หน้าแรก การเมือง เซีย เชียร์พท...

เซีย เชียร์พท.คุมแรงงานเอง จี้ ปรับค่าแรงตามที่หาเสียง ตัดข้ออ้าง “ไม่ใช่เจ้ากระทรวง”

24.06.25 | 10:19 น.

เซีย เชียร์ เพื่อไทย นั่งก.แรงงานเอง ตัดข้ออ้างพรรคไม่ใช่เจ้ากระทรวง จี้ ปรับค่าแรงตามที่เคยหาเสียงไว้ หากดึงดันเป็นรัฐบาลต่อ

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน นายเซีย จำปาทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในขณะนี้ ว่า ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประกอบกับปัญหาเขตแดนไทย-กัมพูชา ที่ต่อมามีการเผยแพร่คลิปเสียงสนทนาระหว่างน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ทางพรรคภูมิใจไทยจึงได้ฉวยโอกาสนี้ถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลและลาออกจากทุกตำแหน่งรัฐมนตรี หนึ่งในนั้นคือนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ อดีตรัฐมนตรีว่ากระทรวงแรงงาน

นายเซีย กล่าวว่า แม้พรรคประชาชนและภาคประชาสังคมหลายส่วนได้เรียกร้องให้นายกฯ รับผิดชอบด้วยการ “ยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่” แต่ดูเหมือนนายกฯปฏิเสธข้อเสนอ และยืนกรานจะปรับคณะรัฐมนตรีเพื่อทำงานต่อ ตนในฐานะตัวแทนเครือข่ายผู้ใช้แรงงานงาน จึงขอเสนอให้พรรคเพื่อไทยเลือกที่จะกำกับดูแลกระทรวงแรงงาน และเลือกคนที่เข้าใจปัญหาแรงงานอย่างแท้จริงมาเป็นรัฐมนตรี ไม่ใช่แค่เล่นเก้าอี้ดนตรี สลับคนเข้าเอาคนออกเพื่อสนองผลประโยชน์ส่วนบุคคลโดยไม่พิจารณาถึงความรู้ความสามารถ

เซีย จำปาทอง
นายเซีย จำปาทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.)

นายเซีย กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมารัฐบาลเพื่อไทยหลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถามหรือให้ความเห็นกรณีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตพี่น้องแรงงานมาโดยตลอด แม้กระทั่งค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาทที่เป็นนโยบายเรือธง ก็ไม่ถูกบรรจุในนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภา โดยพรรคเพื่อไทยทำเฉยเมยและโบ้ยไปในทางที่ว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นผู้ดูแลกระทรวงแรงงาน ค่อยๆ เลิกพูดถึงนโยบายปรับขึ้นค่าแรง ปล่อยให้ปัญหาต่างๆ ตกไปอยู่กับนายพิพัฒน์ในฐานะรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน

ในเมื่อวันนี้พรรคภูมิใจไทยถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาลแล้ว และยังไม่มีรายชื่อ ครม. แพทองธาร 2 ออกมาอย่างเป็นทางการ ตนยังติดตามการปรับ ครม. ในครั้งนี้ของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด เพราะอย่างไรก็ดี กระทรวงแรงงานเป็นกระทรวงที่ผูกพันกับชีวิตคนทำงานหลายสิบล้านคน แม้ไม่ใช่กระทรวงเกรดเอตามเกณฑ์ที่นักการเมืองทั้งหลายหมายปอง แต่เป็นกระทรวงเกรดเอบวกในสายตาของตน มีหลายนโยบายที่หากกระทรวงแรงงานทำสำเร็จ จะเปลี่ยนชีวิตคนทำงานให้ผ่านวิกฤตความทุกข์ยากไปได้

ตนอยากเห็นพรรคเพื่อไทยเลือกที่จะกำกับดูแลกระทรวงแรงงานเอง นำเอานโยบายที่เป็นประโยชน์ที่พรรคเพื่อไทยเคยหาเสียงไว้มาปฏิบัติเสียที ไม่ว่าจะเป็น ค่าจ้างขั้นต่ำ 600 บาทต่อวันภายในปี 2570, การจ้างงานใหม่ 20 ล้านตำแหน่ง, การส่งเสริมการคุ้มครองแรงงานให้เข้าถึงการจ้างงานโดยไม่ถูกเลือกปฏิบัติ, การเสนอกฎหมายแรงงานให้ทันสมัย ครอบคลุมธุรกิจแรงงานรูปแบบใหม่ เพื่อยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับพี่น้องแรงงานอย่างแท้จริงตามที่เคยหาเสียง

Advertisement

“หากนายกฯ แพทองธาร เลือกบุคคลที่เหมาะสม เข้าใจปัญหาและพร้อมผลักดันวาระต่างๆ ให้กับประเทศ นี่จะเป็นหมุดหมายสำคัญที่ทำให้ประชาชนคนทำงานหลุดพ้นจากความทุกข์ยากได้” นายเซียกล่าว