อนุทิน ลั่น เชื่อใจ นายกฯอิ๊งค์ อย่ามองปรับครม.เป็นคณิตศาสตร์ แต่ให้ยึดโยงปชช. เผย หลังตอบพร้อมเป็นฝ่ายค้าน ยังคุยนายกฯปกติไม่มีเรื่องตำแหน่ง ปัด กินข้าวกับ “ทักษิณ”
เมื่อเวลา 12.15 น. วันที่ 15 มิถุนายน ที่โรงเรียนศรีธาตุพิทยาคม ต.จำปี อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย พร้อมด้วย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และผู้บริหารระดับสูง ลงพื้นที่พบประชาชน เพื่อรับฟังการรายงานความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาต่างๆ ในพื้นที่ โดยมี นายอดิศักดิ์ แก้วมุงคุณทรัพย์ ส.ส.อุดรธานี พรรคไทยสร้างไทย ให้การต้อนรับด้วย
จากนั้น เวลา 13.45 น. นายอนุทิน ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ จ.อุดรธานี ที่มีนายอดิศักดิ์ แก้วมุงคุณทรัพย์ ส.ส.อุดรธานี พรรคไทยสร้างไทย ลงพื้นที่ด้วย และมีการประกาศบนเวทีตอนหนึ่งว่ามีความสนิทสนมกัน ว่า นี่คือการเมืองยุคใหม่ เราจะมาบอกว่าคนที่ ไม่ใช่พรรคเดียวกันเราไม่สนใจไม่ได้ เพราะเราเป็นหนึ่งในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องให้ความสนใจกับเสียงของประชาชนทุกคน ส.ส.คนไหนที่นำความต้องการของประชาชนมาแจ้ง ก็พร้อมที่จะลงพื้นที่กับทุกคน เพื่อติดตามแก้ไขปัญหาให้ เพราะเป็นงบประมาณของหลวง ไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่งหรือพรรคใดพรรคหนึ่ง ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุดนี่คือการทำงานของตน
เมื่อถามว่าจากนี้จะมี ส.ส.พรรคอื่นมาร่วมงานเพิ่มอีกหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ขออย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องนั้น เพราะการเลือกตั้งยังไม่เกิดขึ้น เพราะถ้ารัฐบาลนี้อยู่ครบเทอมก็ไปถึงปี 2570 มีเวลาเหลือเฟือในการตัดสินใจที่จะร่วมงานทางการเมืองกัน หรือถ้ามีเหตุยุบสภาก่อน ก็ยังมีเวลา 30 วัน ที่ ส.ส.จะคิดย้ายสังกัดพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง ดูแล้วยังไม่เห็นรัฐบาลไหนที่ปล่อยให้มีการหมดอายุของสภา

โดยที่ไม่ได้ยุบสภาก่อน เพราะการขับเคลื่อนใดๆ อาจจะติดอุปสรรค ต้องใช้เวลา 90 วันเป็นอย่างต่ำ ส่วนใหญ่นายกฯจะเลือกการยุบสภาก่อน จะสั้นหรือจะยาว หรือจะอยู่หมดจนหมดสมัยก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของท่าน
เมื่อถามว่า นายกฯจะชิงยุบสภาก่อนเพื่อความได้เปรียบทางการเมืองหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เขาก็ไปจนครบจนถึงเดือนหรือสองเดือนสุดท้ายก่อนหมดสมัยก็ยุบสภา ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติ ซึ่งก็ถือว่านั่นครบแล้ว เพียงแต่การดำเนินการทั้งหลายจะมีความคล่องตัว และสะดวกขึ้น
เมื่อถามถึงคณิตศาสตร์ทางการเมือง หากดูจากตัวเลข ส.ส.ในมือหลังประกาศพร้อมเป็นฝ่ายค้าน หากหลุดจากเก้าอี้ รมว.มหาดไทย นายอนุทินกล่าวว่า การเมืองหรือการฟอร์มรัฐบาล อย่าไปมองเป็นคณิตศาสตร์ เพราะประชาชนเขาไม่ได้เรียนคณิตศาสตร์ด้วย เขาต้องการว่าใครทำประโยชน์ให้กับประชาชนได้มากที่สุด การเมืองเป็นเรื่องของการเมือง
“ผมไม่ได้คำนึงถึงว่าใครจะมีคณิตศาสตร์ ผมไม่ได้ไปคำนึงถึงว่าใครจะไปบวก ลบคูณ หาร เท่าไหร่ แต่ขึ้นอยู่กับทำงานให้กับประชาชนได้เท่าไหร่ การทำงานอยู่ร่วมกันก็ต้องจริงใจ มีความเข้าใจ มีเจตนารมณ์ร่วมกัน ที่จะทำงานรับใช้ชาติบ้านเมืองรับใช้แผ่นดินรับใช้ประชาชน ถ้าเรารวมกันได้เราเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง อย่าเอาใครคนใดคนหนึ่งเป็นที่ตั้ง” นายอนุทินกล่าว
เมื่อถามว่า หลังจากที่แสดงจุดยืนของพรรคภูมิใจไทยที่พร้อมเป็นฝ่ายค้าน ได้พูดคุยกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯแล้วหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า คุยเรื่องงานอย่างเดียว เมื่อวาน (14 มิ.ย.) ก็ยังไลน์ไปรายงานสถานการณ์ต่างๆ ให้นายกฯรับทราบ แต่ยืนยันว่า ไม่มีการพูดคุยถึงเรื่องการปรับ ครม.แต่อย่างใด
เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่ระบุว่า นายอนุทินได้ไปร่วมรับประทานอาหารกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ นายอนุทินถึงกับร้อง “หะ” ก่อนถามกลับว่า เมื่อไหร่ ไม่มี ตนรับประทานอาหารกับนายทักษิณ ครั้งล่าสุดเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน
ส่วนที่จะเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ส.ส. และรัฐมนตรีของพรรคช่วงเย็นวันพรุ่งนี้ (16 มิ.ย.) นายอนุทินยืนยันว่า ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน เป็นวาระการประชุมปกติประจำสัปดาห์ ขณะนี้ใกล้เปิดสมัยประชุมสภา และขณะนี้เราเป็นกรรมาธิการ (กมธ.) ต้องมาหารือกันที่จะปกป้องงบประมาณในส่วนที่กระทรวงทบวงกรมที่พรรคภูมิใจไทยดูแลอยู่ให้ได้มากที่สุด เท่าที่จะสามารถทำได้เพื่อประโยชน์ของประชาชน
เมื่อถามว่าจะมีการแจ้งท่าทีของพรรคในการร่วมรัฐบาลให้ ส.ส.รับทราบหรือไม่ นายอนุทินยืนยันว่า ไม่มี เพราะเรื่องสภาก็เป็นเรื่องของสภา การบริหารราชการแผ่นดินก็เป็นเรื่องของ ครม. จะได้ไม่ต้องเอาความกังวลไปให้กับ ส.ส. เขาจะได้ทำงานในฐานะผู้แทนราษฎรรับใช้ประชาชนที่เลือกเขามาอย่างเต็มที่
สำหรับผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง การปรับ ครม. ที่อยากให้ปรับกระทรวงกลาโหมมากที่สุด และกระทรวงมหาดไทยอยู่ในลำดับที่ 12 นายอนุทินกล่าวว่า โพลมหาวิทยาลัยมหิดล โชคดีของตนที่อยู่ท้ายหน่อย โพลแบบนี้อยากอยู่ท้ายๆ ไม่อยากอยู่ 1 ใน 5 ก็ดีที่กระทรวงของพรรคภูมิใจไทย ต้องขอบคุณประชาชนที่ให้ความไว้วางใจ ให้คะแนน กับการทำงานของรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตนในฐานะหัวหน้าพรรค ได้กรุณาให้ตนอยู่ในลำดับท้ายๆ เท่ากับแสดงให้เห็นว่าพวกเราทำงาน
เมื่อถามต่อว่า สวนทางกับการทำงานทางการเมืองหรือไม่ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยถูกขย่มเรื่องเก้าอี้ กระทรวงมหาดไทย นายอนุทินกล่าวว่า ตนเชื่อว่าเสียงของประชาชนศักดิ์สิทธิ์ และถูกต้องมากกว่าเสียงวิพากษ์วิจารณ์ใดๆ ทางการเมือง เพราะตรงนั้นเราไม่รู้ว่ามีอคติ หรือมีความโน้มเอียงใดๆ บ้าง เราต้องฟังเสียงจากประชาชน ถึงบอกว่าต้องฝากผู้สื่อข่าวไปกราบขอบคุณประชาชนจากโพลมหิดล เพราะอย่างน้อยเป็นขวัญและกำลังใจของคนทำงาน
เมื่อถามว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลไม่ทำตามโจทย์ของประเทศแก้ไขปัญหาชายแดนก่อน แต่ตอนนี้กลับมุ่งไปที่การปรับ ครม.เป็นหลัก นายอนุทินกล่าวว่า ต้องเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง และเชื่อว่านายกฯก็เอาประชาชนเป็นที่ตั้งเหมือนกันอยู่แล้ว คนก็พูดแต่เรื่องการปรับ ครม. ซึ่งนายกฯไม่เคยเอ่ยปากแม้แต่คำเดียว ยังไม่เคยหารือ ผู้สื่อข่าวก็มาถามว่า เดี๋ยวก็จะปรับแล้ว แต่ตนก็ยังหารือกับนายกฯ เมื่อวาน (14 มิ.ย.) ท่านก็ยังสั่งงาน อวยพรให้เดินทางปลอดภัย แล้วช่วงนี้นายกฯก็เดินทางเยอะ มท.1 ก็เดินทางเยอะ ก็ให้กำลังใจในการทำงานของกันและกัน
เมื่อถามว่า ยังเชื่อมั่น และเชื่อใจนายกฯอยู่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เชื่อมั่น และเชื่อใจนายกฯแพทองธาร ชินวัตร เสมอ ส่วนผลสำรวจประชาชน ที่ระบุว่าเชื่อมั่นกองทัพในการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา มากกว่ารัฐบาล เป็นการสะท้อนภาวะผู้นำหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เราต้องมองทุกอย่างให้เป็นบวกหมด วันนี้อย่าไปมองอะไร เพื่อให้มันแตกแยก ถ้าเป็นเรื่องการป้องกันอริราชศัตรู การรักษาอธิปไตยของบ้านเมือง ตอนนี้เรามีกองทัพ แต่กองทัพทำตามนโยบายของรัฐบาลถูกไหม

ซึ่งนโยบายรัฐบาลผ่านสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และเรื่องการบริหารราชการชายแดน ขอให้เป็นการตัดสินใจของกองทัพ ก็มอบไปที่แม่ทัพภาคที่ 2 ทุกอย่างมีการมอบเป็นทอดๆ สิ่งที่เราควรจะต้องทำ คือการสนับสนุนผู้ปฏิบัติงานทุกรูปแบบอย่างเต็มกำลัง เรื่องชายแดนเป็นเรื่องของทหารและกองทัพ รัฐบาลก็สนับสนุนกองทัพอย่างเต็มที่ กระทรวงมหาดไทย ในฐานะฝ่ายปกครอง ก็อยู่ในพื้นที่ด้วย ให้การสนับสนุนระวังหลังให้ มหาดไทยเป็นบ้านทหารเป็นรั้ว ตามสโลแกนของนายกฯ เราต้องทำบ้านให้เรียบร้อยเพื่อที่รั้วของเราจะได้มีความปลอดภัย
ส่วนที่ทางกัมพูชาหันปลายกระบอกปืนมายังฝั่งไทย กระทรวงมหาดไทยจะช่วยสนับสนุนงานอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า ทหารเขามีวิธีการที่จะป้องกันอันตรายอยู่แล้ว ตนคิดว่าคนที่ไม่มีหน้าที่ในเรื่องนี้อย่าไปวิพากษ์วิจารณ์หรือให้ความเห็นใดๆ ทหารมีแผนเผชิญเหตุรองรับ แผนการปะทะแผนการรุกทุกรูปแบบอยู่แล้ว ต้องเชื่อมั่นในแสนยานุภาพของกองทัพ ซึ่งตนเชื่อมั่น พร้อมทั้งขอว่าอย่าไปเพิ่มปัญหาใดๆ ให้ความขัดแย้งทวีความรุนแรงมากขึ้น เราต้องให้การสนับสนุนผู้ปฏิบัติงานทุกภาคส่วน ดูแลประชาชนให้ดีที่สุดเพื่อเกิดความปลอดภัยสูงสุด

