ไอซ์ รักชนก ชวนจับตา กสทช.ถกประมูลคลื่นความถี่พรุ่งนี้ มึนปธ.นั่งทำทั้งที่ขาดคุณสมบัติ
เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.กทม. พรรคประชาชน ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงการประมูลคลื่นความถี่ที่จะเกิดขึ้นสิ้นเดือนนี้ และตั้งข้อสังเกตว่าประธาน กสทช.คนปัจจุบันมีครหาว่าขาดคุณสมบัติ แต่ทำไมยังปล่อยให้มาตัดสินใจเรื่องใหญ่อย่างการประมูลคลื่นที่ส่งผลกระทบกับประชาชนโดยตรงเช่นนี้
โดยระบุข้อความว่า “การประมูลคลื่นความถี่ของค่ายมือถือ กำลังจะเกิดขึ้นในสิ้นเดือนนี้ ดิฉันขอตั้งคำถามว่า ประธาน กสทช. ที่ขาดคุณสมบัติตั้งแต่วันแรกในการเข้ารับตำแหน่ง ยังจะหน้าทน อยู่ในตำแหน่งและพิจารณาเรื่องใหญ่ระดับชาติอย่างนี้อีกหรือ? นายกรัฐมนตรีผู้รักษาการตาม พ.ร.บ. และต้องเป็นผู้ทูลเกล้าถอดถอน เอาคนๆ นี้ออกจากตำแหน่ง ทำอะไรอยู่?
วันพรุ่งนี้ 12 มิถุนายน บอร์ด กสทช. จะมีวาระการประชุมที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการประมูลคลื่นความถี่ และสิ้นเดือนนี้ การประมูลกำลังจะเกิดขึ้น ประธานบอร์ดประธาน กสทช. นายสรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ยังกล้านั่งหัวโต๊ะเป็นประธานได้ยังไง ทั้งๆ ที่ข้อเท็จจริงเรื่องการขาดคุณสมบัติชัดเจนจนไม่รู้จะชัดยังไงแล้ว จะไม่มีใครในประเทศนี้จัดการเรื่องนี้จริงๆ หรือ?
เอกสารนี้คือบางส่วนจาก รายงานของ กมธ. ICT จาก ส.ว. ชุดที่แล้ว (คิดดูนะคะ ว่าแม้จะเป็นพวกเดียวกัน คือที่มาจากรัฐบาลรัฐประหาร ทำงานรับใช้สิ่งเดียวกัน ส.ว. ชุดที่แล้ว ที่เป็นผู้รับรองมากับมือ ก็ยังยืนยันข้อเท็จจริงเลย ว่าหลังจากสืบสวนแล้วขาดคุณสมบัติ!)
จากเอกสาร สรุปที่ไฮไลต์ “ข้อเท็จจริงตามหนังสือของมหาวิทยาลัยมหิดลแสดงให้เห็นว่า นายแพทย์สรณ ยังคงเป็นพนักงานของมหาวิทยาลัยมหิดลมาตลอด จนถึงวันที่ 12 เมษายน 65 ก่อนวันมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งในวันที่ 14 เมษายน 65 โดยมีสถานะเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย และยังทำหน้าที่ตรวจคนไข้ผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี โดยมิได้ลาออกหรือเลิกประกอบวิชาชีพดังกล่าวก่อนวันที่ประธานวุฒิสภาจะนำเสนอรายชื่อต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อนำความกราบบังคมทูลจึงทำให้ นายแพทย์สรณ เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8(2) และ (3) ด้วยเหตุที่ยังมีสถานะเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานรัฐ
เมื่อมิได้ลาออกภายในเวลาที่ประธานวุฒิสภากำหนดก่อนเวลาที่นายกจะกราบบังคมทูลเพื่อโปรดเกล้าแต่งตั้งจึงทำให้ นายแพทย์สรณ เป็น ‘ผู้สละสิทธิ’ ซึ่งมีผลทำให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง!
และยืนยันด้วย แบบยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภงด90 แม้ภายหลังได้รับการโปรดเกล้าแต่งตั้งให้เป็นกรรมการ กสทช. แล้ว ก็ยังปฏิบัติหน้าที่เป็นแพทย์ตรวจและรักษาคนไข้ผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในของโรงพยาบาลรามาธิบดีจนถึงสิ้นปี 2565 ปรากฏเป็นรายการเงินได้จากคณะแพทย์โรงพยาบาลรามาธิบดีและได้ยื่นเสียภาษีบุคคลธรรมดาในปี 2565 และ 2566 ซึ่งมีเอกสารจากกรมสรรพากรยืนยันชัดเจน อันนี้แค่เรื่องเดียวในรายงาน กมธ. ICT ของ ส.ว. ชุดที่แล้ว แต่หมดสมัยก่อน รายงานนี้จึงค้างอยู่ที่สภา ส.ว. ซึ่งข้อเท็จจริงก็ชัดเจนแล้วอย่างที่บอก
ตามข้อมูลนี้ นายแพทย์สรณ ไม่มีอำนาจ ไม่เคยมีอำนาจแม้แต่ในวันที่โหวตรับทราบการควบรวม TRUE และ DTAC ด้วยซ้ำ แต่ยังลอยหน้าลอยตารับเงินเดือนและใช้สิทธิประโยชน์จากตำแหน่งบินดูงานฉ่ำตลอดทุกปี และวันนี้ ก็กำลังจะมาตัดสินใจเรื่องใหญ่อีกแล้วคือ เรื่องราคาตั้งต้นการประมูลคลื่น ที่จะทำให้ประเทศชาติเสียประโยชน์มหาศาล ค่ายมือถือได้ของถูกมาก ราคาแค่ 1 ใน 3 ของที่ควรจะจ่าย แต่ไม่มีอะไรการันตีว่าประชาชนจะได้ประโยชน์ เพราะ ณ ปัจจุบัน ก็เป็นที่ชัดเจนว่าทั้งคนในบอร์ด กสทช. และคนในสำนักงาน กสทช. บางคนได้ขายตัวรับใช้ทุนใหญ่ไปแล้ว ประเคนให้เค้าหมด ไม่เห็นหัวประชาชน
ทั้งประเทศท่านใดที่ติดตามข่าวรู้กันหมด และ นายกรัฐมนตรี ก็ต้องเป็นผู้ติดตามความเคลื่อนไหวข่าวสำคัญอย่างใกล้ชิดจะบอกว่าไม่รู้เรื่องนี้หรอ ? พรรคประชาชนก็เคยตั้งกระทู้ถามไปแล้ว และเคยมีหน่วยงานถามกฤษฏีกาๆ ไปแล้ว จะบอกว่าไม่รู้รับทราบอะไรเลยหรือ ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีความสำคัญในเรื่องนี้ เพราะเป็นเพียงคนเดียวในประเทศนี้ ที่สามารถเป็นผู้ทูลเกล้าเสนอถอดถอน ประธาน กสทช. ได้ มีนายกฯเพียงคนเดียวเท่านั้น ที่จะจบเรื่องนี้ !
ดิฉันรู้ว่าเรื่องนี้มันดูไกลตัว แต่จริงๆ มันไม่ไกลเลยค่ะ เน็ตมือถือ เน็ตบ้าน สัญญาณโทรศัพท์ ค่ารายเดือน ที่ท่านต้องจ่าย แล้วจ่ายแพงขึ้น สวนทางกับบริการที่ห่วยลง เน็ตล่มยังไงท่านก็ไม่เคยได้รับการชดเชยที่สมควรมีแต่ต้องอดทน ข่าวล่าสุดที่จะไปถอดกล่องเน็ตบ้าน แล้วบริษัทต้องให้จ่าย 4,000-5,000 บาท ด้วยสามัญสำนึกมันทำได้ไหม นี่มันโคตรเอาเปรียบผู้บริโภค ทั้งหมดนี่ เพราะ กสทช. ไม่ควบคุมสันดาoค่ายมือถือเลย เพราะเค้าซื้อไว้เกือบทั้งองค์กรแล้ว !
การประมูลคลื่นความถี่ของค่ายมือถือ กำลังจะเกิดขึ้นในสิ้นเดือนนี้ ดิฉันขอตั้งคำถามว่า ประธาน กสทช. ที่ขาดคุณสมบัติตั้งแต่วันแรกในการเข้ารับตำแหน่ง ยังจะหน้าทน อยู่ในตำแหน่งและพิจารณาเรื่องใหญ่ระดับชาติอย่างนี้อีกหรือ? นายกรัฐมนตรีผู้รักษาการตาม พ.ร.บ. และต้องเป็นผู้ทูลเกล้าถอดถอน เอาคนๆ นี้ออกจากตำแหน่ง ทำอะไรอยู่ ?
ปล. พรุ่งนี้ กมธ.พัฒนาการเมือง ของ ส.ส.พริษฐ์ จะเอาวาระเรื่องการประมูลคลื่นความถี่เข้าพิจารณา รบกวนสละเวลาโผล่มาชี้แจงกันด้วยค่ะ




