“บิ๊กป้อม” สั่ง ผบ.เหล่าทัพตรวจสอบเหตุระเบิดใต้-ราชดำเนิน โยง รธน.หรือไม่ ตั้งข้อสังเกต เกิดในห้วงเวลาดังกล่าว
วันที่ 7 เมษายน 2560 ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึง เกิดเหตุป่วนหลายจุดใน 4 จังหวัดชายแดนใต้ว่า ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเราก็มีการข่าวอยู่แล้วเกี่ยวกับการก่อกวนในพื้นที่ แต่ตนก็ยังไม่เข้าใจและต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า) รวมทั้งศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศตช.) ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวทั้งหมด
“ต้องไปดูว่าผู้ก่อเหตุก่อเหตุในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้พร้อมๆ กันใน 40 จุดต้องการอะไร เพื่ออะไร ซึ่งผมมองว่ามีหลายเรื่อง จะเป็นเรื่องของรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งในเรื่องของรัฐธรรมนูญนั้น อย่างไรก็ต้องรับอยู่แล้ว เพราะทุกอย่างเป็นไปตามโรดแมปที่ประกาศเอาไว้ และไม่ได้มีอะไรที่เปลี่ยนแปลง เพียงแต่ทำไมต้องมาทำในวันนี้ ช่วงนี้ เพราะอะไรเท่านั้น ขอเวลาให้ผมได้ดำเนินการตรวจสอบ และจะชี้แจงถึงความชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง” พล.อ.ประวิตรกล่าว
เมื่อถามว่า เป็นการประกาศศักยภาพหลังมีการแต่งตั้งหัวหน้าบีอาร์เอ็นคนใหม่ขึ้นมาหรือไม่ พล.อ.ประวิตรย้อนถามว่าใครเป็นหัวหน้าบีอาร์เอ็น ต้องขอเวลาตรวจสอบ ยังตอบไม่ได้ ซึ่งขณะนี้ตนยังไม่มั่นใจ เมื่อถามย้ำว่า ให้น้ำหนักในประเด็นเรื่องการเมืองหรือไม่ภายหลังมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ได้ให้น้ำหนักในเรื่องนั้น เพียงแต่ตนถามว่า ทำไมต้องทำวันนี้ ขอเวลา ซึ่งตนให้ทางผู้บัญชาการเหล่าทัพและ ศตช.ไปดูว่าอะไรเป็นอะไร
เมื่อถามว่า เหตุการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีส่วนคล้ายกับเหตุการณ์ระเบิดที่ราชดำเนินเมื่อคืนวันที่ 5 เมษายนหรือไม่ เพราะมีการเลือกวันก่อเหตุ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ต้องไปดูรายละเอียด ซึ่งเหตุระเบิดที่บริเวณถนนราชดำเนินเหมือนกับเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองเมื่อปี 2550 และ 2553 เฉพาะวิธีการเท่านั้น แต่คนทำตนยังไม่ทราบว่าเป็นใครบ้าง แต่เรามีการตรวจสอบและดำเนินการอย่างใกล้ชิด ส่วนที่กล้องวงจรปิดจับภาพคนร้ายแล้วนั้น ยอมรับว่าได้ภาพจริง แต่ยังไม่ชัดเจน ซึ่งมีหลายภาพและหลายคน ต้องดูว่าเป็นใครบ้าง ก็คงจะต้องตรวจสอบกันไป ส่วนการก่อเหตุดังกล่าวเพื่อสร้างสถานการณ์โดยไม่หวังเอาชีวิตประชาชนหรือไม่นั้น ตนก็ไม่แน่ใจ ขอเวลาดูบุคคลที่เกี่ยวข้องก่อนว่าใครทำ และเชื่อมโยงถึงใครบ้าง
เมื่อถามว่า หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อคงมาตรา 44 ไว้นั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ขอโทษที มาตรา 44 อยู่ในรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ไม่ได้ต้องสร้างสถานการณ์เพื่อคง ม. 44 ไม่เกี่ยวกัน เมื่อถามย้ำว่า การก่อเหตุระเบิดดังกล่าวเพื่อให้เห็นว่าสถานการณ์ยังไม่มั่นคง รัฐบาลและ คสช.จะอยู่ต่อ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ถามว่าจะอยู่ได้อย่างไร เพราะมีรัฐธรรมนูญแล้ว อย่าไปวิจารณ์กัน ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบว่ามันจะเดินไปอย่างไร แต่ทุกอย่างมันก็ต้องเป็นไปตามโรดแมปและมีขั้นตอนกำหนดเวลาที่แน่ชัด ว่าต้องทำกฎหมายลูกกี่เดือน ซึ่งเราจะต้องดูแลไปจนถึงการเลือกตั้ง เรื่องนี้เราบอกมาตลอด ไม่น่าจะมาโจมตีกันเรื่องโรดแมป
เมื่อเวลา 12.15 น. วันที่ 7 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.) ถึงการก่อเหตุความไม่สงบในหลายพื้นที่ของจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาสว่า ตนได้สั่งการแม่ทัพภาคที่ 4 และผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ดำเนินการตรวจสอบสาเหตุแล้ว และได้สั่งการให้ดูแลพื้นที่ในภาพรวม โดยประชาชนจะมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ หลังจากนี้แม่ทัพภาคที่ 4 จะชี้แจงรายละเอียดอีกครั้ง
เมื่อถามว่า การก่อเหตุดังกล่าวถือเป็นการส่งสัญญาณเพื่อหวังต่อรองอะไรกับรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มีอะไรต่อรองกับรัฐบาล แต่เหตุที่เกิดขึ้นไม่มีผู้เสียชีวิต เป็นการก่อเหตุแบบเล็กๆ น้อยๆ แต่ก็ทำให้เราต้องดูว่าทำไมถึงเกิดเหตุเช่นนั้น เพราะอะไร เราก็อยากรู้เหมือนกัน อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวข้องกับการพูดคุยสันติสุข
พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ในช่วงสัปดาห์หน้าซึ่งตรงกับเทศกาลสงกรานต์ เราได้เฝ้าระวังในพื้นที่อยู่ตลอด รวมถึงเหตุที่เพิ่งเกิดขึ้น การข่าวก็ได้รับรายงานแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้จัดกำลังดูแลพื้นที่ แต่กลับมีการไปก่อเหตุในพื้นที่ที่นอกเหนือจากที่คาดหมาย เมื่อถามย้ำว่า พอทราบตัวกลุ่มแนวร่วมที่ก่อเหตุหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ได้รับรายงานว่าเป็นคนรุ่นใหม่ แม่ทัพภาคที่ 4 ระบุแล้วว่าทราบตัวผู้ก่อเหตุบางคนว่าเป็นใคร

