หน้าแรก การเมือง สุชาติ ยัน รท...

สุชาติ ยัน รทสช.แตกแล้ว ไม่คิดเอา 18 เสียงต่อรอง รมว.อุตฯ ชี้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับนายกฯ

16.06.25 | 15:37 น.

สุชาติ ย้ำชัด รทสช.แตกแล้ว-แยกกันอยู่แล้ว ไม่คิดเอา 18 เสียงในมือไปต่อรองเก้าอี้รมว.อุตสาหกรรม ลั่น ใครทำอะไรอยู่รู้อยู่แก่ใจ เราลูกผู้ชายด้วยกัน

วันที่ 16 มิถุนายน ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้อง คดีที่ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ส.ส.พรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.กทม. พรรคประชาชน และนายสหัสวัต คุ้มคง ส.ส.ชลบุรี ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา จากกรณีที่มีการพาดพิงถึงสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เข้าซื้ออาคาร Skyy9 ในสมัยที่นายสุชาตินั้น ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในราคา 7,000 ล้านบาท

นายสุชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงความขัดแย้งภายในพรรคว่า ความขัดแย้งในพรรครวมไทยสร้างชาตินั้น ต้องยอมรับว่าภายในระยะเวลาร่วมๆ เดือนเป็นไปตามภาพเลยว่า มันแตกออกมาแล้ว มันแยกกันอยู่แล้ว ทั้งหมดทั้งมวลนี้คงไม่สามารถคิดไปถึงการปรับ ครม. ได้ คิดว่า ณ ปัจจุบันเราทำอะไร เราอยู่ตรงส่วนไหนมากกว่า

นายสุชาติ กล่าวต่อว่า ตอนนี้สัดส่วนของตนชัดเจนว่า อยู่ในไลน์กลุ่มด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน และเป็นสัญญาใจด้วยกัน 18 คน ส่วนเรื่องการปรับ ครม. ขอย้ำว่าเป็นอำนาจและดุลยพินิจของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตนเองต้องให้ความเคารพ และไม่อาจไปก้าวล่วงได้ และต้องยอมรับว่าท่านนายกฯ เป็นผู้นำรัฐบาล เราเองเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ส่วนนี้เราไม่สามารถก้าวล่วงได้

ส่วนที่กระแสข่าวว่าจะมีการปรับตำแหน่งไปนั่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมนั้น นายสุชาติกล่าวว่า เราไม่ได้ไปคิดในส่วนนั้นเพราะรู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่นายกรัฐมนตรี เราไม่สามารถแต่งตั้งตัวเราเอง

Advertisement

เมื่อถามว่าหากได้ปรับไปนั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสหากรรมจริงๆมองอย่างไรบ้าง นายสุชาติ กล่าวว่า ตนผ่านอะไรที่ยากลำบากมานานมาก ตั้งแต่ช่วงโควิด-19 ตนไม่อยากบอกว่า ใครทำได้หรือใครทำไม่ได้ ต้องดูในสถานการณ์ที่เกิดวิกฤติของโลก ไม่ใช่ของประเทศ แล้วดูว่าใครอยู่ตรงนั้นและใครทำอะไร เชื่อว่าสมัยที่ทำงานในช่วงสถานการณ์โควิด-19 (รมว.แรงงาน) ซึ่งรุนแรงมากในทั่วโลกในห้วงเวลา 3-4 ปี ตนยืนต่อสู้และรักษาการจ้างงานรักษาคุณภาพชีวิตของพี่น้องผู้ช่วยแรงงานมาอย่างยาวนานมาก การที่บอกว่าใครทำอะไรไม่ทำอะไร ต้องย้อนกลับไปดูในวันที่เขาเป็น

เมื่อถามว่าสัดส่วนที่มีอยู่ 18 คน คิดว่าจะได้ตำแหน่งรัฐมนตรีเลยหรือไม่ นายสุชาติ ย้ำว่า ส่วนนี้เราไม่ได้ไปคิด แต่เราคิดตามที่นายธนกร วังบุญคงชนะ รองหัวหน้าพรรค และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พูดว่า “เราอยู่แล้วเราไม่สบายใจเราก็ขอแยกออกมาดีกว่า” ในส่วนนี้เราไม่ได้คิดว่าเราแยกมาเพื่อเอาส่วนไหน แต่เราคิดว่าถ้าอยู่ด้วยกันไม่ได้ก็ปล่อยเราออกมา

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ณ ตอนนี้ ถึงขึ้นต้องวอนให้พรรคขับออกเลยหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ขอไปนานหลายรอบแล้ว ตอนนี้มองว่าคงไม่พูดอะไรแล้ว เพราะต่างคนต่างพูดคนละที มันเป็นเรื่องภายในบ้านเป็นเรื่องของพรรคเราไม่อยากพูดเพราะไม่ใช่เรื่อง ความเดือนร้อนของประชาชน เราควรที่จะแก้ปัญหากันเองภายในบ้าน

ส่วนประเด็นรวมเสียงปลดหัวหน้าพรรคนั้น นายสุชาติ ชี้แจงว่า เราพูดไปเหมือนมันพูดกันคนละที แต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราพูดไปเราพูดจริงทั้งนั้น แต่พอพูดไปก็มีคนอื่นพูดอีกอย่างนึง ดังนั้นมองว่ามันไม่ควรที่จะมาพูดกันแล้ว ใครทำอะไรรู้อยู่แก่ใจ เราลูกผู้ชายด้วยกัน

เมื่อถามต่อว่าหากประเมินสถานการณ์ตอนนี้ความขัดแย้งภายในพรรครวมไทยสร้างชาติจะกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลหรือไม่นั้น นายสุชาติ ระบุว่า พวกตน 18 คน แสดงเจตจำนงอยู่แล้วว่าเราสนับสนุนรัฐบาล