หน้าแรก การเมือง แพทองธาร ยันร...

แพทองธาร ยันรัฐบาล-กองทัพ เป็นปึกแผ่น ลั่นรักษาอธิปไตย ไม่ยอมให้ใครขู่ ไทยมีศักดิ์ศรี

16.06.25 | 13:01 น.

แพทองธาร ยันรัฐบาล-กองทัพ เป็นปึกแผ่น ลั่นรักษาอธิปไตย ไม่ยอมให้ใครขู่ ไทยมีศักดิ์ศรี

เมื่อเวลา 11.50 น. วันที่ 16 มิถุนายน ที่บ้านพิษณุโลก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงหลังประชุมหารือผลการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) นาน 2 ชั่วโมง ว่า เรื่องแรกได้คุยกันในเรื่องของเจบีซี ที่ประชุมผ่านไปเมื่อวันที่ 14-15 มิ.ย.ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นผลสำเร็จที่ได้คุยกันและยอมรับกรอบการประชุมเจบีซี ส่วนรายละเอียดเป็นไปตามที่กระทรวงการต่างประเทศได้แถลง นอกจากนั้นเราได้คุยกันทุกระดับทั้งหน้างานจนถึงระดับของนายกรัฐมนตรีอย่างต่อเนื่อง และวันนี้มีการตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจทีมไทยแลนด์ โดยมี พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม เป็นหัวหน้าทีม ซึ่งการตั้งคณะทำงานฯเพื่อดูกรอบการทำงานว่าจะหาข้อมูลว่าปกป้อง ตั้งรับ และตอบโต้อย่างไรจะต้องมีกรอบในการทำงาน ทั้งนี้ ยืนยันว่าประเทศไทยไม่รับเขตอำนาจศาลโลก และขณะนี้ได้ศึกษากฎหมายและประวัติความเป็นมา ทุกอย่างมีข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ทั้งหมดคือความคืบหน้าในการประชุมวันนี้

ผู้สื่อข่าวถามกรณีที่สมเด็จฯฮุน เซน ประกาศว่าหากไทยยังไม่เปิดด่านในวันนี้ ก็จะปิดด่านทุกด่านของกัมพูชาตอบโต้ ที่ประชุมหารือเรื่องนี้หรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า เราไม่ได้ปิด แต่กำหนดเวลาในการเปิด-ปิดให้เปลี่ยนไปจากเดิม หลังจากที่มีการปะทะกันเกิดขึ้นในประเทศไทย และหลังจากที่พูดคุยหารือตกลงจะปรับกำลัง โดยที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้มอบอำนาจให้กองทัพดูว่าสถานการณ์ข้างหน้าเป็นอย่างไร เพื่อปรับให้เข้ากับสถานการณ์ แต่เมื่อกัมพูชาจะไม่ปรับกำลัง เราจึงมีการกำหนดระยะเวลาเปิด-ปิดด่านตามมา

ที่ผ่านมาตนได้คุยกับนายกฯกัมพูชา ครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา มีการตกลงร่วมกันว่าเราต้องการสันติภาพให้เกิดขึ้นระหว่างสองประเทศ ว่าไม่ต้องการความขัดแย้งและต้องการรักษาชีวิตของประชาชนทั้งสองประเทศเพื่อให้ทหารไม่มีการเสียเลือดเสียเนื้อ และพยายามพูดคุยในกรอบทวิภาคี เพื่อเป็นกรอบความเข้าใจร่วมกันให้เป็นไปตามกลไกระหว่างประเทศยอมรับว่ามีการคุยกัน แต่สิ่งที่คุยกันสื่อสารไปทางโซเชียล นั้นนอกกรอบ ทำให้เกิดความวุ่นวาย ทั้งสิ่งที่คุยหลังไมค์และแบบทางการ เพื่อให้สื่อสารแบบทางการให้เกิดผลลัพธ์ทั้งสองประเทศ

Advertisement

สิ่งที่กัมพูชาโพสต์ต้องคำนึงถึงผลกระทบ และการประกาศปิดด่านจะทำให้เกิดผลกระทบกับประชาชนไทยและกัมพูชา ซึ่งเรามีความเป็นห่วงเรื่องการค้าขายและการส่งผลไม้ หากปิดด่านทั้งหมดจะกระทบ และได้แจ้งทางกัมพูชาไปว่าจะมีการประชุมในวันนี้ และจะรายงานผลว่าจะทำอย่างไรต่อไป โดยตนได้ส่งข้อความถึงนายกฯกัมพูชา ในวันเดียวกันนี้เสนอให้จัดประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทยกัมพูชา (จีบีซี) และ คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (อาร์บีซี) ในระดับกองทัพของสองประเทศจะดำเนินการอย่างไรต่อ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ไทยยึดการเจรจาทวิภาคี แต่ทางกัมพูชาดูเหมือนจะไม่จริงใจ กับการประชุมนี้ นายกฯกล่าวว่า ในการประชุมเจบีซี ได้ยอมรับว่าเราประชุมเพื่อต้องการสันติภาพ และทางกระทรวงการต่างประเทศไทย เราได้ชี้แจงในเนื้อความไปแล้ว ไม่มีการติดขัดหรือพลิกล็อกแต่อย่างใด

เมื่อถามว่า ทางกัมพูชาดูเหมือนเล่นสงครามข่าวสาร จะรับมืออย่างไร นายกฯกล่าวว่า การสื่อสารแบบนี้ไม่ได้ส่งผลดีกับทั้งสองประเทศ การปล่อยข่าวอะไรก็ตามมีการตกลงกันแล้วว่าอย่าปล่อยข่าว โดยต้องคุยกันว่าจะเอาอย่างไร เพราะคนที่อยู่หน้างานกับผู้ที่รับฟังข่าวสารเป็นคนละคนกัน การจะทำอะไรต้องเห็นใจด้วย ที่เชียร์บอกสู้เลย ต้องดูหน้างานว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ตนเป็นผู้สั่งการต้องดูว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง และดูว่าการกำหนดระยะเวลาเปิด-ปิดด่านใหม่ เป็นเพราะมีอาวุธหนัก อาวุธระยะไกล เริ่มออกมาเยอะขึ้นจึงต้องมาดูเรื่องของกำหนดเวลา เพราะการนำอาวุธออกมาถ้าไม่กำหนดเวลา หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา จะเกิดความเสียหายมากมาย

เมื่อถามว่า จะทำอย่างไรให้โลกรู้ว่าไทยไม่ได้ขี้โกงเอาแผ่นดินของใคร นายกฯกล่าวว่า ตรงนี้ต้องขอประชุมอาร์บีซีหรือจีบีซี เพื่อจารึกเป็นลายลักษณ์อักษรให้ทั่วโลกรับรู้ว่าเราตกลงอะไรกันบ้าง ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศ ได้เรียกประชุมทูตต่างประเทศในประเทศไทยในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ เพื่อให้รับทราบว่าเกิดอะไรขึ้นในประเทศไทย และ รมว.ต่างประเทศได้คุยกับกัมพูชาเมื่อวันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมา ว่าเราต้องการอะไรบ้าง แต่ที่เราทำน้อยกว่าเขาคือการสื่อสารต่อสาธารณะ เพราะเราเคารพกรอบทวิภาคีและให้เกียรติทั้งสองประเทศ และสิ่งที่ควรทำเป็นทางการต้องอยู่ในกรอบทวิภาคี

เมื่อสื่อสารไม่ตรงกัน เราต้องบอกว่าเราไม่เคยยั่วยุ หรือพูดให้เกิดการปะทะทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพราะคนเสพข่าวเป็นเรื่องหนึ่ง คนอยู่หน้างานเป็นอีกเรื่องหนึ่ง นายกฯอยู่ตรงนี้หากเกิดการปะทะตามแนวชายแดนต้องดูว่าเราอยู่ในสถานะไหน ไม่ใช่จะจุดให้ไฟติด ตรงนี้คือกรอบที่ต้องยึดกัน คือสิ่งที่ไม่กระทบและเป็นผลดีกับทั้งสองประเทศ

เมื่อถามว่า จะทำอย่างไรเมื่อกัมพูชาเล่นสงครามข่าวสาร นายกฯกล่าวว่า ต้องชี้แจงและที่ประชุมและกองทัพ เห็นตรงกันว่าต้องปกป้องอธิปไตยของเราไว้ โดยต้องยืดการปะทะและเลือดเนื้อออกไปไม่ให้เกิดขึ้น และต้องรักษาอธิปไตยของไทย ยืนยันว่ากองทัพและรัฐบาลไม่เคยตีกัน คุยกันทุกเรื่อง เราให้เกียรติกองทัพ ที่เป็นคนหน้างาน รู้เรื่องอาวุธ รัฐบาลต้องคุยหลังไมค์กับกองทัพว่าจะทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์กับประเทศ เช่นเดียวกับกองทัพเวลาจะเคลื่อนไหว ได้ปรึกษากับรัฐบาลเช่นกันว่าอะไรทำได้หรือไม่ได้

“ขอย้ำว่ารัฐบาลกับกองทัพไม่มีปัญหากัน ขอให้ทุกคนช่วยกันสนับสนุนรัฐบาลและกองทัพให้เป็นหนึ่งเดียวกัน วันนี้ได้ต่อสู้ เรารักษาอธิปไตยของเราไว้ พูดให้รู้ว่าประเทศไทยเป็นปึกแผ่นและไม่ยอมให้ใครมากลั่นแกล้งใส่ร้าย ไม่ให้ใครมาขู่ เราเป็นประเทศที่มีศักดิ์ศรีและเป็นประเทศที่แข็งแรงเช่นกัน วันนี้ถ้าไม่เคารพกฎกติกา ก็จะไม่ถูกยอมรับจากทั่วโลก”