หน้าแรก การเมือง มาริษ ยันไม่จ...

มาริษ ยันไม่จำเป็นต้องมีประเทศตัวกลาง ช่วยแก้ปัญหาไทย-กัมพูชา ไม่กังวลหากปรับพ้นรมว.กต.

24.06.25 | 12:16 น.

‘มาริษ’ ชี้สถานการณ์ไทย-กัมพูชา กต.พยายามผลักดันทวิภาคีตามนโยบายนายกฯ เพื่อไม่ให้เกิดการปะทะนำไปสู่การสูญเสีย ชี้มีอีกหลายเวทีในการเจรจา แม้นายกกัมพูชาบอกจะไม่คุย JBC ยันยังไม่ได้เรียกทูตไทยกลับตามข่าว รับไม่กังวลหากถูกปรับออกจากเก้าอี้ รมว.

เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 24 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ กล่าวถึงสถานการณ์ไทย-กัมพูชาขณะนี้ว่า เป็นไปตามที่นายกรัฐมนตรีพูดไปว่าไม่ว่าจะทหาร หรือเจ้าหน้าที่ในพื้นที่จะต้องพิจารณาและประเมินสถานการณ์ ส่วนกระทรวงการต่างประเทศเราก็จะพยายามผลักดันให้มีการหารือทวิภาคีตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี

นายมาริษกล่าวต่อว่า เราพยายามที่จะใช้กลไกทวิภาคีตามนโยบายและความประสงค์ของนายกรัฐมนตรีที่ไม่ต้องการให้เกิดการปะทะ เพราะจะทำให้เกิดการสูญเสีย แม้ไม่ใช่เรื่องง่ายในการนัดเจอ แต่เราก็จะพยายาม เพราะการประทะกันหรือการสร้างความเป็นตึงเครียดที่เกิดขึ้นนั้นไม่ก่อให้เกิดผลดีใดๆ ทั้งสิ้น และในสถานการณ์ปัจจุบันก็ไม่ได้เอื้ออำนวยให้สร้างความขัดแย้งอีกแล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่นายกรัฐมนตรีพยายามทำและกระทรวงการต่างประเทศก็รับนโยบายมา คือการผลักดันให้มีการประชุมทวิภาคีโดยเร็วที่สุด ซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่

พร้อมย้ำว่า เรายังสามารถพูดคุยกันได้แน่นอน และเรายังมีช่องทางการพูดคุยอยู่ตลอดเวลา

Advertisement

เมื่อถามถึง กรณีที่ สมเด็จฯฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ระบุชัดเจนว่าจะไม่มีการพูดคุย JBC กันอีกแล้วนั้น นายมาริษกล่าวว่า กัมพูชาก็มีพันธกรณีที่ต้องมีการพูดคุยกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่เคยตกลงไว้กันระหว่าง 2 ประเทศมาโดยตลอด อันนี้เป็นความเห็นของท่าน ตนก็เคารพในความเห็นนั้น แต่กระทรวงการต่างประเทศก็ต้องรับนโยบายของนายกรัฐมนตรีไปดำเนินการให้เห็นผล ตนก็ต้องไปผลักดันให้เกิดการเจรจา ซึ่งกลไกระหว่างประเทศไม่ได้มีแค่ JBC RBC และ GBC เท่านั้น เรายังพูดคุยกันได้

นายมาริษกล่าวว่า หากให้ตีความจากสิ่งที่นายกฯกัมพูชาพูดนั้น ท่านไม่ได้ปฏิเสธการเจรจาระหว่าง 2 ฝ่าย อย่างเด็ดขาด เพียงแต่ว่าท่านคงอยากเห็นว่ามีความคืบหน้าไปก่อน ให้กลไกตรงนั้นเป็นทางการ แต่ช่องทางในการติดต่อทางการทูตนั้นยังคงมีอีกเยอะ สถานทูตไทยในกัมพูชาก็ยังสามารถพูดคุยกับกระทรวงการต่างประเทศของทางกัมพูชาได้ เช่นเดียวกับสถานทูตกัมพูชาในประเทศไทยก็สามารถพูดคุยกับทางกระทรวงการต่างประเทศของไทยได้เช่นเดียวกัน ยืนยันว่ายังมีช่องทางการพูดคุยในทุกระดับ เมื่อปูทางได้แล้วก็จะดำเนินการให้ไปสู่การพูดคุยแบบ JBC RBC และ GBC ได้อยู่แล้ว

นายมาริษยืนยันว่า เอกอัครราชทูตไทยในกัมพูชานั้นยังไม่ได้เดินทางกลับมายังประเทศไทย ตามข่าวตนยังมีการหารือข้อราชการกับท่านทูตในหลายเรื่อง เพื่อให้ทั้ง 2 ฝ่ายได้มานั่งคุย ทั้งนี้ แม้เอกอัครราชทูตไทยอยู่ที่นี่จริงก็ยังมีอุปทูตในการทำหน้าที่ที่สถานทูตไทยในประเทศกัมพูชาได้

เมื่อถามย้ำว่า แม้ไม่ได้เรียกทูตไทยกลับอย่างเป็นทางการ แต่การรั้งตัวไว้ที่นี่จะถูกมองว่าจะเป็นการลดระดับทางการสัมพันธ์หรือไม่ นายมาริษกล่าวว่า ไม่ เพราะเป็นกลไกและเป็นกระบวนการทางการทูต ไม่มีปัญหา พร้อมยืนยันว่าปัญหาที่เกิดขึ้น ณ ขณะนี้ไม่จำเป็นต้องมีประเทศตัวกลาง ตนเชื่อว่าทั้ง 2 ประเทศจะสามารถทำงานร่วมกันได้ ตนกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชาก็ยังสามารถติดต่อกันได้ และติดต่อเป็นประจำอยู่แล้ว

รมว.กต.กล่าวว่า อยากให้เข้าใจว่าเราไม่ได้อ่อนข้อ เราแข็งอยู่แล้ว แต่พยายามหลีกเลี่ยงการปะทะ ซึ่งอาจนำไปสู่การสูญเสีย เพราะนี่คือนโยบายสำคัญของนายกรัฐมนตรีที่ต้องใช้ทุกกลไกขับเคลื่อนเท่าที่ทำได้ เพราะหากมีการสูญเสียก็จะไม่มีผลดีของประเทศไทยและประเทศกัมพูชา

นายมาริษย้ำว่า เวทีในการพูดคุยระหว่างไทย-กัมพูชา ยังมีอีกหลายเวทีและ JBC ก็มีกำหนดการอยู่แล้วในช่วงเดือนกันยายนที่จะถึงนี้

เมื่อถามถึงเรื่องการปรับ ครม.นั้น นายมาริษตอบกลับทันทีว่าไม่ทราบ แล้วแต่นายกรัฐมนตรี แต่ถ้าจะมีการปรับเปลี่ยนในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศตนก็ไม่ได้มีปัญหา