หน้าแรก การเมือง อิ๊งค์ ถก สมช...

อิ๊งค์ ถก สมช.รับมือเขมร ยัน รบ.-กองทัพ ไร้ปัญหา มอบทหารตัดสินใจหน้างาน

7.06.25 | 06:20 น.

‘อิ๊งค์’ ถก สมช.รับมือเขมร ยัน ‘รบ.-กองทัพ’ ไร้ปัญหา มอบทหารตัดสินใจหน้างาน

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ที่ตึกสำนักงานสภาความมั่นคง ภายในทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในประเด็นสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (กห.) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการ สมช.ตัวแทนเหล่าทัพ และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม ใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงมาตรการต่างๆ ที่เตรียมพร้อมรับมือหลังจากที่นายภูมิธรรม รวมถึง กองทัพได้พูดคุยกับฝั่งกัมพูชา เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ขณะนี้ทุกอย่างยังโอเค ทุกหน่วย ทุกฝ่าย ทั้งรัฐบาล กองทัพ ได้ปรึกษากันตลอดก่อนที่จะดำเนินการใดๆ เราคุยกันว่าอำนาจ และหน้าที่ใดเป็นของใคร และทุกฝ่ายทราบหน้าที่ของตัวเองอย่างดี

“สิ่งที่ต้องการเวลานี้ คือความเป็นเอกภาพในการทำงานทั้งหมด โดยคุยกันว่าไม่อยากให้เกิดกระแส หรือการปลุกปั่นว่ารัฐบาลกับกองทัพมีปัญหากัน ทั้งที่จริงไม่ได้มีปัญหาทั้งสิ้น เราทำงานสนับสนุนกันอย่างดี รัฐบาลสนับสนุนกองทัพ ขณะเดียวกันกองทัพก็สนับสนุนรัฐบาล ใครมีอำนาจหน้าที่อะไร เราได้ทำความเข้าใจกัน และคุยเนื้องานทั้งหมดว่าหากเกิดอะไรขึ้นหน้างาน กองทัพสามารถตัดสินใจได้ทันที ส่วนเรื่องการเจรจาอาจไม่ได้ลงในรายละเอียดทั้งหมด วันนี้เกิดความเข้าใจ และยังไม่มีความรุนแรงที่ขยายเพิ่มขึ้น โดยกองทัพได้จำกัดกรอบความรุนแรงไว้เพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรงขึ้น ซึ่งเป็นแนวทางที่รัฐบาลสนับสนุน” น.ส.แพทองธารกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า คนในประเทศรอฟังท่าทีในการรักษาอธิปไตย ในขณะที่คนคลั่งชาติ เป็นเพื่อนบ้านรุกล้ำเข้ามา เปรียบได้หากมีการบุกเข้าไปที่บ้านจันทร์ส่องหล้า หรือบ้านของนายกฯ รุกล้ำเข้าไป 200 เมตร นายกฯ จะใช้วิธีใดเพื่อแก้ปัญหาได้รวดเร็วกว่านี้ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ได้คุยตกลงกัน ส่วนรายละเอียดในการพูดคุย ต้องเคารพทั้ง 2 ฝ่ายว่าจะเปิดเผยได้มากน้อยแค่ไหน เพราะยังอยู่ในขั้นตอนของการเจรจา และการพูดคุยทุกอย่างโอเคหมด ทั้งนี้ ทราบดีว่าอยากได้ข่าว และข้อมูลเพิ่มเติม

“ขณะที่กองทัพยืนยันแล้วว่า ได้เตรียมพร้อมทุกรูปแบบต่อทุกสถานการณ์ และกองทัพทราบอยู่แล้วว่าเหตุการณ์หน้างานเป็นอย่างไร ถึงเวลาต้องปะทะหรือยัง การตัดสินใจของกองทัพจะมอบให้หน้างานเป็นคนดูแลว่าต้องปะทะหรือไม่ หากไม่จำเป็นแล้วไปปะทะ จะเกิดความเสียหายมากกว่าแรงเชียร์ที่จะให้เกิดการปะทะ จึงต้องใช้สันติวิธีให้มากที่สุด ไม่มีใครช้าในเรื่องนี้ ทุกคนทำกันหมดแล้ว และคุยกันหมดแล้ว โดยเลือกว่าจะฟังส่วนไหน ไม่ฟังส่วนไหน และรัฐบาลออกแถลงการณ์มา 2 ฉบับ เรียบร้อยหมดแล้วในการดำเนินการ และข้อตกลง แนวทางที่ประเทศไทยจะไปต่อ” น.ส.แพทองธารกล่าว

Advertisement

นายภูมิธรรม กล่าวว่า วันนี้พูดคุยกันบนหลักการที่จะต้องยึดมั่นในหลักการปกป้องอธิปไตยของประเทศ และดำรงความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้ ได้พูดคุยกับทุกฝ่ายวันนี้หลักสำคัญมี 3 ด้าน คือ ด้านการต่างประเทศ ด้านกองทัพ และด้านการสื่อสาร ที่ได้ปรับให้ชัดเจน และมาร่วมกันทำงานให้มากขึ้น ในส่วนของกองทัพขอยืนยันว่า พร้อมรักษาเอกราชอธิปไตยของประเทศ และบูรณภาพแห่งดินแดน อันนี้เป็นเรื่องที่ชัดเจน ซึ่งได้คุยเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว

นายภูมิธรรมกล่าวอีกว่า เรื่องการสื่อสารได้ตกลงกันแล้วว่ากระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เป็นเจ้าภาพหลัก โดยประสานให้โฆษก กห. โฆษกกองทัพบก (ทบ.) โฆษกกระทรวง ดีอีร่วมกัน เพื่อไม่ให้เกิดบรรยากาศที่จะทำให้การเจรจา หรือการหาข้อสรุปเกิดขึ้นยากลำบาก ขอยืนยันอีกครั้งว่า สมช.ได้ตกลง และเห็นพ้องต้องกันว่าเรื่องอธิปไตยเป็นเรื่องสำคัญหลักที่เราจะต้องดูแลกันอย่างเต็มที่ ส่วนเรื่องอื่นๆ จะประคองให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดี และไม่เกิดการเสียประโยชน์ทั้งในประเทศ และประเทศเพื่อนบ้าน เพราะยังมีภาระความจำเป็นที่ต้องร่วมมือกันอีก ฉะนั้น ความขัดแย้งอยากให้จำกัดวงมากที่สุด ทั้งนี้ ได้ตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจขึ้นมาดูแลเรื่องนี้แล้ว ส่วนใครเป็นผู้รับผิดชอบ ขอให้รอดูรายละเอียดที่จะออกมา

“การพูดคุยเป็นการคุยนอกรอบกับ พล.อ.เตีย เซยฮา รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการ กห.กัมพูชา ฝากว่าเมื่อเข้าใจจุดยืนของแต่ละฝ่าย อยากให้เป็นการคุยกันแบบเฉพาะที่ ส่วนเรื่องอื่นๆ ก็เป็นสิทธิของเขา แต่เรายืนยันว่าจะไม่นำเรื่องเข้าสู่ศาลโลก เพราะไทยไม่ยอมรับอำนาจศาลโลกตั้งแต่ปี พ.ศ.2503 เราจำกัดเฉพาะเรื่องที่เกิดความขัดแย้ง โดยข้อเสนอผมคือให้ถอยออกไปเหมือนกับปี ค.ศ.2024 ที่เคยตกลงกันไว้ ถอยออกไปบริเวณศาลาตรีมุข เป็นจุดที่ถอยออกไปประมาณ 150-200 เมตร และในการประชุม
เจบีซี วันที่ 14 มิถุนายนนี้ ต้องนำแผนที่ และเรื่องต่างๆ มาพูดคุยกัน แต่หากติดขัด ไม่สามารถตกลงได้ ก็ให้ตัวแทนเจบีซีลงไปดูในสถานที่เกิดเหตุเพื่อสรุป นอกจากนี้ ยังพูดถึงมาตรการต่างๆ หากยังพูดคุยกันไม่ได้ ไทยก็มีความจำเป็นต้องเข้ามาจัดการ ซึ่งทางกัมพูชาบอกว่าอยากหลีกเลี่ยงสงคราม และไม่อยากให้บานปลาย จากข้อเสนอทั้งหมดที่บอกไป ได้ฝากนำเรียน พล.อ.ฮุน มาเนต นายกฯ กัมพูชา และสมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา เพื่อให้พิจารณา” นายภูมิธรรมกล่าว