ไชยชนก เผย เซ็นรับหมายคดีฮั้วส.ว.แล้ว คำกล่าวหาไม่ปกติ เหมือนถูกก๊อปวาง ไม่เป็นจริง โต้ รับผลประโยชน์ 400 ล้าน แค่บัญชีทรัพย์สินก็มีไม่ถึง ฟาด ทุกวันนี้อยู่ไหนสังคมแบบไหน ถูกกำชับไม่ให้ยุ่งอยู่แล้ว บอก เคยใช้อภิสิทธิ์แค่ขอไปเป็น “ทหารชายแดน” โอด ไม่อยากให้สัมภาษณ์ เหตุสื่อบิดเบือน ก่อนสอนมวยนักข่าว
เมื่อเวลา 17.05 น. วันที่ 16 มิถุนายน ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย นายไชยชนก ชิดชอบ ส.ส.บุรีรัมย์ ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย เดินทางเข้าร่วมประชุมประจำสัปดาห์ ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามถึงประเด็นที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกหมายเรียกให้รับทราบข้อกล่าวหากรณีการฮั้วเลือก สว. โดยนายไชยชนก เดินผ่านวงข่าวผู้สื่อข่าว และกล่าวว่า “ในที่นี้ไม่มีใครสนใจเรื่องน้ำท่วม เรื่องชายแดน โรคระบาดเลยหรือ ขณะนี้ ประชาชนกำลังเดือดร้อนอยู่นะจ๊ะ”
ผู้สื่อข่าวได้พยายามขอสัมภาษณ์ถึงประเด็นการไปรับทราบข้อกล่าวหาฯ การฮั้วเลือก ส.ว. นายไชยชนกทำความตกลงกับผู้สื่อข่าวว่า การที่ตนไม่ให้สัมภาษณ์ไม่ใช่เพราะกลัวผู้สื่อข่าว แต่ตนถูกบิดเบือนคำพูด จึงขอร้องว่าหากให้สัมภาษณ์ จะขอฝากเรื่องที่เป็นประโยชน์ไปให้กับพี่น้องประชาชนด้วย
นายไชยชนก กล่าวว่า ตนได้รับหมายเรียกจาก กกต. แล้ว ซึ่งตนเป็นผู้ลงชื่อรับให้ นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และครูใหญ่ภายในพรรคอีกด้วย ส่วนการชี้แจงนั้น ตนจะไปด้วยตัวเอง และขอให้ปล่อยเป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย
ส่วนข้อกล่าวหาที่ทาง กกต. แจ้งนั้น นายไชยชนก ระบุว่า เท่าที่ได้ตนอ่านข้อกล่าวหา เหมือนกับถูกการคัดลอกและวาง ดูไม่ค่อยเจาะจง และเป็นไปตามคำกล่าวหาปกติของคดีสักเท่าไหร่ กล่าวถึงการพาดพิงหญิงรายหนึ่ง ที่ระบุว่า ตนได้รับผลประโยชน์จากการฮั้วเลือก ส.ว. 400 ล้านบาท นั้น

แต่การยื่นบัญชีทรัพย์สินของตนต่อ ป.ป.ช. ก็มีไม่ถึงแล้ว ส่วนช่วงกระบวนการเลือก ส.ว. ตนก็ไม่ได้อยู่ที่ประเทศไทย ก็ไปดูงานกับคณะกรรมาธิการฯ ที่ประเทศเอสโตเนีย ซึ่งตนมองว่า มีความไม่จริงเยอะ แต่อยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ และเรื่องนี้ก็ไม่ใช่ประเด็นสำคัญอะไร
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ได้พูดคุยกับนายเนวิน ชิดชอบ บิดา แล้วหรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า ไม่มีอะไรต้องคุย เนื่องจาก ตนไม่มีส่วนร่วมแน่นอน ที่จะส่งผลให้การเลือก ส.ว. ออกเป็นแบบไหน ซึ่งตนก็สงสัยว่า เราอยู่ในสังคมแบบไหน เพราะทุกวันนี้ หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค ก็ได้กำชับไว้อยู่แล้วว่า อย่าเข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการเรื่องดังกล่าว

นายไชยชนก พร้อมย้ำว่า เป็นคนไม่ทำเหนือกฎหมาย แต่เคยใช้สิทธิพิเศษเพียงอย่างเดียว คือ ตอนเป็นทหารที่ขอไปอยู่ชายแดนทุกที่ บวชเกือบไม่สึก และทุกวันนี้ก็พยายามทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน แม้กระทั่งในสถานการณ์ที่ถูกบิดเบือนโจมตี
นายไชยชนก กล่าวขอบคุณสื่อมวลชน ที่ได้เผยแพร่ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และเกี่ยวข้องกับภัยพิบัติ สถานการณ์โลกให้กับประชาชนได้รับทราบ หลังจากที่ตนได้ร่วมอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร
นายไชยชนก ทิ้งท้ายให้กับสื่อมวลชนว่า ไม่รู้ว่าทราบหรือไม่
แต่ตนเห็นว่าสื่อมวลชนมีส่วนสำคัญในการกำหนดทิศทางของประเทศไม่น้อยกว่ารัฐบาล สิ่งที่สื่อสารออกไปเป็นสื่อที่ไม่ใช่แค่เยาวชน แต่คนทุกเพศทุกวัยจะใช้ข้อมูลได้รอบได้ หากสื่อมวลชนสื่อออกไปที่ยุแยงสร้างความแตกแยกสังคมเราก็จะไปในทิศทางนั้น ฉะนั้นตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ต้องเผชิญร่วมกันต้องใช้ความสามัคคี

