เจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ ชี้ภาวะค้าขาย ‘กระแสการเมือง’ลดบรรยากาศกิน-เที่ยว ‘ยอดขายเงียบ ทยอยปิดสาขาหนีค่าเช่าพุ่ง วอนรัฐเปิดพื้นที่ฟรี
นายสุทธิชัย พนิตนรากุล นายกสมาคมแฟรนไชส์และไลเซนส์ และเจ้าของแฟรนไชส์ THE Waffle เปิดเผยว่า สถานการณ์โดยรวมของธุรกิจแฟรนไชส์ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2568 สมาชิกบ่นเป็นเรื่องเดียวกันว่า กำลังซื้อไม่ดี ยอดขายค่อนข้างเงียบ ทุกร้านค้าระบุทำธุรกิจได้ค่อนข้างลำบาก แม้การปิดตัวจะไม่มีให้เห็นเพราะที่อยู่ไม่ได้จริงๆได้เลิกกิจการไปหมดแล้ว ที่เหลือในปัจจุบันเป็นธุรกิจที่ปรับตัวครั้งใหญ่และสามารถประคองธุรกิจได้ระดับหนึ่ง ขณะที่ผู้เล่นรายใหญ่ไม่ค่อยเห็นในตลาดเพราะบรรยากาศและเศรษฐกิจไม่ได้เอื้ออำนวยในช่วงนี้ ดังนั้นโอกาสที่ตลาดรวมแฟรนไชส์ปีนี้ขยายตัวได้แต่ขยายตัวในอัตราต่ำเหลือ 4-5% จากปกติควรโตได้เกิน 10%
“ความวิตกเรื่องภาษีทรัมป์ ไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อธุรกิจแฟรนไชส์ แม้วิตกอาจส่งผลต่อรายได้และการส่งออกในอนาคต แต่ธุรกิจแฟรนไชส์เป็นเรื่องที่ต้องพึ่งพากำลังซื้อในประเทศ ทั้งจากคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งช่วงนี้ค่อนข้างเงียบ จากที่ได้ประเมินกับภาคธุรกิจสะท้อนกันมา มองว่ากำลังใช้จ่ายตอนนี้นิ่ง อาจเพราะกังวลเรื่องเสถียรภาพการเมืองในประเทศ และบรรยากาศออกมาใช้จ่ายหรือกินเที่ยวนอกบ้านลดต่ำลง หรือ ออกจากบ้านแค่ใช้จ่ายไม่เท่าเดิม ภาคเอกชนจึงฝากความหวังต่อการใช้งบกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้านบาท นั้นกระจายไปถูกช่องทางและสนับสนุนธุรกิจและแรงงานคนไทยในประเทศอย่างแท้จริง ลดการไหลออกของเงินจ้างแรงงาน เพราะเมื่อคนไทยมีเงิน มั่นใจว่ามีรายได้ การใช้จ่ายก็จะตามมาและหมุนเวียนภายในประเทศ”
นายสุทธิชัย กล่าวว่า ดูจากตลาดแรงงานคนไทย ไม่ใช่คนตกงาน แต่คนต้องการหาช่องทางหารายได้เสริมจากรายได้ประจำ ซึ่งธุรกิจแฟรนไชส์เป็นทางเลือกหนึ่ง แต่ปัจจุบันติดปัญหาหลายเรื่อง เช่น การเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อทำธุรกิจเปิดใหม่มีน้อยรายที่จะผ่านการเห็นชอบจากสถาบันการเงิน จึงในภาวะกำลังซื้อนิ่งตอนนี้การอนุมัติยิ่งยากขึ้นมาก ขณะที่ธุรกิจที่ทำอยู่เดิมก็เจอต้นทุนค่าเช่าพื้นที่สูงขึ้นมากสวนทางกับยอดขายที่ไม่ได้สูงในอัตราเท่ากัน พบว่า 2-3 ปีที่ผ่านมา ค่าเช่าพื้นที่ตามห้าง/อาคารใหญ่ขยับขึ้น 50% อย่างรายเล็กเคยถูกเก็บ 1หมื่นบาทต่อรอบการขาย ขยับเป็น 1.5-1.8 หมื่นบาท แต่ยอดขายโตแค่2-3% ทั้งนี้ สมาคมฯเสนอรัฐมาตลอดขอให้ช่วยเหลือผู้จะทำธรุกิจ ทั้งหาเวทีค้าขายแบบไม่เสียค่าใช้จ่ายสูง หรือ ให้ฟรีกับรายใหม่ 2 ปี ขอความร่วมมือให้ค้าปลีกจัดสรรพื้นที่ให้เช่าราคาต่ำ ในสัดส่วน 30% ของพื้นที่รวม เปิดโอกาสให้ผู้ค้ารายใหม่ๆไลเซนส์รายเล็กที่ต้องการสร้างอาชีพและหารายได้มีช่องทาง พร้อมกับออกมาตรการกระตุ้นใช้จ่ายผ่านประชาชน เป็นสิ่งที่ตรงเป้าในการฟื้นเศรษฐกิจผ่านธุรกิจแฟรนไชส์
“ค่าเช่าแพงขึ้นๆ พูดมาตลอด ตอนนี้ธุรกิจแฟรนไชส์ เริ่มปิดสาขาในค้าปลีก เพราะสู้ค่าใช้จ่ายไม่ไหว รายได้ไม่พอใช้จ่าย หากเป็นอย่างนี้ ต่อไปในค้าปลีกเองจะมีคนเดินลดลงและร้าง กระทบต่อทุกฝ่าย เหมือนสิงคโปร์เคนประสบมาแล้วเมื่อ 10 ปีก่อน” นายสุทธิชัย กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงาน ธุรกิจแฟรนไชส์ในไทย แต่ละปีจะมีมูลค่าตลาดประมาณ 3 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นกลุ่มอาหารและเบเกอรี่กว่า 32% ตามด้วยกลุ่มเครื่องดื่มและไอศกรีม กว่า 25%

