ศุภณัฐ บี้ กทม. เร่งสร้างเขื่อนคลองน้ำแก้ว งบ 178 ล้าน เผย 5 ปีไม่คืบ ขู่เรียกสอบทุกโครงการของบริษัทผู้รับจ้าง
เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับการสร้างเขื่อนคลองน้ำแก้ว งบประมาณ 178 ล้าน สร้างมากว่า 5 ปียังไม่เสร็จ
โดยระบุข้อความว่า “ประชุมไล่บี้ กทม.ความล่าช้า เขื่อนคลองน้ำแก้ว งาน 178 ล้าน แต่สร้างมา 5 ปียังไม่จบ
วันก่อนผมนำเรื่องร้องต่อ คณะกรรมการการระบายน้ำ สภา กทม. โดยมี ส.ก.สราวุธ อนันต์ชล, ส.ก.สัณห์สิทธิ์ เนาถาวร, ส.ก.วิรัตน์ มีนชัยนันท์ และ ส.ก.สมชาย เต็มไพบูลย์ เป็น คกก. และได้เชิญตัวแทนจากสำนักกฎหมาย, สำนักการระบายน้ำ กทม. และผู้รับเหมา เข้าร่วมประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าของโครงการที่มีการก่อสร้างเขื่อนคลองน้ำแก้ว
โดยโครงการเขื่อนคลองน้ำแก้ว ก่อสร้างมา 5 ปีแล้วตั้งแต่เมษา 2563 จนถึงปี 2568 แต่ก็ยังไม่แล้วเสร็จ ทำไปได้แค่ 72% ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปอีก 2 ปี ก็ยังไม่จบ
– ซึ่งสาเหตุของความล่าช้า ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาเรื่องคนงาน และสภาพคล่องของผู้รับจ้าง ซึ่งผู้รับจ้างเองก็รับงานหลายโครงการกับกทม.และหลายโครงก็มีความล่าช้า
– อีกส่วนมาจาก เหตุว่า กทม.ไม่ได้เปิดพื้นที่ให้ผู้รับจ้างทำงานได้เต็มที่ เพราะสั่งให้หยุดงานดาดท้องคลองทีละ 6 เดือน เพราะจะใช้เป็นทางระบายน้ำ จึงเป็นเหตุทำให้ทำงานไม่ได้เต็มที่ ครั้นจะเข้าทำงานอื่นๆที่ไม่กระทบก็ได้เนื้องานนิดหน่อยกระทบกับต้นทุน โดยเมื่อพิจารณาเทียบโครงการอื่นๆในอดีตของ กทม.นั้น เราพบว่าแต่ก่อนกทม.ก็มีวิธีการก่อสร้างโดยไม่ต้องหยุดงาน
ซึ่งการบริหารสัญญาที่ไม่มีประสิทธิภาพ และแผนการทำงานที่มีเสนอโดยทีมฝ่ายบริหารที่มีปัญหา ทำให้ส่งผลทำให้งานก่อสร้างยิ่งล่าช้ากว่าเดิม
ทั้งนี้ ผู้รับจ้างยืนยันว่าสามารถทำงานเสร็จได้ใน 6 เดือน ถ้าไม่มีการแทรกแซงจากฝ่ายบริหาร และยอมเปิดหน้างานให้ทำเต็มที่ แต่ฝั่งสำนักระบายน้ำก็ไม่มีใจว่าสิ่งที่ยืนยันมา จะทำได้จริงหรือไม่เพราะแม้ว่าเนื้องานจะเหลือไม่เยอะ แต่ที่ผ่านมาก็แทบไม่เข้าทำงาน และบางวันหายไม่ทำงานเลย
เพื่อให้ได้ข้อสรุป คกก.ให้สำนักการระบายน้ำไปคุยกับผู้บริหาร และผู้รับเหมา และจัดทำแผนการดำเนินงานมาให้ คกก.ให้เรียบร้อย พร้อมขีดเส้นต้องเห็นความคืบหน้าที่ชัดเจน
ซึ่งถ้าไม่มีความคืบหน้าสภาจะเรียกสอบทุกโครงการที่เหลือของบริษัทผู้รับจ้าง รวมถึงตรวจสอบการบริหารสัญญาและการสั่งการของผู้บริหาร กทม.ว่าเป็นเหตุทำให้โครงการล่าช้าจนเกิดความเสียหายกับภาครัฐร่วมด้วยหรือไม่
ทั้งนี้ ขอบคุณทาง คกก.ระบายน้ำทุกท่าน ที่เพิ่มความเด็ดขาดในการประชุมรอบนี้มากขึ้น และทำให้เราได้ข้อมูลที่รอบด้านครับ

