หน้าแรก การเมือง ณัฐชา ติงระวั...

ณัฐชา ติงระวังยั่วยุ จุดไฟสงครามชายแดน ที่ไม่มีใครอยากให้เกิด แนะ 2 รัฐบาลเร่งเจรจา

3.06.25 | 15:52 น.
ณัฐชา

ณัฐชา ติงระวังยั่วยุ จุดไฟสงครามชายแดน ที่ไม่มีใครอยากให้เกิด แนะ 2 รัฐบาลเร่งเจรจา

เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุ ว่า

“เรียนประชาชนที่เคารพ ผมณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานครพรรคประชาชน ในฐานะประธานกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย-กัมพูชา ที่เพิ่งเดินทางเยือนไปยังประเทศกัมพูชาเพื่อเจริญความสัมพันธ์ทางด้านงานนิติบัญญัติ และในปีนี้เราสองประเทศอยู่ในวาระครบรอบ 75 ปี ความสัมพันธ์ ไทย-กัมพูชา ที่เราได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกันเสมอมา มีการแลกเปลี่ยนทั้งด้านวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ และด้านเศรษฐกิจ

ผมเชื่อว่าสถานการณ์ตอนนี้ไม่มีประเทศใดอยากให้เกิดสงคราม เพราะมันจะมีแต่ความสูญเสียและความยากลำบากของประชาชนทั้งสองประเทศ แต่ด้วยสถานการณ์จากเหตุกระทบกระทั่งกันในพื้นที่ชายแดน พร้อมกับขณะนี้ในโลกแห่งข้อมูลข่าวสาร ที่กระแสชาตินิยมพัฒนาไปไกลและรุนแรงจนอาจจะลุกลามบานปลายสร้างผลกระทบในวงกว้างได้

การปกป้องอธิปไตยและแสดงความพร้อมทางการทหารเป็นสิ่งที่กระทำได้ แต่หากมากเกินไปจะกลายเป็นการยั่วยุและส่งผลถึงความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันได้ ผมจึงอยากให้รัฐบาลทั้งสองประเทศ เร่งหันหน้าพูดคุย โดยคำนึงถึงจิตใจและสภาพความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนของทั้งสองประเทศ ที่หลีกหนีห่างจากกันไม่ได้ บวกกับสถานการณ์ปัญหาเศรษฐกิจ ที่ชาติมหาอำนาจกำลังบีบพวกเราทั้งสองให้อยู่ในสถานการณ์วิกฤตปากท้องเหมือนกันทั้งคู่

ขอให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานงานกับฝ่ายกัมพูชา ในระดับพื้นที่และระดับนโยบายเพื่อควบคุมสถานการณ์ให้อยู่ในความสงบโดยเร็วที่สุด และในนามของประชาชนคนไทย ขอขอบคุณในความเสียสละ ความกล้าหาญ และความมุ่งมั่นของพี่ๆ ทหารทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนอย่างเต็มที่

Advertisement

ที่สำคัญที่สุดในขณะนี้ ผมขอวิงวอนให้ประชาชนทั้งสองประเทศใช้สติอย่างสูงสุด ในการเสพข่าว การแสดงความเห็น และการแบ่งปันข้อมูลต่างๆ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โปรดหลีกเลี่ยงการเผยแพร่หรือแสดงความคิดเห็นในลักษณะยั่วยุซึ่งกันและกัน เพราะคำพูดเพียงไม่กี่บรรทัดบนหน้าจอโทรศัพท์ อาจกลายเป็นไฟที่จุดความรู้สึกของผู้คนจำนวนมาก และอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตของผู้บริสุทธิ์ที่อาศัยอยู่แนวชายแดน โดยที่คนพูดไม่ทันรู้ตัว

ผมขอส่งเสียงแทนพี่น้องประชาชนตามแนวชายแดน ที่กำลังนอนหลับไม่สนิทในยามค่ำคืน ขอให้เสียงของพวกเขาถูกได้ยินในสังคม และขอให้ทุกคนช่วยกันรักษาความสงบสันติ ความเข้าใจ และความสัมพันธ์อันดีของสองประเทศเอาไว้ให้มั่นคงยิ่งกว่ากำแพงใดๆ

สุดท้าย ผมขอฝากถึงพี่น้องสื่อมวลชนทุกแขนงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการส่งต่อข้อมูลที่ถูกต้อง สร้างความเข้าใจ และช่วยคลี่คลายความตึงเครียดของสถานการณ์ ให้สังคมเดินไปข้างหน้าได้ด้วยสติและความหวัง อย่างไรก็ตาม เราพบว่ามีความพยายามจากบางช่องทางในการนำถ้อยคำของผู้นำ หรือภาพเหตุการณ์บางมุม ไม่ว่าจะเป็นจากอดีตหรือเหตุการณ์ที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรง มาบิดเบือน เชื่อมโยง หรือขยายความ เพื่อปลุกกระแสอารมณ์ สร้างความเข้าใจผิด และผลักดันยอดการมีส่วนร่วม (Engagement) ในช่องทางของตน ผมขอให้หยุดพฤติกรรมเช่นนี้ เพราะยอดรับชมหรือยอดแชร์ที่แลกมาด้วยความเข้าใจผิด ความแตกแยก หรือแม้แต่ความกลัวของประชาชน ย่อมไม่ใช่ความสำเร็จที่แท้จริงของงานข่าว หากแต่เป็นการบั่นทอนหลักวิชาชีพ และละเลยความรู้สึกและความปลอดภัยของประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่แนวชายแดน ซึ่งพวกเขาจะเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงหากความขัดแย้งขยายตัวเป็นความรุนแรง”