หน้าแรก การเมือง ศุภณัฐ ยื่น ผ...

ศุภณัฐ ยื่น ผู้ตรวจฯ สอบตึกสตง. อีก 9 ประเด็น ที่ DSI-ปปช. อาจจะยังไม่ได้ตรวจสอบ

5.06.25 | 19:17 น.

ศุภณัฐ ยื่น ผู้ตรวจฯ สอบตึกสตง. อีก 9 ประเด็น ที่ DSI-ป.ป.ช. อาจจะยังไม่ได้ตรวจสอบ

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม. พรรคประชาชน โพสต์ภาพและข้อความ ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ – Suphanat Minchaiynunt ระบุว่า ยื่น #ผู้ตรวจการแผ่นดิน ตรวจสอบ #สตง.ใน อีก 9 ประเด็น ที่ DSI และ ปปช. อาจจะยังไม่ได้ตรวจสอบ

เมื่อเดือนที่แล้วผมได้ให้ทีมงานยื่นเรื่องร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ตรวจสอบการดำเนินการเกี่ยวกับอาคารสำนักงานใหม่ ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ในประเด็นที่เห็นว่ายังไม่มีการตรวจสอบจาก กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) หรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รวม 9 ประเด็น ดังนี้ครับ

1.การใช้ดุลยพินิจที่ไม่เหมาะสมในการยกเลิกการก่อสร้างและทิ้งแบบก่อสร้างอาคารสำนักงาน สตง.ที่จังหวัดปทุมธานี ซึ่งได้มีการออกแบบจนเสร็จสิ้นโดยใช้งบประมาณกว่า 25 ล้านบาท เป็นเหตุให้ราชการได้รับความเสียหาย

2.พฤติกรรมในการบีบระยะเวลาการดำเนินการออกแบบของกรมโยธาธิการและผังเมือง จนไม่สามารถดำเนินการออกแบบได้ทันเวลา จึงต้องว่าจ้างเอกชนให้ดำเนินการออกแบบแทน โดยใช้งบประมาณถึง 73 ล้านบาท เป็นเหตุให้ราชการได้รับความเสียหาย

Advertisement

3.การปล่อยให้มีการกำหนดวงเงินค่าจ้างออกแบบอาคารสำนักงานใหม่ (กทม.) สูงกว่าของเดิม (ปทุมธานี) ถึงสามเท่า จาก 25 ล้านบาท เป็น 73 ล้านบาท โดยไม่มีเหตุอันสมควร และทำให้ราชการได้รับความเสียหาย

4.การดำเนินการที่ขัดแย้งกันเอง กล่าวคือ มีการอ้างความจำเป็นเร่งด่วนในการใช้อาคารจึงไม่สามารถว่าจ้างกรมโยธาธิการได้ แต่เมื่อลงนามว่าจ้างเอกชนกลับใช้เวลานานกว่ากำหนด ส่งผลให้ล่าช้ากว่าเดิมและใช้เวลากว่า 2 ปีในการออกแบบและจัดจ้างผู้ออกแบบ โดยไม่สามารถใช้ประโยชน์จากอาคารได้ เป็นเหตุให้ราชการได้รับความเสียหาย

5.การกำหนดวงเงินค่าก่อสร้างอาคารที่ผิดปกติ โดยขณะที่ให้กรมโยธาธิการออกแบบนั้น วงเงินค่าก่อสร้างกำหนดไว้ที่ 1,500 ล้านบาท แต่เมื่อลงนามว่าจ้างเอกชนกลับปล่อยให้มีการกำหนดวงเงินสูงขึ้นเป็น 2,500 ล้านบาท อันเป็นเหตุให้ราชการได้รับความเสียหาย

6.การกำหนดขนาดอาคารที่ใหญ่เกินความจำเป็นในการใช้งาน ทำให้เกิดการใช้งบประมาณเกินควรและส่งผลให้ราชการได้รับความเสียหาย

7.การเช่าที่ดินจากการรถไฟแห่งประเทศไทย ขนาดกว่า 10 ไร่ 3 งาน ซึ่งใหญ่เกินความจำเป็น ส่งผลให้สิ้นเปลืองงบประมาณเกินสมควร และทำให้ราชการได้รับความเสียหาย

8.การทำสัญญาจ้างที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้างโดยกำหนดการจ่ายค่าจ้างเป็นรายเดือน แทนการจ่ายตามปริมาณงานที่ตรวจสอบและควบคุมจริง ทำให้แม้งานก่อสร้างล่าช้าและยังไม่แล้วเสร็จ แต่บริษัทที่ปรึกษายังคงได้รับค่าจ้างเต็มจำนวน อันเป็นเหตุให้ราชการได้รับความเสียหาย

9.การอนุญาตให้บริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างเป็นผู้จ่ายค่าจ้างให้แก่บริษัทที่ปรึกษาควบคุมงานโดยตรงแทน สตง. หลังจากที่สัญญาระหว่าง สตง. กับบริษัทที่ปรึกษาสิ้นสุดลง ซึ่งอาจนำไปสู่การสมยอมระหว่างบริษัททั้งสอง และก่อให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ

ทั้งนี้หวังว่าผู้ตรวจการแผ่นดินจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางเพื่อทำให้การตรวจสอบมีความครบถ้วนมากยิ่งขึ้นครับ