ขรรค์ชัย-สุจิตต์ ขุด ปวศ.2482 รบ.หวังสร้าง ‘มหาอาณาจักรไทย’ ทำขัดแย้งเพื่อนบ้านถึงวันนี้
เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ กรุงเทพฯ นายขรรค์ชัย บุนปาน ประธานบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) และ นายสุจิตต์ วงษ์เทศ คอลัมนิสต์เครือมติชน ร่วมถ่ายทำรายการ “ขรรค์ชัย-สุจิตต์ ทอดน่องท่องเที่ยว” ตอน “ยกเลิกเชื้อชาติ ยกย่องสัญชาติ ปลดล็อกประวัติศาสตร์ไทย” ดำเนินรายการโดย นายเอกภัทร์ เชิดธรรมธร
นายสุจิตต์กล่าวว่า เชื้อชาติไม่มีจริงในโลก แต่ถูกสร้างขึ้นใหม่ในยุโรป เป็นต้นเหตุฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ขณะที่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็เป็นเหตุขัดแย้งไม่จบ นี่คือปัญหา ดังนั้น จึงต้องยกเลิก “เชื้อชาติ” ให้ความสำคัญกับ “สัญชาติ”

“สัญชาติไทยมาจากหลากหลายชาติพันธุ์ผสมผสานกัน หากเข้าใจตรงนี้ได้จะช่วยลดความขัดแย้ง เป็นญาติกันมากขึ้นโดยอัตโนมัติ ประวัติศาสตร์ไทยต้องเขียนใหม่ ถ้าทำได้จะเป็นการปลดล็อกไปในตัว เพราะประวัติศาสตร์ไทยเป็นประวัติศาสตร์เชื้อชาติ เนื่องจากคนเขียนต้องการให้เชื้อชาติไทยดีกว่าใครในโลก
เราต้องทำใหม่ให้เป็นประวัติศาสตร์ของประเทศชาติ ใครอยู่ในดินแดนนี้เป็นบรรพชนคนไทยทั้งหมดตั้งแต่ 3,000 ปีเป็นอย่างน้อย เราต้องทำสิ่งนี้เพื่อเคารพตนเอง เคารพคนอื่น ลดความขัดแย้ง” นายสุจิตต์กล่าว
นายสุจิตต์กล่าวต่อไปว่า ประวัติศาสตร์ที่เราใช้ในปัจจุบันเป็นประวัติศาสตร์คลั่งชาติ สนองการเมืองแบบชาตินิยม โดยอ้างการสร้างชาติ
“นี่เป็นการสร้างประวัติศาสตร์ตามที่ตัวเองต้องการ ไม่ได้สร้างตามหลักฐาน ประวัติศาสตร์ที่เราเรียนทุกวันนี้ เกิดท่ามกลางความไม่ปกติ แต่มาจากอุดมการณ์ทางการเมืองเมื่อ พ.ศ.2482 ซึ่งรัฐบาลในเวลานั้นต้องการสร้างมหาอาณาจักรไทย จึงขัดแย้งกับเพื่อนบ้านโดยรอบ เมื่อมีการเปลี่ยนชื่อประเทศจากสยามเป็นไทยจึงบังคับให้ทุกคนเป็นคนไทยทั้งหมด ไม่ได้ให้ทางเลือก ซึ่งเป็นต้นเหตุความขัดแย้งสืบเนื่องมาถึงปัจจุบัน” นายสุจิตต์กล่าว และว่า สังคมไทยต้องทำความเข้าใจ นำหลักฐานประวัติศาสตร์มากาง อย่าเน้นการเป็นศัตรู ยุยงปลุกปั่นให้รบกัน

จากนั้นนายสุจิตต์กล่าวถึงคำบอกเล่าอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรของ นายธนิต อยู่โพธิ์ อดีตอธิบดีกรมศิลปากร กรณี พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยศิลปากร พุทธศักราช 2486 ซึ่งในคราวแรกกรมศิลปากรเสนอต่อสภาโดยมีแต่ “วิชาช่าง” ล้วนๆ ไม่มี “โบราณคดี” สภาจึงมอบหมายให้ กมธ.ตรวจสอบ
“กมธ.ถามว่าทำไมไม่มีโบราณคดี ขอให้มีโบราณคดีด้วย ผู้แทนกรมศิลปากรบอกว่ามหาวิทยาลัยศิลปากรมีแต่วิชาช่าง ส่วนโบราณคดีนับเป็นสังคมศาสตร์ อย่างไรก็ตาม กมธ.แจ้งให้ใส่โบราณคดีไปด้วย ถ้าไม่ใส่พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยศิลปากรก็ไม่ผ่าน สุดท้ายจึงต้องใส่ แต่ยังไม่เปิดสอน กระทั่ง 12 ปีต่อมาคือ พ.ศ.2498 หมายความว่า มีการเมืองเบื้องลึก ใครสั่งก็ไม่ทราบว่าต้องเพิ่มโบราณคดีในมหาวิทยาลัยศิลปากรให้ได้ นี่คือสิ่งที่สะท้อนถึงการเกิดขึ้นของคณะโบราณคดีที่รองรับการเมืองชาตินิยมในยุคนั้น” นายสุจิตต์กล่าว
ทั้งนี้ รายการในตอนดังกล่าวจะเผยแพร่ในวันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน เวลา 20.00 น. ผ่านเฟซบุ๊กมติชนออนไลน์, ข่าวสด, ศิลปวัฒนธรรม และยูทูบมติชนทีวี


