‘วิสุทธิ์’ เตือน ‘ลูกพรรคเพื่อไทย’ อย่ากดดัน ‘นายกฯ’ ปมปรับ ครม. เชื่อปมขัดแย้งไม่ลามทำ ‘ภท.’ ตีห่าง จับมือ ‘ปชน.’ เป็นฝ่ายค้าน ป้อง ‘ภูมิธรรม’ ถูกโพลไล่พ้น รมต.
เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.บัญชีรายชื่อและประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการแสดงท่าทีของ ส.ส.พรรค พท.ที่หลายคนอยากให้ขับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ออกจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลว่า ส.ส.พรรค พท.แต่ละคนไม่มีใครบังคับใครได้ เขาก็พูดกันไป เพราะความรู้สึกส่วนตัวอาจมี แต่การตัดสินใจเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นอำนาจนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว คนอื่นจะมาตัดสินแทนไม่ได้ บางคนที่ออกมาพูดไม่ได้เป็น ส.ส. ทั้งนี้ ลูกพรรคควรให้กำลังใจนายกรัฐมนตรี ไม่ไปแทรกแซงหรือกดดันนายกรัฐมนตรีในการปรับ ครม.
เมื่อถามถึงกรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท. ยืนยันว่าหากถูกปรับโควต้ารัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย พร้อมเป็นฝ่ายค้านนั้น นายวิสุทธิ์กล่าวว่า เป็นธรรมดา ใครก็อยากอยู่กระทรวงดีๆ แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาของหัวหน้าพรรค ทุกอย่างมีทางออก สามารถเจรจาได้ ซึ่งคงไม่ถึงขั้นต้องขับใครออกจากรัฐบาล
ต่อข้อถามว่า นายอนุทินระบุอีกว่าสามารถทำงานและจับมือได้กับทุกพรรค หากพรรค ภท.ไปเป็นฝ่ายค้านและจับมือกับพรรคประชาชน (ปชน.) กังวลหรือไม่ นายวิสุทธิ์กล่าวว่า คงไม่พัฒนาไปถึงขั้นนั้น เรื่องคำพูด ใครก็พูดได้ แต่ขอให้เขาคุยกันก่อน คาดว่าสัปดาห์นี้เรื่องการปรับ ครม.จะมีความชัดเจนมากขึ้น แต่อาจยังไม่เสร็จสิ้น ย้ำว่าเรื่องการต่อรองเป็นเครื่องธรรมดา มั่นใจว่าพรรค พท.กับพรรค ภท.ยังจับมือทำงานร่วมกันได้
เมื่อถามถึงผลโพลของมหิดลโพลที่ระบุว่าประชาชนอยากให้ปรับเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นอันดับ1 นั้น นายวิสุทธิ์กล่าวว่า คงเป็นอารมณ์ความรู้สึกประชาชนในช่วงนี้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้การแก้ปัญหาดีขึ้น ผลโพลที่ออกมาไม่ได้สะท้อนว่าประชาชนขาดความเชื่อมั่น นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในการแก้ปัญหาความขัดแย้งแนวชายแดนไทย-กัมพูชา แต่นายภูมิธรรมพูดแบบประนีประนอม ใช้การทูตแบบผู้ใหญ่ใจดี สไตล์นิ่มนวล แต่ไม่ใช่การยอมแพ้ คงไม่มีคนไทยคนไหนโง่พอยกดินแดนไทยให้กัมพูชา ทั้งนี้ ขอให้เชื่อมือรัฐบาลภายใต้การนำของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่าจะสามารถแก้ปัญหาข้อพิพาทได้ โดยยึดผลประโยชน์ประเทศและประชาชนเป็นตัวตั้ง

