หน้าแรก การเมือง นายกอิ๊งค์ บิ...

นายกอิ๊งค์ บินสุรินทร์ ติดตามปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ห่วงเฟคนิวส์-ไอโอ ทำสังคมป่วน

12.06.25 | 06:00 น.
นายกอิ๊งค์

นายกอิ๊งค์ บินสุรินทร์ติดตามปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ห่วงเฟคนิวส์-ไอโอ ทำสังคมป่วน ย้ำคุย’ฮุนมาเนต’ ยึดสันติ ด้าน มาริษ ชู 3 ข้อถกเจบีซี 14 มิ.ย.

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะ เดินทางถึงท่าอากาศยานบุรีรัมย์ ต.ร่อนทอง อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ โดยมี พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 รอต้อนรับ จากนั้นนายกฯและคณะ ขึ้นเฮลิคอปเตอร์เดินทางไปที่ จ.สุรินทร์ โดยมีนายชำนาญ ชื่นตา ผู้ว่าฯสุรินทร์ รอให้การต้อนรับ และเดินทางต่อไปที่โรงพยาบาล (รพ.) กาบเชิง เพื่อเป็นประธานการประชุมติดตามการคลี่คลายสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และมาตรการสนับสนุนให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม แม่ทัพภาคที่ 2 และนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ชายแดนเข้าร่วมประชุม

น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัด ที่รายงานความคืบหน้าสถานการณ์จริงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา และได้พูดถึงเรื่องหลุมหลบภัย ขอให้แจ้งมายังกระทรวงมหาดไทย (มท.) ว่าต้องการซ่อมแซมแบบไหน เพราะชีวิตเด็ก นักเรียน ต้องให้ความรู้เมื่อไหร่ที่จะต้องใช้หลุมหลบภัย และอยากให้บรรจุอยู่ในการเรียนการสอนทุกปี และต้องขอขอบคุณแม่ทัพภาคที่ 2 ที่อยู่หน้างานตลอด ทราบถึงแรงกดดันที่มาก บางทีเกิดกระแสมากมาย คนหน้างานคือคนที่เห็นเหตุการณ์และต้องปรับตามสิ่งที่เกิดขึ้นตลอด ถึงได้พยายามเน้นเรื่องของสันติภาพและความสงบสุข

“ได้คุยกับ พล.อ.ฮุน มาเนต นายกฯกัมพูชา ได้เน้นย้ำเรื่องนี้ และล่าสุดที่คุยกันก็อยากให้ทั้งสองประเทศเกิดความสงบสุข และขอยืนยันเรื่องการรักษาอธิปไตยเอาไว้ ที่ผ่านมาความสำคัญไม่น้อยกว่า กห. คือ มท. เพราะ มท.คือบ้าน ทหารคือรั้วต้องให้ทุกฝ่ายทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นหัวหน้าทีมในการดูแลบ้าน ทั้งนี้พยายามจะทำเรื่องนี้ให้ดีที่สุด ขอขอบคุณหน้างานที่เหนื่อยมาก ประสานงานกันจนประสบความสำเร็จ ขอบคุณกระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย ที่ร่วมมือกันอย่างสุดความสามารถรักษาอธิปไตยของเราไว้ รักษาความสงบสุขของบ้านเราไว้ ขอชื่นชมทุกคน”นายกฯกล่าว และว่ารัฐบาลให้การสนับสนุนประชาชนและเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ อยากให้ทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่มากขึ้นว่าทำอะไรอยู่บ้าง จะได้ให้ทุกคนเข้าใจตรงกัน ไม่เข้าใจผิด และไม่ให้ปล่อยเฟคนิวส์ เพราะอาจจะโดนไอโอบ้างอะไรบ้าง ไม่รู้มาจากไหน ก็มีการปล่อยข้อมูลที่เกิดความเข้าใจผิดกัน จะทำให้เกิดความวุ่นวายในสังคมได้

นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ แถลงว่า วันนี้ได้ประชุมคณะกรรมการเขตแดนร่วม (เจบีซี) ฝ่ายไทย ครั้งที่ 2 โดยมอบนโยบายแก่นายประศาสน์ ประสาศน์วินิจฉัย ประธานเจบีซี 3 ประการ 1.ให้โน้มน้าวให้ฝ่ายกัมพูชาตระหนักว่าเราได้ลดความตึงเครียดในระดับหนึ่ง ต้องการเห็นบริเวณนี้เป็นพื้นที่สันติเพื่อให้เกิดสันติสุขอย่างยั่งยืนและถาวร ไม่มีการเผชิญหน้ากันอีก 2.การเจรจาในวันที่ 14 มิถุนายน มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นในเส้นเขตแดนเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายสามารถแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนร่วมกันได้
และ 3.ได้ขอให้ประธานยืนยันในอธิปไตยของประเทศและจะไม่ยอมให้ไทยเสียดินแดนโดยเด็ดขาด และไทยไม่ยอมรับอำนาจศาลโลกมาตั้งแต่ พ.ศ.2503