วิโรจน์ ชี้ แก้ปัญหาข้อพิพาทต้องยึดเอาหลักเจรจา ประเมินหากเรื่องถึงศาลโลกอาจจะได้บางส่วนเสียบางส่วน แนะ เจรจาบริหารพื้นที่ทับซ้อนร่วมกันเป็นทางออกที่ดีที่สุด ชม ‘แม่ทัพภาค 2’ ปฏิบัติได้ถูกต้อง
เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหาร ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า สิ่งที่เราควรจะทำที่สุดในตอนนี้คือติดตามสถานการณ์ ฝ่ายการเมืองหรือฝ่ายราชการจะต้องสงวนความเห็นสำคัญๆไว้ก่อน โดยทางกมธ.ได้ติดตามเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเรายืนยืนยันว่าการดำเนินการของ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาค 2 ถือว่าปฏิบัติหน้าที่ได้ถูกต้องแล้ว คือ มีความเข้มแข็งแต่พร้อมที่จะเจรจาหารือเพื่อคลี่คลายความขัดแย้งด้วยสันติวิธี มีจุดยืนที่จะปกป้องอธิปไตยของประเทศ ซึ่งตนมองว่าการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทจะต้องยึดเอาหลักของการเจรจาเพื่อความสงบสุขของประเทศเป็นสำคัญก่อน
ส่วนท่าทีของฝ่ายบริหารเป็นอย่างไรนั้น นายวิโรจน์ กล่าวว่าโดยปกติฝ่ายค้านมักจะต้องอยู่ตรงข้ามกับฝ่ายรัฐบาล แต่ในกรณีนี้การให้ความสำคัญกับข้อมูลและการสงวนความคิดเห็นให้ความเห็นเฉพาะเท่าที่จำเป็นสำคัญที่สุด เพราะข้อพิพาทในเรื่องของเขตแดนยิ่งพูดมากอีกฝ่ายหนึ่งจะหยิบจับมาใช้เป็นข้อมูลที่ทำให้เขาได้ประโยชน์
วันนี้การสงวนท่าทีของรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศถูกทางแล้ว แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการให้ความเห็นเพื่อให้ประชาชนสบายใจว่าทั้งหมดทั้งมวลยังอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลอยู่ทุกฝีก้าว ไม่ได้ละเลยแต่เรามีความจำเป็นที่จะต้องสงวนความเห็นสงวนท่าที เพื่อให้กลุ่มก้อนต่าง ๆ ที่มีความเป็นห่วงในเรื่องของอธิปไตยของชาติ จะได้มีความรอบคอบในการให้ความเห็นมากขึ้น
เมื่อถามว่าทางกมธ.มีการประเมินไว้หรือไม่ว่าเรื่องนี้จะจบอย่างไร นายวิโรจน์ กล่าวว่า ข้อพิพาทต้องจบที่การเจรจา หากไปจบที่ศาลโลกเราจะไม่ทราบเลยว่าใครจะได้ใครจะเสีย แต่ส่วนมากมักจะจบว่าเราได้บางส่วนเสียส่วนนึง ซึ่งก็ถือว่ามีส่วนเสียแต่หากจบด้วยการเจรจาของทั้งสองประเทศ ในจุดที่ต่างฝ่ายต่างต้องเสียก็อาจจะไม่ต้องเสียเลยก็ได้ สามารถบริหารจัดการพื้นที่ทับซ้อนเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน ภายใต้การอะลุ่มอล่วยที่ยอมรับได้ทั้งสองฝ่าย โดยมีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรที่ชัดเจนและเคารพต่อบันทึกตนมองว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุด
“สิ่งที่ห้ามทำตอนนี้คือ การกระหายสงครามเพราะสงครามและการสู้รบอาจจะได้ความสะใจ แต่ในระยะกลางระยะยาวมีแต่ความสูญเสีย ซึ่งผมไม่อยากให้มีกระแสกระหายสงคราม แต่เราต้องไม่อ่อนแอยามศึกเรารบยอมสงบเราเตรียม” นายวิโรจน์กล่าว

