายน แต่ข้อมูลในรอบนี้ระบุว่าอาจจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายน นอกจากนี้ หลังจากที่ได้แลกเปลี่ยนกับผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เราก็พบว่า หากสิ่งที่เราคาดการณ์ไว้เกิดขึ้นจริง จะเกิดปัญหาอย่างแน่นอน แม้ภัยกำลังจะเกิด แต่ตนมั่นใจว่านายอนุทินและองคาพยพของภาคภูมิใจไทย กำลังทำทุกสิ่งในความรับผิดชอบอย่างสุดความสามารถเพื่อประชาชน แม้ประชาชนจะเกิดความเสียหายแน่นอน แต่เราจะอยู่เคียงข้างประชาชนต่อไป
“ภัยธรรมชาติไม่มีเลือกข้าง ไม่มีดี ชั่ว ไม่มีคอร์รัปชั่น ไม่มีแดง ส้ม น้ำเงิน มีแต่จะเกิดขึ้น เราต้องเปิดใจรับฟังธรรมชาติและปรับตัวให้อยู่ได้” นายไชยชนกกล่าว
นายไชยชนกกล่าวต่อว่า ขณะที่ภัยความมั่นคง เมื่อ 11 เดือนที่ผ่านมา มีการค้นพบแผ่นแรร์เอิร์ธในประเทศไทย ซึ่งไม่ใช่เวลาเป็นเพื่อนบ้านที่ดี แต่เป็นเพื่อนบ้านที่จริงใจ ต้องมีสติและรู้ก่อนว่า สิ่งที่เผชิญความไม่แน่นอนไม่มั่นคง เศรษฐกิจ ภัยพิบัติ ที่เจอทั่วโลก ดังนั้นต้องเจรจาและบอกว่า สิ่งที่เผชิญกำลังสำคัญที่สุดในการช่วยเหลือได้คือ ทหาร ไม่ใช่เวลารบภายนอก แต่ต้องใช้กำลังรักษาภายใน หากต้องการเจรจาจีนหรือสหรัฐ แร่นี้คือคำตอบ แต่ต้องทำอย่างระวัง เพราะเราเลือกข้างไม่ได้
“ไม่มีทางที่การทำเหมืองแร่หายากไม่ส่งมลพิษต่อประชาชน ผมอยากฝากให้ประชาชนระวัง อย่าตายใจ ข้อสรุปโดยหลายสิ่งที่ได้อภิปรายและหลายสิ่งที่ ส.ส.อภิปรายมีสิ่งเดียวที่มั่นใจในปีหนี้ ผลกระทบของวิกฤตจะมากขึ้นและเกินคาดหมาย สิ่งที่ทำได้ในสภา ในวาระสอง คือ เตรียมพร้อมสร้างความยืดยุ่นในการใช้งบประมาณปีหน้าเพื่อรับมือสิ่งที่ไม่แน่อนให้ได้” นายไชยชนกกล่าว
นายไชยชนกกล่าวว่า ฝากกำลังไปยัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะนักการเมืองเจนวาย ด้วยความเห็นใจ เพราะตนเป็นคนที่ทั้งสังคม ส.ส. และครอบครัวเข้าใจผิดหลายรอบ ตนเห็นใจที่วันนี้ สังคมหลายส่วนผูกการอยู่ในตำแหน่งที่ต้องรับผิดชอบสูงสุดในประเทศของนายกฯ และครอบครัว ไปกับภัยพิบัติ
“เหรียญมีสองด้านเสมอ และท่านเลือกทางเดินเองเสมอ สิ่งที่ผมเห็นไม่ใช่หายนะ แต่คือโชคชะตา เมื่อช่วงเกิดสึนามิ สมัยรัฐบาลของทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ตระหนักถึงงบส่วนกลางที่ต้องมากขึ้น ทำให้ภายใต้การบริหารประเทศของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ มีงบกลางมาก เยียวยาช่วยเหลือประชาชนจากภัยน้ำท่วม และได้บทเรียนว่า การไม่ใช้ก่อน แต่ใช้หลัง ประชาชนสูญเสีย สถานการณ์ที่เห็นคือ ประวัติศาสตร์ที่ถูกเขียนเป็นวีรสตรีไทย อยู่ที่ว่าจะเลือกทางไหน ไม่ว่าเลือก ผมและ ส.ส.ภูมิใจไทย และนายอนุทิน พูดด้วยความภาคภูมิใจ ทำทุกสิ่งทุกอย่างภายใต้อำนาจหน้าที่รับผิดชอบ เพื่อประโยชน์สูงสุดของคนไทยและทำต่อไป คำถามเดียวที่จะฝากไปคือ พวกเราทำแล้ว พวกท่านทำแล้วหรือยัง” นายไชยชนกอภิปราย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โดยก่อนการอภิปราย นายไชยชนกกล่าวว่า ขอเรียกร้อง ตนอยากให้ผู้รับฟัง กดหยุด ตรวจสอบข้อมูลที่นำเสนอเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด น้อมรับเจตนาดีๆ ของ ส.ส.ในพรรคตนและพรรคอื่นที่ห่วงเรื่องชื่อเสียงวงศ์ตระกูล และขอบคุณ ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน ที่มอบเวลาที่เหลือให้ใช้ ตนจะใช้เวลาอย่างคุ้มค่าเพื่อประโยชน์สูงสุด
นายไชยชนกยังชี้แจงต่อกรณีที่มีผู้อภิปรายถึงการใช้งบประมาณซ้ำซ้อนในกิจกรรมคัลเลอร์ออฟบุรีรัมย์ บูรณาการภาครัฐ เอกชน ประชาชนคนบุรีรัมย์รวมพลัง จัดงาน 30 วัน โดยให้ช่างทอผ้าทั่วประเทศ 110 ร้านค้าเข้าร่วมและร้านอาหารเด็ด 110 ร้าน มูลค่าขายผ้า 50 ล้านบาท และคิดเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่จำนวนมาก ทั้งนี้ภาคเอกชนไม่มีการเก็บค่าเช่า ค่าคอมมิชชั่นการค้าขาย ฝากไปถึงคนที่มีส่วนร่วมทำให้งานดังกล่าวเกิดขึ้น ตนภูมิใจอย่างยิ่งที่เป็นส่วนเล็กๆ ที่สร้างความสำเร็จ และเพื่อความมั่นใจกับคนที่ให้ความสำคัญกับคราฟต์ไทย ตน น้องสาว ประชาชนและ .สส.พรรคภูมิใจไทยเห็นความสำคัญ พร้อมสนับสนุนต่อไป แม้ว่าจะไม่มีงบประมาณสนับสนุนจากรัฐ

